บริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.92
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6259 out_tok=2707 at=2026-07-25T09:38:15 -->
# AMARC กำไรสุทธิ Q3/2565 โต 13.9% รับแรงหนุนรายได้บริการตรวจวิเคราะห์
## รายได้รวมโต 12.9% ใน 9 เดือนแรก หลังผ่อนคลาย COVID-19 หนุนบริการตรวจวิเคราะห์-สอบเทียบ
บริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ AMARC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 4.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 17.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวของรายได้จากการบริการตรวจวิเคราะห์และการสอบเทียบ หลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AMARC ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการบริการตรวจวิเคราะห์ (Organic Analysis Services)** ซึ่งเติบโตถึง 17.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรเบ็ดเสร็จรวมเติบโต 13.9%
ปัจจัยที่ทำให้รายได้บริการตรวจวิเคราะห์เติบโตมาจาก 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1) การกลับมาใช้บริการตามปกติของกลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เคยถูกจำกัดในช่วง COVID-19 2) การเพิ่มขึ้นของงานโครงการจากกลุ่มผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ และ 3) งานโครงการตรวจวิเคราะห์จากหน่วยงานรัฐ นอกจากนี้ รายได้จากการบริการสอบเทียบ (Calibration Services) ยังเติบโตโดดเด่นถึง 32.3% โดยเฉพาะในไตรมาส 3 ที่เพิ่มขึ้นถึง 60.7% ซึ่งเป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ทำให้ความต้องการใช้บริการสอบเทียบ ณ สถานประกอบการ (On-site Calibration) เพิ่มขึ้น รวมถึงงานโครงการสอบเทียบจากโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของไตรมาส 3 ปี 2565 อัตรากำไรขั้นต้น (%GPM) ปรับลดลงจาก 42.4% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 41.2% ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนน้ำยา เวชภัณฑ์ และวัสดุสิ้นเปลืองที่ปรับราคาสูงขึ้น รวมถึงการลงทุนในเครื่องมือวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในอนาคต จากการที่สถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลง และการกลับมาใช้บริการตามปกติของลูกค้ากลุ่มต่างๆ รวมถึงการมีงานโครงการใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุน **มีโอกาสต่อเนื่อง** ที่จะเห็นการเติบโตของรายได้จากการบริการตรวจวิเคราะห์และสอบเทียบ อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาต้นทุนวัตถุดิบที่อาจผันผวนและส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรเบ็ดเสร็จรวม 9 เดือนแรก เติบโต 13.9%** แตะ 17.38 ล้านบาท จาก 15.25 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม 9 เดือนแรก เพิ่มขึ้น 12.9%** เป็น 202.99 ล้านบาท จาก 179.77 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้บริการตรวจวิเคราะห์เติบโตโดดเด่น 17.8%** ใน 9 เดือนแรก จากการกลับมาใช้บริการปกติของลูกค้าและการรับงานโครงการใหม่
* **รายได้บริการสอบเทียบพุ่ง 32.3%** ใน 9 เดือนแรก โดยเฉพาะไตรมาส 3 ที่โต 60.7% จากความต้องการ On-site Calibration ที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น 9 เดือนแรก ทรงตัวที่ 42.7%** แต่ไตรมาส 3 ปรับลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารควบคุมได้ดี** สัดส่วนต่อรายได้ลดลงเล็กน้อยจาก 30.8% เป็น 30.5% ใน 9 เดือนแรก
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 202.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้บริการตรวจวิเคราะห์ที่เพิ่มขึ้น 17.8% และรายได้บริการสอบเทียบที่เพิ่มขึ้น 32.3% แม้ว่ารายได้บริการตรวจสอบและรับรองระบบจะลดลง 37.0% ก็ตาม กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 14.1% เป็น 86.48 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (%GPM) ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 42.5% เป็น 42.7% แม้ว่าในไตรมาส 3 อัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อยจาก 42.4% เป็น 41.2% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 12.5% เป็น 61.78 ล้านบาท แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการบริการ บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น โดยลดลงจาก 30.8% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 30.5% ส่งผลให้กำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวด 9 เดือนแรก เพิ่มขึ้น 13.9% เป็น 17.38 ล้านบาท และมีอัตรากำไรเบ็ดเสร็จรวม (%Net Profit Margin) เพิ่มขึ้นจาก 7.8% เป็น 8.6% อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3 อัตรากำไรเบ็ดเสร็จรวมลดลงจาก 7.4% เป็น 6.5% สอดคล้องกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19:** ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการต่างๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริการตรวจวิเคราะห์และสอบเทียบ ณ สถานประกอบการ
* **การรับงานโครงการใหม่:** จากกลุ่มผู้ผลิตอาหารรายใหญ่และหน่วยงานรัฐ สนับสนุนการเติบโตของรายได้บริการตรวจวิเคราะห์
* **งานโครงการสอบเทียบขนาดใหญ่:** จากโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริการสอบเทียบ
* **การลงทุนในเครื่องมือวิทยาศาสตร์:** แม้จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนในระยะสั้น แต่เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการและรองรับงานที่ซับซ้อนขึ้นในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและเวชภัณฑ์ที่ผันผวน:** การปรับราคาเพิ่มขึ้นของน้ำยา เวชภัณฑ์ และวัสดุสิ้นเปลือง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคาและคุณภาพบริการในธุรกิจห้องปฏิบัติการและวิจัย
* **การลดลงของงานประมูลโครงการภาครัฐ:** เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้บริการตรวจสอบและรับรองระบบ
* **การลงทุนในเครื่องมือวิทยาศาสตร์:** แม้จะเป็นโอกาส แต่ก็เป็นต้นทุนที่ต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้บริการตรวจวิเคราะห์และสอบเทียบในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบของต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* ความคืบหน้าของงานโครงการใหม่ๆ ที่ได้รับ
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพต่อเนื่อง
* การประมูลงานโครงการภาครัฐในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้บริการตรวจวิเคราะห์ (Organic Analysis Services):** เป็นรายได้หลักของบริษัทฯ มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการกลับมาใช้บริการตามปกติของกลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เคยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 รวมถึงการได้รับงานโครงการเพิ่มเติมจากกลุ่มผู้ผลิตอาหารรายใหญ่และหน่วยงานรัฐ การเติบโตนี้สะท้อนถึงความต้องการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง
**รายได้บริการสอบเทียบ (Calibration Services):** มีการเติบโตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในไตรมาส 3 ที่เพิ่มขึ้นถึง 60.7% การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ทำให้ความต้องการใช้บริการสอบเทียบ ณ สถานประกอบการ (On-site Calibration) เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ประกอบกับมีงานโครงการสอบเทียบจากโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่เข้ามาเสริม
**รายได้บริการตรวจสอบและรับรองระบบ (Inspection & Certification):** มีการหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ 37.0% ในงวด 9 เดือนแรก ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดประมูลงานโครงการของรัฐที่ลดลงจากปีก่อนหน้าอย่างมาก
**อัตรากำไรขั้นต้น (%GPM):** สำหรับงวด 9 เดือนแรก ทรงตัวในระดับสูงที่ 42.7% โดยได้รับปัจจัยบวกจากการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) ในกลุ่มบริการตรวจวิเคราะห์จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น และการลดลงของบริการตรวจสอบและรับรองระบบซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3 อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 41.2% เนื่องจากต้นทุนน้ำยา เวชภัณฑ์ และวัสดุสิ้นเปลืองที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงการลงทุนในเครื่องมือวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี โดยสัดส่วนต่อรายได้จากการบริการลดลงเล็กน้อย สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 8.9% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 23.6% จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญา ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 6.5% จากเงินมัดจำและการจัดซื้อเครื่องมือวิทยาศาสตร์
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 15.9% โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 31.4% จากการเบิกใช้ตั๋วเงินกับสถาบันการเงินและการทำสัญญาเช่าเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 6.0% จากหนี้ตามสัญญาเช่าและเช่าซื้อเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ถึงกำหนดชำระหลัง 1 ปี
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 1.1% เป็นผลมาจากกำไรสุทธิ 17.38 ล้านบาท หักลบเงินปันผลจ่าย 15 ล้านบาท
## สรุปท้าย
AMARC ในไตรมาส 3 ปี 2565 และงวด 9 เดือนแรก แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตของรายได้บริการตรวจวิเคราะห์และบริการสอบเทียบ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 และการรับงานโครงการใหม่ๆ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 ปรับลดลงเล็กน้อย แต่ภาพรวมยังคงมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง โดยต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและโอกาสในการรับงานโครงการใหม่ๆ เพื่อรักษาการเติบโตของกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AMARC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
96.65
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
41.25
ล้านบาท
↑ 24.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.68
%
กำไรสุทธิ
15.73
ล้านบาท
↑ 60.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.27
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
97
↑ + 9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
41
↑ + 24.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
16
↑ + 60.4%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AMARC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
28.24
ROA (%)
23.50
Book Value/หุ้น
1.50
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AMARC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-126
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+63
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AMARC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-125.84
+355.45%
|
-27.63
+38.84%
|
-19.90
+315.45%
|
-4.79
-106.51%
|
73.60
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
63.15
+1,194.06%
|
4.88
-41.42%
|
8.33
-104.41%
|
-189.02
+872.33%
|
-19.44
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2.74
-109.57%
|
28.63
-54.40%
|
62.78
-68.89%
|
201.79
-483.34%
|
-52.64
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-65.43
-1,216.55%
|
5.86
-76.43%
|
24.86
-43.05%
|
43.65
+2,771.71%
|
1.52
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
30.05
-8.99%
|
33.02
-30.37%
|
47.42
+1,424.76%
|
3.11
+95.60%
|
1.59
-52.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
45.56
+49.97%
|
30.38
-8.00%
|
33.02
-30.37%
|
47.42
+1,424.76%
|
3.11
+95.80%
|