บริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.92
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5633 out_tok=2848 at=2026-07-25T05:00:42 -->
# AMARC กำไรสุทธิปี 2565 หดตัว 41.6% รับต้นทุนพุ่ง-รายได้โตช้า
## รายได้รวมปี 2565 เติบโต 6.3% แต่กำไรสุทธิลดลง 41.6% เหตุต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้อื่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ AMARC รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 264.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับปีกลับลดลงถึง 41.6% มาอยู่ที่ 14.52 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนบริการที่ปรับตัวสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้อื่นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะถูกวิเคราะห์ในรายละเอียดต่อไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ AMARC ในปี 2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประกอบกับการลดลงของรายได้อื่น** แม้ว่ารายได้จากการบริการโดยรวมจะเติบโตขึ้นก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้น:** แม้รายได้จากการบริการจะเติบโต 7.0% เป็น 263.22 ล้านบาท แต่ต้นทุนบริการกลับเพิ่มขึ้นถึง 12.2% เป็น 158.17 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจาก **การปรับขึ้นราคาสารเคมีและวัสดุสิ้นเปลือง** นอกจากนี้ การ **เพิ่มจำนวนนักวิทยาศาสตร์เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการขยายงาน** และ **การเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคาจากทรัพย์สินที่ลงทุนเพิ่ม** ก็เป็นส่วนสำคัญที่กดดันต้นทุนบริการ ทำให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit) ลดลง 0.1% มาอยู่ที่ 105.05 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 42.7% ในปีก่อนหน้า เหลือ 39.9%
2. **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้น 7.8% เป็น 74.70 ล้านบาท จากการ **ขยายกำลังบุคลากรสนับสนุนการดำเนินงาน** และ **ค่าสาธารณูปโภค** นอกจากนี้ ยังมี **รายการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่อาจจะเกิดขึ้น** และ **ค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดเฉพาะเหตุการณ์ (One-time)** เพิ่มขึ้น 89.6% เป็น 7.28 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลจากสถานการณ์ COVID-19
3. **รายได้อื่นลดลง:** รายได้อื่นลดลงถึง 60.1% จาก 2.60 ล้านบาท เหลือ 1.04 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้รวมและกำไรสุทธิโดยตรง
หากพิจารณาเฉพาะการประกอบธุรกิจปกติ โดยไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดเฉพาะเหตุการณ์ กำไรสุทธิสำหรับปีดำเนินงานจะอยู่ที่ 21.80 ล้านบาท ลดลง 24.0% โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 8.3% ซึ่งสะท้อนผลกระทบจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดเฉพาะเหตุการณ์ (One-time) เช่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ คาดว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกในปีถัดไป อย่างไรก็ตาม **มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับแรงกดดันด้านต้นทุนบริการจากการปรับขึ้นราคาสารเคมีและวัสดุสิ้นเปลือง รวมถึงการเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคาจากการลงทุนในสินทรัพย์ประกอบการที่มากขึ้น ซึ่งฝ่ายจัดการได้ระบุว่าเป็นการเตรียมพร้อมรองรับการขยายงานตามแผน ส่วนการเพิ่มขึ้นของบุคลากรสนับสนุนก็เป็นไปเพื่อรองรับการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 6.3%** เป็น 264.26 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากบริการตรวจวิเคราะห์ที่เพิ่มขึ้น 11.3% และบริการสอบเทียบที่เพิ่มขึ้น 36.1%
* **กำไรสุทธิปี 2565 หดตัว 41.6%** เหลือ 14.52 ล้านบาท จากปีก่อนหน้าที่ 24.86 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น (Gross Profit) เพิ่มขึ้นเพียง 0.1%** เป็น 105.05 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 42.7% เหลือ 39.9% เนื่องจากต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 7.8%** เป็น 74.70 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายพิเศษ (One-time) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **สินทรัพย์รวม ณ สิ้นปี 2565 เพิ่มขึ้น 56.1%** เป็น 699.35 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นมากจากการรับเงินจากการเพิ่มทุน
* **หนี้สินรวมลดลง 35.9%** เป็น 151.45 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 264.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% จากปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการบริการรวม 263.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% การเติบโตหลักมาจากบริการตรวจวิเคราะห์ที่เพิ่มขึ้น 11.3% และบริการสอบเทียบที่เพิ่มขึ้น 36.1% อย่างไรก็ตาม บริการตรวจสอบและรับรองระบบมีรายได้ลดลง 49.1% โดยภาพรวมรายได้ยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19, เศรษฐกิจภายในประเทศชะลอตัว และงบประมาณภาครัฐที่ลดลง
ในด้านกำไรขั้นต้น บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น 105.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.1% แต่เมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้ว ถือว่าเติบโตช้ากว่า ทำให้ GPM ลดลงจาก 42.7% เป็น 39.9% เนื่องจากต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นจากการปรับราคาสารเคมี วัสดุสิ้นเปลือง การเพิ่มจำนวนนักวิทยาศาสตร์ และค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 7.8% เป็น 74.70 ล้านบาท จากการขยายบุคลากร ค่าสาธารณูปโภค และการตั้งสำรองหนี้สูญ นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายพิเศษ (One-time) เพิ่มขึ้น 89.6% เป็น 7.28 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ลดลง 29.8% และกำไรสุทธิสำหรับปีลดลง 41.6% มาอยู่ที่ 14.52 ล้านบาท
## โอกาส
* **การใช้บริการที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่และกลุ่มผู้ผลิตอาหารรายใหญ่:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้บริการตรวจวิเคราะห์ที่สำคัญ
* **การขยายขอบเขตการให้บริการ:** ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเดิม
* **การผ่อนคลายสถานการณ์ COVID-19:** ทำให้สามารถให้บริการ ณ สถานประกอบการได้มากขึ้น และความต้องการใช้บริการสอบเทียบเพิ่มสูงขึ้น
* **การเพิ่มทีมปฏิบัติงาน:** ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับงานสอบเทียบ
* **การลงทุนในเครื่องมือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์:** เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการขยายงานในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 และเศรษฐกิจภายในประเทศชะลอตัว:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตของรายได้
* **งบประมาณจากภาครัฐลดลง:** ส่งผลกระทบต่อรายได้จากบริการตรวจสอบและรับรองระบบ
* **การปรับขึ้นราคาสารเคมีและวัสดุสิ้นเปลือง:** เป็นแรงกดดันต่อต้นทุนบริการและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อาจส่งผลต่อราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการปรับขึ้นราคาสารเคมีและวัสดุสิ้นเปลือง:** จะส่งผลต่อต้นทุนบริการและ GPM อย่างไร
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานปกติ
* **การเติบโตของรายได้บริการตรวจวิเคราะห์และบริการสอบเทียบ:** จะสามารถชดเชยรายได้ที่ลดลงจากบริการตรวจสอบและรับรองระบบได้มากน้อยเพียงใด
* **แผนการขยายงานและการลงทุนในสินทรัพย์:** จะส่งผลต่อค่าเสื่อมราคาและต้นทุนในอนาคตอย่างไร
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การชำระคืนเงินกู้ยืมเสร็จสิ้น ทำให้ภาระดอกเบี้ยลดลง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้บริการตรวจวิเคราะห์ (O5บก9):** เติบโต 11.3% เป็น 241.33 ล้านบาท ได้รับแรงหนุนจากการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่ โครงการกลุ่มบริษัทผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ รวมถึงการขยายขอบเขตบริการและลูกค้าใหม่
* **รายได้บริการสอบเทียบ (0ล|1๒6ลนอกท):** เติบโต 36.1% เป็น 11.30 ล้านบาท จากการผ่อนคลาย COVID-19 ทำให้ให้บริการ ณ สถานประกอบการได้มากขึ้น ความต้องการสูงขึ้น และการเพิ่มทีมปฏิบัติงาน รวมถึงโครงการโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่
* **รายได้บริการตรวจสอบและรับรองระบบ (IC):** ลดลง 49.1% เป็น 10.59 ล้านบาท เนื่องจากการเปิดประมูลงานโครงการของรัฐลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **กำไรขั้นต้น (GPM):** ลดลงจาก 42.7% เป็น 39.9% เนื่องจากต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นจากราคาเคมีภัณฑ์ วัสดุสิ้นเปลือง การเพิ่มบุคลากร และค่าเสื่อมราคา
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 7.8% เป็น 74.70 ล้านบาท จากการขยายบุคลากร ค่าสาธารณูปโภค และการตั้งสำรองหนี้สูญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 56.1% เป็น 699.35 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 363.2% เป็น 290.51 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น (เงินเพิ่มทุน) 180 ล้านบาท และเงินสด 44.31 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 6.1% เป็น 408.83 ล้านบาท จากเครื่องมือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์
หนี้สินรวมลดลง 35.9% เป็น 151.45 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทำให้ภาระดอกเบี้ยลดลง
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 158.6% เป็น 336.05 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนและส่วนเกินมูลค่าหุ้นหลังหักค่าใช้จ่ายจากการเข้าจดทะเบียน
## สรุปท้าย
AMARC ในปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก แม้ว่ารายได้จากการบริการจะยังคงเติบโตได้จากบริการตรวจวิเคราะห์และสอบเทียบ การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูอัตรากำไรในอนาคต ขณะที่การชำระคืนหนี้สินช่วยลดภาระทางการเงินลงอย่างมาก และการเพิ่มทุนได้เสริมสร้างฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AMARC ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
96.65
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
41.25
ล้านบาท
↑ 24.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.68
%
กำไรสุทธิ
15.73
ล้านบาท
↑ 60.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.27
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
97
↑ + 9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
41
↑ + 24.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
16
↑ + 60.4%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AMARC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
28.24
ROA (%)
23.50
Book Value/หุ้น
1.50
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AMARC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-126
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+63
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AMARC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-125.84
+355.45%
|
-27.63
+38.84%
|
-19.90
+315.45%
|
-4.79
-106.51%
|
73.60
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
63.15
+1,194.06%
|
4.88
-41.42%
|
8.33
-104.41%
|
-189.02
+872.33%
|
-19.44
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2.74
-109.57%
|
28.63
-54.40%
|
62.78
-68.89%
|
201.79
-483.34%
|
-52.64
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-65.43
-1,216.55%
|
5.86
-76.43%
|
24.86
-43.05%
|
43.65
+2,771.71%
|
1.52
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
30.05
-8.99%
|
33.02
-30.37%
|
47.42
+1,424.76%
|
3.11
+95.60%
|
1.59
-52.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
45.56
+49.97%
|
30.38
-8.00%
|
33.02
-30.37%
|
47.42
+1,424.76%
|
3.11
+95.80%
|