บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
1.72
0.03 (1.71%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร เกิดจาก รายได้อื่น 535.41 ล้านบาท รายการหลัก ได้แก่ เงินชดเชยค่าขาดประโยชน์จากข้อพิพาททางกฎหมาย 412.53 ล้านบาท และกําไรจากการจําหน่ายทรัพย์สิน 89.28 ล้านบาท
โดยกรายได้รวมเพิ่มขึ้น 556.36 ล้านบาท หรือ 55.6% จาก 1,001.18 ล้านบาท เป็น 1,557.54 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8856 out_tok=3033 at=2026-07-25T08:16:11 -->
# ALT กำไรสุทธิปี 64 พลิกขาดทุนหนัก รับรายได้หลักหด-ต้นทุนบริการพุ่ง
## รายได้รวมวูบ 31% สวนทางต้นทุนบริการพุ่ง กดดันกำไรขั้นต้นหดตัว 16.8%
บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 133.29 ล้านบาท เทียบกับปี 2563 ที่มีกำไร 269.69 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 31.1% ขณะที่ต้นทุนบริการกลับปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 16.8%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ ALT ในปี 2564 เปลี่ยนแปลงไป คือ **การลดลงอย่างมากของรายได้จากการขายสินค้าและบริการ โดยเฉพาะงานโครงการ Smart Grid ที่พัทยาที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนบริการที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 16.8% และเมื่อรวมกับรายการรายได้อื่นที่ลดลงอย่างมากจากปีก่อนหน้า (ซึ่งมีเงินชดเชยค่าขาดประโยชน์และกำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สิน) ทำให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิในปีนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายสินค้าและบริการลดลง:** สาเหตุหลักมาจากการที่งานโครงการ Smart Grid ที่พัทยา ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จและส่งมอบไปแล้ว ทำให้รายได้ในส่วนนี้หายไป ขณะที่โครงการอื่นๆ ยังอยู่ในขั้นตอนดำเนินการและพัฒนา ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตามระดับความสำเร็จต่อไป
* **ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น:** แม้รายได้จากการให้บริการโครงข่ายฯ จะเพิ่มขึ้น 42.3% แต่ต้นทุนบริการโครงข่ายฯ กลับเพิ่มขึ้น 16.9% ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ในส่วนนี้ และต้นทุนบริการในส่วนอื่นๆ ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน
* **รายได้อื่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** ในปี 2563 บริษัทมีรายได้อื่นสูงถึง 535.41 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเงินชดเชยค่าขาดประโยชน์จากข้อพิพาททางกฎหมาย 412.53 ล้านบาท และกำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สิน 89.28 ล้านบาท แต่ในปี 2564 รายได้ส่วนนี้ลดลงเหลือเพียง 27.41 ล้านบาท ทำให้ฐานเปรียบเทียบสูงผิดปกติ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ผลประกอบการในปี 2564 เปลี่ยนแปลงไปนั้น มีลักษณะเป็น **ครั้งคราว** โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดลงของรายได้จากการขายสินค้าและบริการที่เกิดจากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่แล้วเสร็จ และการที่รายได้อื่นในปี 2563 มีรายการพิเศษที่สูงมาก อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการโครงข่ายฯ และการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เช่น OTT และ Hyperscaler รวมถึงการลงทุนในธุรกิจพลังงานอัจฉริยะและเมืองอัจฉริยะ อาจเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตได้ แต่ต้องติดตามความคืบหน้าของโครงการต่างๆ อย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ:** ปี 2564 บริษัทมีขาดทุนสุทธิ 133.29 ล้านบาท เทียบกับปี 2563 ที่มีกำไร 269.69 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 31.1%:** จาก 1,557.54 ล้านบาท เหลือ 1,072.65 ล้านบาท โดยหลักมาจากงานโครงการ Smart Grid ที่พัทยาแล้วเสร็จ
* **รายได้ให้บริการโครงข่ายฯ เติบโต 42.3%:** เพิ่มขึ้น 99.26 ล้านบาท เป็น 333.67 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นลดลง 16.8%:** จาก 98.27 ล้านบาท เหลือ 81.80 ล้านบาท
* **รายได้อื่นลดลง 94.9%:** จาก 535.41 ล้านบาท เหลือ 27.41 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีรายการพิเศษ
* **Backlog 1,307.9 ล้านบาท:** ณ สิ้นปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,072.65 ล้านบาท ลดลง 31.1% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีรายได้รวม 1,557.54 ล้านบาท การลดลงนี้เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้จากการขายสินค้าและบริการ 63.2% และรายได้จากการให้บริการ 41.3% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการที่งานโครงการ Smart Grid ที่พัทยาได้ดำเนินการแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้บริการโครงข่ายฯ กลับเติบโตขึ้น 42.3% เป็น 333.67 ล้านบาท
ในด้านต้นทุนรวมลดลง 32.1% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเป็นรายหมวด ต้นทุนบริการกลับเพิ่มขึ้น 16.9% ในส่วนของต้นทุนบริการโครงข่ายฯ แม้ว่ารายได้ในส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นก็ตาม ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 16.8% จาก 98.27 ล้านบาท เหลือ 81.80 ล้านบาท
รายการอื่นที่สำคัญคือ รายได้อื่นลดลงอย่างมากถึง 94.9% เนื่องจากปี 2563 มีรายการพิเศษ เช่น เงินชดเชยค่าขาดประโยชน์และกำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สิน ในขณะที่ปี 2564 ไม่มีรายการดังกล่าว ประกอบกับการลดลงของต้นทุนทางการเงิน 49.5% จากการลดลงของยอดหนี้เงินกู้ ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนก่อนภาษีเงินได้ 131.45 ล้านบาท และเมื่อรวมภาษีเงินได้แล้ว บริษัทมีขาดทุนสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 133.29 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจสู่กลุ่มลูกค้าใหม่:** บริษัทมีโอกาสเติบโตจากการให้บริการแก่ลูกค้ากลุ่ม OTT (Over The Top) และกลุ่ม Hyperscaler ซึ่งเป็นผู้ให้บริการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ มีความสนใจลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น
* **การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม:** การลงทุนในโครงการเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ และการพัฒนาโครงข่ายใยแก้วนำแสงเพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็น ASEAN Digital Hub
* **ธุรกิจพลังงานอัจฉริยะ (Smart Grid & Smart Energy):** มีโอกาสเติบโตจากการขยายโครงการ Smart Grid ไปยังหัวเมืองสำคัญทั่วประเทศ และการขยายธุรกิจสู่บริการจัดการพลังงาน เช่น Solar Rooftop
* **ธุรกิจเมืองอัจฉริยะ (Smart City):** การนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดิน การติดตั้งเสาไฟอัจฉริยะ (Smart Pole) เพื่อรองรับอุปกรณ์ IoT และยานยนต์ไฟฟ้า
* **ธุรกิจแพลตฟอร์มอัจฉริยะ:** การพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเป็นบริการเสริมสำหรับระบบเมืองอัจฉริยะและพลังงานอัจฉริยะ เช่น ซอฟต์แวร์อ่านป้ายทะเบียนรถยนต์
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพิงงานโครงการ:** รายได้จากการขายสินค้าและบริการยังคงมีความผันผวนจากการพึ่งพิงงานโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อโครงการเสร็จสิ้นอาจส่งผลกระทบต่อรายได้
* **การแข่งขันที่สูงขึ้น:** ธุรกิจเทคโนโลยีมีการแข่งขันสูง อัตรากำไรมีแนวโน้มลดลง
* **การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี กฎระเบียบ และพฤติกรรมผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
* **สถานการณ์ในเมียนมาร์:** แม้ความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้น แต่สถานการณ์ทางการเมืองในเมียนมาร์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาสำหรับผลประกอบการของ IGC
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของโครงการเคเบิลใต้น้ำ:** การก่อสร้างสถานีเชื่อมต่อเคเบิลใต้น้ำในจังหวัดสตูล คาดว่าจะแล้วเสร็จและรับรู้รายได้ในไตรมาส 2 ปี 2565
* **การขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Hyperscaler:** การเข้ามาลงทุนในประเทศไทยของกลุ่ม Hyperscaler จะเพิ่มโอกาสในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของบริษัท
* **การขยายโครงการ Smart Grid:** การที่รัฐจะขยายขนาดโครงการ Smart Grid ไปยังหัวเมืองสำคัญทั่วประเทศ
* **การรับรู้รายได้จากโครงการอื่นๆ:** โครงการที่ยังอยู่ในขั้นตอนดำเนินการและพัฒนา จะทยอยรับรู้รายได้ตามระดับความสำเร็จ
* **ผลประกอบการของ IGC:** การเติบโตของรายได้จากปริมาณการใช้งานแบนด์วิทด์ที่เพิ่มขึ้นในเมียนมาร์ และผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
**รายได้จากการให้บริการโครงข่ายฯ เติบโตโดดเด่น:** รายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้น 42.3% สะท้อนถึงความต้องการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการให้บริการแบนด์วิทด์ระหว่างประเทศแก่ลูกค้าผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านบริษัทย่อย IGC ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายบริการไปยังลูกค้ากลุ่ม OTT และ Hyperscaler
**การลงทุนในเคเบิลใต้น้ำ:** IGC กำลังดำเนินการก่อสร้างระบบเคเบิลใต้น้ำและสถานีเชื่อมต่อในจังหวัดสตูล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย เมียนมาร์ และอินเดีย คาดว่าจะแล้วเสร็จและรับรู้รายได้ในไตรมาส 2 ปี 2565 โครงการนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างประเทศ และรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อกับลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ
**การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม:** บริษัทได้วางโครงข่ายหลัก (Backbone Network) ครอบคลุมทั่วประเทศ และเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านผ่านกิจการร่วมค้า SIC และ IH รวมถึงการลงทุนผ่านบริษัทย่อย IGC เพื่อให้บริการลูกค้าต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้าในการจัดระเบียบสายสื่อสารบนถนนสายหลักทั่วประเทศ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ
**ธุรกิจ Smart Grid และ Smart Energy:** แม้โครงการ Smart Grid ที่พัทยาจะแล้วเสร็จ แต่บริษัทมีโอกาสเติบโตจากการขยายโครงการไปยังหัวเมืองสำคัญ และการลงทุนในโรงงานผลิต Smart Meter รวมถึงการขยายธุรกิจสู่บริการจัดการพลังงาน เช่น Solar Rooftop ให้กับภาคเอกชน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,680.21 ล้านบาท ลดลง 16.3% จากปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 34.3% เป็นผลมาจากการลดลงของเงินสด 244.02 ล้านบาท และลูกหนี้การค้า 236.64 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 984.72 ล้านบาท ลดลง 28.2% จากปีก่อน โดยหลักมาจากการชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมธนาคาร 305.47 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงจาก 0.75 เท่า เหลือ 0.58 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนติดลบ เนื่องจากมีเงินสดและเงินฝากประกันสูงกว่ายอดหนี้เงินกู้
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 1,695.49 ล้านบาท ลดลง 7.4% จากปีก่อน โดยมีผลขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้น
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในปี 2564 อยู่ที่ 260.42 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มี 710.56 ล้านบาท บริษัทใช้เงินสดไปในกิจกรรมลงทุน 136.64 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 367.79 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการชำระคืนหนี้เงินกู้ ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายปีอยู่ที่ 253.42 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ ALT เผชิญความท้าทายจากการลดลงของรายได้หลักจากโครงการ Smart Grid ที่พัทยาแล้วเสร็จ และรายการพิเศษในปีก่อนหน้าที่สูงผิดปกติ ทำให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จากการให้บริการโครงข่ายฯ และการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เช่น OTT และ Hyperscaler รวมถึงการลงทุนในธุรกิจพลังงานและเมืองอัจฉริยะ เป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะโครงการเคเบิลใต้น้ำที่คาดว่าจะเริ่มสร้างรายได้ในกลางปี 2565 ซึ่งนักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการต่างๆ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ALT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
482.62
ล้านบาท
↑ 75.9% YoY
กำไรขั้นต้น
47.76
ล้านบาท
↑ 6.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.90
%
กำไรสุทธิ
-16.78
ล้านบาท
↑ 191.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.48
%
D/E Ratio
1.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
483
↑ + 75.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 6.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-17
↑ + 191.9%
YoY
D/E Ratio
1.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ALT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.55
ROE (%)
4.94
ROA (%)
3.77
Book Value/หุ้น
1.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ALT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+24
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+73
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ALT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
24.37
-106.77%
|
-359.88
-556.24%
|
78.88
+378.93%
|
16.47
-63.06%
|
44.58
-93.73%
|
710.56
+953.46%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
72.91
-45.21%
|
133.08
-72.62%
|
486.12
+182.91%
|
171.83
-4,913.17%
|
-3.57
-110.48%
|
34.06
+606.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
97.98
-143.27%
|
-226.42
-44.22%
|
-405.92
+67.90%
|
-241.76
-161.91%
|
390.53
-237.19%
|
-284.66
+16.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
43.37
-61.08%
|
111.44
-162.29%
|
-178.90
-386.29%
|
62.49
-125.61%
|
-244.02
-153.05%
|
459.96
-394.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
246.31
+79.78%
|
137.01
-56.63%
|
315.91
+24.66%
|
253.42
-49.06%
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
284.78
+15.62%
|
246.31
+79.78%
|
137.01
-56.63%
|
315.91
+24.66%
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|