BEC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BEC
บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
1.83
0.02 (1.08%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8428 out_tok=2697 at=2026-07-25T10:53:00 --> BEC กำไรสุทธิวูบ 97.8% ใน Q1/66 รับพิษเศรษฐกิจชะลอ-เม็ดเงินโฆษณาลด รายได้-กำไรทรุดหนักตามภาวะเศรษฐกิจและการเมืองกดดันการใช้จ่ายโฆษณา ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์รับมือ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ เพียง 3.7 ล้านบาท ลดลงถึง 97.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 29.5% เหลือ 18.5% แม้จะยังคงมีกำไรต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2563 แต่ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่กดดันรายได้หลักของบริษัทฯ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ BEC ในไตรมาส 1 ปี 2566 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงอย่างมากของรายได้จากการขายเวลาโฆษณา** ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ โดยลดลงถึง 17.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 และลดลง 13.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2565 ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงจาก 29.5% เหลือเพียง 18.5% สาเหตุที่ทำให้รายได้จากการขายเวลาโฆษณาลดลงนั้น มาจาก **ภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังคงเผชิญความไม่แน่นอน** ทั้งจากแรงกดดันด้านต้นทุนค่าครองชีพ เงินเฟ้อ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนและการใช้จ่ายของภาคเอกชนและภาคครัวเรือน ทำให้หลายธุรกิจชะลอการใช้เม็ดเงินโฆษณาในหลากหลายช่องทาง รวมถึงสื่อโทรทัศน์ เพื่อรอดูสถานการณ์ โดยเม็ดเงินโฆษณาในสื่อโทรทัศน์โดยรวมลดลง 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน สำหรับโอกาสในการต่อเนื่องของปัจจัยนี้ **มีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นแรงกดดันในระยะสั้น** เนื่องจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและการเมืองยังคงมีอยู่ และการฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณาจะขึ้นอยู่กับการปรับตัวดีขึ้นของภาวะเศรษฐกิจโดยรวมและความชัดเจนทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้พยายามปรับกลยุทธ์เพื่อลดผลกระทบ เช่น การลดชั่วโมงละครหลังข่าว และการควบคุมต้นทุน ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบต่ออัตรากำไรได้บ้าง ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 97.8% YoY:** อยู่ที่ 3.7 ล้านบาท จาก 173.8 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 * **รายได้จากการขายเวลาโฆษณาลดลง 17.2% YoY:** อยู่ที่ 907.3 ล้านบาท จาก 1,096 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว:** เหลือ 18.5% จาก 29.5% ในไตรมาส 1 ปี 2565 * **ต้นทุนขายลดลง 7.3% YoY:** อยู่ที่ 811.3 ล้านบาท จาก 875.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการปรับผังรายการและค่าเสื่อมราคา * **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 3.8% YoY:** อยู่ที่ 166.2 ล้านบาท จาก 172.8 ล้านบาท * **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 3,997.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากสิ้นปี 2565 * **กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานแข็งแกร่ง:** อยู่ที่ 554 ล้านบาท ## ภาพรวมผลประกอบการ รายได้จากการดำเนินงานรวมของกลุ่ม BEC ในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 995.9 ล้านบาท ลดลง 19.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 และลดลง 18.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2565 โดยมีรายได้หลักมาจากการขายเวลาโฆษณาคิดเป็น 91.1% ของรายได้จากการดำเนินงานทั้งหมด ต้นทุนขายรวมลดลง 7.3% YoY มาอยู่ที่ 811.3 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการปรับลดชั่วโมงละครหลังข่าวและค่าเสื่อมราคาที่ลดลงตามอายุการใช้งานของทรัพย์สิน ประกอบกับการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การที่รายได้ลดลงมากกว่าต้นทุนขาย ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 49.5% YoY มาอยู่ที่ 184.6 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 18.5% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 3.8% YoY มาอยู่ที่ 166.2 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายโปรโมทละคร และมีการกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าอยู่ที่ 2.7 ล้านบาท ลดลงจาก 4.1 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4 ล้านบาท YoY อยู่ที่ 27.5 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายทางภาษีเงินได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 98.8% YoY อยู่ที่ 0.5 ล้านบาท ตามผลกำไรที่ลดลง โดยสรุป กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ ในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 3.7 ล้านบาท ลดลง 97.8% YoY และ 97.5% QoQ ## โอกาส * **การขยายธุรกิจการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์ละครในต่างประเทศ (Global Content Licensing):** มีการจำหน่ายลิขสิทธิ์ละครไปยังต่างประเทศในรูปแบบ Simulcast หลายเรื่อง เช่น "ที่สุดของหัวใจ", "สะใภ้สายสตรอง", "หมอหลวง" ผ่านแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง VIU และ Netflix ซึ่งคาดว่ารายได้ส่วนใหญ่ของ "หมอหลวง" จะรับรู้ในไตรมาส 2/2566 * **การเติบโตของธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม:** มีการร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง AIS เพื่อส่งเสริมแพ็กเกจ 3Plus Premium ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มยอดสมาชิก * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** ส่งผลดีต่อสื่อโฆษณานอกบ้าน (Outdoor & Transit) ที่มีการเติบโต 25.1% YoY ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบวกต่อการกลับมาใช้จ่ายโฆษณาในภาพรวมเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศ:** แรงกดดันจากต้นทุนค่าครองชีพ เงินเฟ้อ หนี้ครัวเรือน และความไม่แน่นอนทางการเมือง อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อการใช้เม็ดเงินโฆษณา * **การแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อ:** การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและการแข่งขันจากแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ ยังคงเป็นความท้าทาย * **การชะลอตัวของการส่งออก:** ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยและกำลังซื้อของผู้บริโภค * **การปรับ Rate Card ใหม่ของสื่อภาพยนตร์:** ส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาในสื่อภาพยนตร์ลดลงอย่างมากถึง 63.6% YoY ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มเม็ดเงินโฆษณาในไตรมาสถัดไป:** โดยเฉพาะการฟื้นตัวของสื่อโทรทัศน์หลังการเลือกตั้ง * **การรับรู้รายได้จากละคร "หมอหลวง" ในไตรมาส 2/2566:** ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุนรายได้จากการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์ต่างประเทศ * **ความสำเร็จของแคมเปญ 3Plus Premium:** ในการเพิ่มยอดสมาชิกและสร้างรายได้จากธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม * **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตคอนเทนต์และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพื่อรักษาอัตรากำไร * **การเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราดอกเบี้ย:** ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) ในไตรมาส 1 ปี 2566 กลุ่ม BEC เผชิญกับความท้าทายในภาคธุรกิจหลักคือ **การขายเวลาโฆษณา** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้เม็ดเงินโฆษณาในสื่อโทรทัศน์ลดลง 10.9% YoY โดย BEC ยังคงมีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดถึง 51.3% แต่ปริมาณนาทีขายโฆษณาลดลง ส่งผลกระทบต่อรายได้หลัก ในส่วนของ **ธุรกิจการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์ละครไปต่างประเทศ** มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจำหน่ายลิขสิทธิ์ละคร 3 เรื่องไปยังหลายประเทศผ่านแพลตฟอร์มชั้นนำ อย่างไรก็ตาม รายได้ส่วนใหญ่ของละคร "หมอหลวง" จะรับรู้ในไตรมาส 2/2566 เนื่องจากมีการฉายเพียงบางส่วนในไตรมาสนี้ ทำให้รายได้จากส่วนนี้ลดลง 51.4% YoY **ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม** มีการเปิดตัวความร่วมมือกับ AIS เพื่อเพิ่มสมาชิก 3Plus Premium แต่รายได้จากส่วนนี้ยังคงลดลง 37.4% YoY เนื่องจากการลดลงของละคร First-Run ด้าน **ต้นทุนขาย** มีการปรับลดลง 7.3% YoY จากการปรับผังรายการลดชั่วโมงละครหลังข่าว และการควบคุมต้นทุนอื่นๆ ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นได้บ้าง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 3,997.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% หรือ 45 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยมีกระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งถึง 554 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ดี แม้ผลประกอบการสุทธิจะลดลงอย่างมาก ## สรุปท้าย BEC ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อรายได้หลักจากการขายเวลาโฆษณาอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก แม้จะมีความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและขยายธุรกิจในส่วนของคอนเทนต์ต่างประเทศและดิจิทัลแพลตฟอร์ม แต่ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา การฟื้นตัวของผลประกอบการจะขึ้นอยู่กับการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจโดยรวม ความชัดเจนทางการเมือง และความสำเร็จของกลยุทธ์การปรับตัวของบริษัทฯ ในการสร้างรายได้จากช่องทางใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BEC ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
1,083.88 ล้านบาท
↓ 19.3% YoY
กำไรขั้นต้น
261.79 ล้านบาท
↓ 34.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.15 %
กำไรสุทธิ
-35.28 ล้านบาท
↓ 137.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.25 %
D/E Ratio
0.31
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,084
↓ -19.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
262
↓ -34.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-35
↓ -137.7% YoY
D/E Ratio
0.31

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BEC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม — —
1,083.88
-19.26%
1,342.42
+10.05%
1,219.88
-24.00%
1,605.00
-9.18%
1,767.29
-13.86%
กำไรขั้นต้น — —
261.79
-34.93%
402.31
-3.35%
416.27
-45.21%
759.73
-1.43%
770.74
+261.61%
ค่าใช้จ่ายรวม — —
244.43
-3.07%
252.16
+19.12%
211.70
-16.57%
253.74
-35.79%
395.18
+6.30%
กำไรสุทธิ — —
-35.28
-137.74%
93.47
-37.21%
148.86
-49.58%
295.24
+10.36%
267.53
+203.25%
กำไรต่อหุ้น — —
-0.02
-138.30%
0.05
-36.49%
0.07
-50.00%
0.15
+10.45%
0.13
+203.08%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) — —
24.15
-19.42%
29.97
-12.16%
34.12
-27.93%
47.34
+8.55%
43.61
+319.73%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) — —
22.55
+20.07%
18.78
+8.24%
17.35
+9.74%
15.81
-29.29%
22.36
+23.40%
อัตรากำไรสุทธิ(%) — —
-3.25
-146.70%
6.96
-42.95%
12.20
-33.66%
18.39
+21.47%
15.14
+219.87%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ — —
-43.85
-510.72%
-7.18
-124.87%
28.87
+406.49%
5.70
-84.74%
37.35
+1,259.94%
ROE(%) — —
1.58
-53.39%
3.39
-65.27%
9.76
-25.67%
13.13
+438.40%
-3.88
-204.58%
ROA(%) — —
3.30
-31.11%
4.79
-43.18%
8.43
-23.22%
10.98
+1,376.74%
-0.86
-117.34%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น — —
0.52
-3.70%
0.54
0.54
-19.40%
0.67
-11.84%
0.76
+40.74%
P/E — —
34.66
-5.76%
36.78
+37.19%
26.81
-30.22%
38.42
0.00
P/BV — —
1.28
-20.99%
1.62
-51.06%
3.31
-30.75%
4.78
+51.75%
3.15
+57.50%
BV — —
3.04
+0.66%
3.02
-0.98%
3.05
+3.39%
2.95
+15.69%
2.55
-13.56%
YIELD(%) — —
1.54
-53.05%
3.28
+32.26%
2.48
0.00
0.00
ราคาหุ้น — —
3.90
-20.08%
4.88
-51.68%
10.10
-28.37%
14.10
+75.16%
8.05
+36.44%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.31
ROE (%)
3.37
ROA (%)
4.08
Book Value/หุ้น
3.02

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BEC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
4,846.82
-4.13%
5,055.41
+8.48%
4,660.32
-1.35%
4,723.91
-17.24%
5,707.82
+46.77%
3,888.83
-17.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
3,211.80
-22.60%
4,149.72
-13.20%
4,780.83
-2.29%
4,892.95
+6.01%
4,615.47
-18.02%
5,630.04
-15.45%
รวมสินทรัพย์ —
8,058.62
-12.46%
9,205.13
-2.50%
9,441.16
-1.83%
9,616.86
-6.84%
10,323.30
+8.45%
9,518.87
-16.17%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
651.24
-66.68%
1,943.90
+155.21%
761.70
-2.87%
784.17
-79.55%
3,834.80
+368.96%
817.72
-59.20%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
1,270.74
+7.83%
1,189.30
-53.05%
2,532.90
-2.26%
2,591.49
+777.09%
295.47
-91.03%
3,292.14
-9.36%
รวมหนี้สิน —
1,921.97
-38.66%
3,133.20
-4.90%
3,294.60
-2.40%
3,375.66
-18.27%
4,130.27
+0.50%
4,109.86
-27.08%
รวมส่วนของเจ้าของ —
6,136.65
+1.07%
6,071.93
-1.21%
6,146.56
-1.52%
6,241.20
+0.78%
6,193.03
+14.49%
5,409.01
-5.41%
D/E —
0.31
0.52
0.54
0.54
0.67
0.76
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
3.37
1.58
3.39
9.76
13.13
-3.88
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
4.08
3.30
4.79
8.43
10.98
-0.86
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
7.44
2.60
6.12
6.02
1.49
4.76
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
7.20
2.51
5.92
5.90
1.45
4.54
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
41.14
49.60
0.00
0.00
62.57
67.06
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.19
0.04
0.00
0.00
0.12
0.27
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
51.64
50.65
0.00
0.00
41.62
44.56
วงจรเงินสด —
-10.31
-1.02
0.00
0.00
21.07
22.77
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-793
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-514
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BEC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-793.13
-35.07%
-1,221.56
+22.27%
-999.08
-48.52%
-1,940.71
+9.20%
-1,777.25
-269.16%
1,050.64
+81.24%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-513.54
-360.52%
197.12
-79.37%
955.47
+31.82%
724.83
-21.76%
926.45
-327.56%
-407.13
-167.38%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
1,358.27
+796.90%
151.44
-56.53%
348.41
-77.49%
1,548.05
+4,014.97%
37.62
-143.55%
-86.39
+63.49%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
51.59
-105.91%
-872.99
-386.42%
304.79
-8.24%
332.16
-140.85%
-813.20
-245.96%
557.13
-50.74%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
2,885.03
+2.64%
2,810.73
-28.88%
3,952.24
-16.23%
4,718.20
+83.92%
2,565.31
-3.75%
2,665.34
+25.94%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
1,808.15
-37.33%
2,885.03
+2.64%
2,810.73
-28.88%
3,952.24
-16.23%
4,718.20
+83.92%
2,565.31
-3.75%