บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
2.12
+0.02 (+0.95%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11737 out_tok=2917 at=2026-07-25T02:31:58 -->
BEC กำไรสุทธิพุ่ง 1,901% Q2/66 รับอานิสงส์เม็ดเงินโฆษณาฟื้นตัว
รายได้-กำไรโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการขยายธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มและคอนเทนต์ต่างประเทศเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ
บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 74.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1,901% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณาในสื่อโทรทัศน์ ประกอบกับการเติบโตของรายได้จากธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มและคอนเทนต์ต่างประเทศ ฝ่ายจัดการมองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมโฆษณาจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสถัดไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BEC ในไตรมาส 2/2566 พลิกฟื้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายเวลาโฆษณา ประกอบกับการเติบโตของรายได้จากธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มและคอนเทนต์ต่างประเทศ**
### 1) หัวใจคืออะไร
ผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 1,901% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2566 มาอยู่ที่ 74.9 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยับขึ้นจาก 18.5% เป็น 27.7% เป็นผลมาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ
1. **การฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณาในสื่อโทรทัศน์:** แม้ภาพรวมครึ่งปีแรก AdEx จะลดลงเล็กน้อย แต่ในไตรมาส 2/2566 มีการเติบโต 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 11.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2566 ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาใช้จ่ายโฆษณาของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
2. **การเติบโตของรายได้จากธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มและคอนเทนต์ต่างประเทศ:** รายได้จากธุรกิจให้ใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่น (Global Content Licensing และ Digital Platform) รวมกันอยู่ที่ 133.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.7% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะรายได้จาก Global Content Licensing ที่เพิ่มขึ้น 86.4% จากการรับรู้รายได้หลักจากละคร "หมอหลวง"
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณาในไตรมาส 2/2566 เป็นผลมาจาก **การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน** ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้โฆษณากล้าที่จะลงทุนและใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อดึงและรักษาฐานลูกค้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคต่างๆ ประกอบกับ **ปกติแล้วไตรมาส 2 ถือเป็น High-season ของอุตสาหกรรมโฆษณาเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่เป็น Low-season**
สำหรับรายได้จากธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มและคอนเทนต์ต่างประเทศที่เติบโตนั้น มาจากการ **ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ** เช่น AIS และธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อเพิ่มยอดสมาชิก 3Plus Premium รวมถึงการร่วมโปรเจกต์พิเศษกับ Garena RoV Thailand เพื่อสร้าง Brand Awareness ในกลุ่มใหม่ นอกจากนี้ การจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์ละครไปต่างประเทศก็มีแนวโน้มที่ดี โดยเฉพาะการนำเสนอคอนเทนต์ในงาน FILMART 2023 และการเปิดตัวละครชุด "ดวงใจเทวพรหม"
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก**
ฝ่ายจัดการมีมุมมองที่เป็นบวกต่อสถานการณ์ในไตรมาส 3/2566 โดยคาดว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และได้รับแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคที่แนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อเม็ดเงินโฆษณา นอกจากนี้ การขยายธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มและการจัดจำหน่ายคอนเทนต์ต่างประเทศก็มีแผนงานที่ชัดเจน โดยเฉพาะการเน้นการขายลิขสิทธิ์ละครในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 1,901% QoQ** มาอยู่ที่ 74.9 ล้านบาท จาก 3.7 ล้านบาทใน Q1/66
* **รายได้จากการขายเวลาโฆษณาเพิ่มขึ้น 18.1% QoQ** อยู่ที่ 1,071.8 ล้านบาท แต่ลดลง 9.1% YoY
* **รายได้จากธุรกิจให้ใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่นเพิ่มขึ้น 50.7% QoQ** อยู่ที่ 133.5 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากละคร "หมอหลวง"
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น** เป็น 27.7% จาก 18.5% ใน Q1/66
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 36.8% QoQ** เป็น 227.4 ล้านบาท จากการเพิ่มค่าใช้จ่ายโปรโมทละครและ 3Plus Premium
* **3Plus Premium มีผู้สมัครทะลุ 100,000 Subscriptions** ในเดือนกรกฎาคม 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
BEC มีรายได้จากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 1,205.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากไตรมาส 1/2566 แต่ลดลง 10.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2565 โดยรายได้หลักยังคงมาจาก "ช่อง 33" คิดเป็น 88.9% ของรายได้จากการดำเนินงาน
รายได้จากการขายเวลาโฆษณาอยู่ที่ 1,071.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.1% จากไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว แต่ลดลง 9.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากผู้โฆษณายังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง
รายได้จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่น (Global Content Licensing และ Digital Platform) อยู่ที่ 133.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.7% จากไตรมาส 1/2566 แต่ลดลง 20.9% จากไตรมาส 2/2565 โดยรายได้จาก Global Content Licensing เพิ่มขึ้น 86.4% จากการรับรู้รายได้หลักจากละคร "หมอหลวง" ส่วนรายได้จาก Digital Platform เพิ่มขึ้น 39.4% จากละคร First-Run ที่เพิ่มขึ้น
ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 871.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% จากไตรมาส 1/2566 เนื่องจากมีการใช้ละคร First-Run มากขึ้น แต่ลดลง 7.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการลดค่าตัดจ่ายละครและซีรีส์ รวมถึงการปรับผังรายการ
ส่งผลให้กำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 333.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80.7% จากไตรมาส 1/2566 แต่ลดลง 18.3% จากไตรมาส 2/2565 โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 27.7%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 36.8% จากไตรมาส 1/2566 และ 29.5% จากไตรมาส 2/2565 เป็น 227.4 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายโปรโมทละครและการตลาดสำหรับ 3Plus Premium
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 74.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,901.1% จากไตรมาส 1/2566 แต่ลดลง 56.7% จากไตรมาส 2/2565
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** คาดว่าจะส่งผลดีต่อเม็ดเงินโฆษณาในไตรมาส 3/2566
* **การจัดตั้งรัฐบาลใหม่:** ช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมืองและกระตุ้นการใช้จ่าย
* **การเติบโตของธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม:** การขยายความร่วมมือกับพันธมิตรและการเพิ่มสมาชิก 3Plus Premium
* **การขยายตลาดคอนเทนต์ต่างประเทศ:** การนำเสนอละครใหม่ๆ ในตลาดสากล และการเปิดตัวละครชุด "ดวงใจเทวพรหม"
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** เช่น การร่วมทุนในธุรกิจเพลงและภาพยนตร์
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจมหภาค:** อัตราเงินเฟ้อทั่วโลก, นโยบายการเงินที่เข้มงวด, ความผันผวนในตลาดการเงิน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อ:** การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและการแข่งขันจากแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจโฆษณาและคอนเทนต์
* **การพึ่งพารายได้จากโฆษณา:** ยังคงเป็นสัดส่วนหลักของรายได้ ทำให้มีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มเม็ดเงินโฆษณาในไตรมาส 3/2566 และครึ่งปีหลัง
* ความคืบหน้าในการขยายฐานสมาชิก 3Plus Premium และรายได้จาก Digital Platform
* ผลการจัดจำหน่ายคอนเทนต์ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะละครชุดใหม่
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตคอนเทนต์ให้มีประสิทธิภาพ
* การตอบรับของคอนเทนต์ใหม่ๆ ที่จะออกอากาศในช่วงครึ่งปีหลัง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายเวลาโฆษณา:** แม้จะลดลง YoY แต่การเติบโต QoQ บ่งชี้ถึงการฟื้นตัว โดยเฉพาะในไตรมาส 2 ซึ่งเป็น High-season
* **รายได้จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่น:** เป็นส่วนที่เติบโตโดดเด่น QoQ โดยเฉพาะจากคอนเทนต์ต่างประเทศ (Global Content Licensing) และการเติบโตของ Digital Platform (3Plus Premium) ซึ่งเป็นทิศทางที่สำคัญของธุรกิจ
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** การปรับตัวดีขึ้นสะท้อนถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มีมาร์จิ้นสูง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** มีการเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการโปรโมทคอนเทนต์ใหม่ๆ และการขยายธุรกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการเติบโตในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
BEC มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 3,793.2 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.56 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ดี กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานสำหรับงวดครึ่งปีแรกปี 2566 อยู่ที่ 1,079.9 ล้านบาท แสดงถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ
## สรุปท้าย
BEC ในไตรมาส 2/2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณาและแรงหนุนจากธุรกิจคอนเทนต์ต่างประเทศและดิจิทัลแพลตฟอร์ม แม้ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกยังคงอยู่ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การขยายธุรกิจใหม่ๆ ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการต่อยอดความสำเร็จของ 3Plus Premium และการจัดจำหน่ายคอนเทนต์ในตลาดโลก
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BEC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
1,083.88
ล้านบาท
↓ 19.3% YoY
กำไรขั้นต้น
261.79
ล้านบาท
↓ 34.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.15
%
กำไรสุทธิ
-35.28
ล้านบาท
↓ 137.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.25
%
D/E Ratio
0.31
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,084
↓ -19.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
262
↓ -34.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-35
↓ -137.7%
YoY
D/E Ratio
0.31
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BEC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.31
ROE (%)
3.37
ROA (%)
4.08
Book Value/หุ้น
3.08
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BEC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-793
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-514
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BEC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-793.13
-35.07%
|
-1,221.56
+22.27%
|
-999.08
-48.52%
|
-1,940.71
+9.20%
|
-1,777.25
-269.16%
|
1,050.64
+81.24%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-513.54
-360.52%
|
197.12
-79.37%
|
955.47
+31.82%
|
724.83
-21.76%
|
926.45
-327.56%
|
-407.13
-167.38%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,358.27
+796.90%
|
151.44
-56.53%
|
348.41
-77.49%
|
1,548.05
+4,014.97%
|
37.62
-143.55%
|
-86.39
+63.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
51.59
-105.91%
|
-872.99
-386.42%
|
304.79
-8.24%
|
332.16
-140.85%
|
-813.20
-245.96%
|
557.13
-50.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,885.03
+2.64%
|
2,810.73
-28.88%
|
3,952.24
-16.23%
|
4,718.20
+83.92%
|
2,565.31
-3.75%
|
2,665.34
+25.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,808.15
-37.33%
|
2,885.03
+2.64%
|
2,810.73
-28.88%
|
3,952.24
-16.23%
|
4,718.20
+83.92%
|
2,565.31
-3.75%
|