บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
1.49
+0.22 (+17.32%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10051 out_tok=3040 at=2026-07-25T03:25:26 -->
# AIE พลิกขาดทุนสุทธิปี 65 รับแรงกดดันราคาปาล์มผันผวน-นโยบาย B5
## รายได้รวมปี 65 โต 20% แต่กำไรสุทธิหดหนัก เหตุต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าราคาขาย
บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) หรือ AIE รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 22.13 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 423.62 ล้านบาทในปี 2564 แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตถึง 20.11% เป็น 7,724.99 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายผสมไบโอดีเซลของภาครัฐ และความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ AIE ในปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบ (น้ำมันปาล์มดิบ) ที่สูงกว่าราคาขายเฉลี่ยในช่วงเวลาหนึ่ง** ประกอบกับ **ปริมาณการขายไบโอดีเซลที่ลดลงในช่วงต้นปี** จากมาตรการภาครัฐ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ในปี 2565 ราคาน้ำมันปาล์มดิบมีความผันผวนสูง โดยมีราคาวัตถุดิบในช่วง 28.93-61.22 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับปี 2564 ที่อยู่ในช่วง 30.75-47.45 บาทต่อกิโลกรัม ความผันผวนดังกล่าวทำให้บางช่วงเวลาบริษัทฯ มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าราคาขายเฉลี่ยถึง 8.00-10.00 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากการลดมูลค่าของสินค้า (Impairment Loss) จำนวน 14.00 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 นอกจากนี้ ปริมาณการขายไบโอดีเซลยังได้รับผลกระทบจากการที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้ปรับลดสัดส่วนการผสมน้ำมันไบโอดีเซลจาก B7 เหลือ B5 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงกันยายน 2565 ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการใช้และผลิตไบโอดีเซลลดลง แม้ว่าในช่วงปลายปี (ตั้งแต่ 10 ตุลาคม 2565) จะมีการปรับเพิ่มสัดส่วนกลับเป็น B7 ก็ตาม แต่ไม่สามารถชดเชยปริมาณขายที่หายไปตลอดทั้งปีได้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการได้พยายามบริหารจัดการโดยเน้นการบริหารวัตถุดิบให้มีอัตราการหมุนเวียนเร็วขึ้น และควบคุมสต็อกให้อยู่ระหว่าง 15-25 วัน เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มดิบยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐเกี่ยวกับสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลก็เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ:** ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 22.13 ล้านบาท เทียบกับปี 2564 ที่มีกำไร 423.62 ล้านบาท
* **รายได้เติบโต 20.11%:** รายได้จากการขายและบริการรวม 7,724.99 ล้านบาท จาก 6,431.56 ล้านบาทในปี 2564
* **ต้นทุนพุ่ง 30.42%:** ต้นทุนขายและบริการรวม 7,681.74 ล้านบาท จาก 5,890.19 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรขั้นต้นหดตัวรุนแรง:** เหลือเพียง 43.25 ล้านบาท ลดลง 92.01% จาก 541.37 ล้านบาทในปี 2564
* **ปริมาณขายไบโอดีเซลลดลง:** แม้ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น แต่ปริมาณขายลดลง 10.58% จากผลกระทบมาตรการ B5
* **สต็อกสินค้าลดลง:** สินค้าคงเหลือ ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 426.30 ล้านบาท ลดลง 24.88% จาก 567.48 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีผลการดำเนินงานที่น่ากังวล โดยพลิกจากกำไรสุทธิ 423.62 ล้านบาทในปี 2564 มาเป็นขาดทุนสุทธิ 22.13 ล้านบาทในปี 2565 คิดเป็นการลดลงถึง 105.22% แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะเติบโตขึ้น 20.11% เป็น 7,724.99 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายและต้นทุนบริการกลับเพิ่มขึ้นสูงถึง 30.42% เป็น 7,681.74 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 92.01% เหลือเพียง 43.25 ล้านบาท EBITDA ปรับตัวลดลง 87.34% มาอยู่ที่ 73.00 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซล:** การที่ กบง. มีมติปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมน้ำมันไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป ช่วยเพิ่มปริมาณการขายไบโอดีเซลในช่วงปลายปี และอาจส่งผลดีต่อปริมาณขายในปีถัดไป
* **การบริหารจัดการวัตถุดิบ:** บริษัทฯ มีนโยบายบริหารจัดการวัตถุดิบ (น้ำมันปาล์มดิบ) ให้มีอัตราการหมุนเวียนเร็วขึ้น และควบคุมสต็อกให้อยู่ระหว่าง 15-25 วัน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
* **การขายวัตถุดิบผลพลอยได้:** รายได้จากการขายวัตถุดิบผลพลอยได้และอื่นๆ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 153.61% จากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
* **บริการรับจ้างผลิต:** การให้บริการรับจ้างผลิตกลีเซอรีนบริสุทธิ์ และน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ ช่วยลดต้นทุนคงที่จากการใช้กำลังการผลิตส่วนเกิน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและกำไรของบริษัทฯ โดยตรง
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** การปรับลดหรือเพิ่มสัดส่วนการผสมน้ำมันไบโอดีเซลของภาครัฐส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการขาย
* **การรับรู้ผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้า:** ในปี 2565 บริษัทฯ ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากการลดมูลค่าของสินค้าจำนวน 14.00 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนผลิตสูงกว่าราคาขาย
* **การแข่งขันในตลาดกลีเซอรีน:** ราคาขายกลีเซอรีนในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับลดลง ส่งผลให้ผู้ซื้อชะลอการซื้อและราคาขายลดลงอย่างต่อเนื่อง
* **การลดลงของปริมาณขายน้ำมันบริโภค:** บริษัทฯ ไม่ได้รับคำสั่งซื้อจากการเข้าแข่งขันประกวดราคาจากลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม ทำให้ปริมาณขายลดลงอย่างมาก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มดิบ:** ทิศทางราคาวัตถุดิบหลักในปี 2566 จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
* **นโยบายการผสมไบโอดีเซล:** การคงหรือเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการผสม B7 จะมีผลต่อปริมาณขายไบโอดีเซล
* **การบริหารจัดการสต็อก:** ประสิทธิภาพในการบริหารสต็อกวัตถุดิบและสินค้าคงเหลือเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนราคา
* **การฟื้นตัวของตลาดกลีเซอรีน:** แนวโน้มราคาขายและปริมาณการซื้อขายกลีเซอรีนในตลาดโลก
* **การกลับมาของคำสั่งซื้อน้ำมันบริโภค:** ความสามารถในการกลับมาแข่งขันและได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity และ ASP:** ราคาขายเฉลี่ยไบโอดีเซลในปี 2565 สูงขึ้นตามราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลัก โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกที่ราคาตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาวัตถุดิบที่ผันผวนทำให้บางช่วงเวลาต้นทุนผลิตสูงกว่าราคาขายเฉลี่ยถึง 8.00-10.00 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนกลีเซอรีนบริสุทธิ์ ราคาขายเพิ่มขึ้น 25.58% แต่ปริมาณขายลดลง 7.70% เนื่องจากวัตถุดิบจากการผลิตไบโอดีเซลลดลง และราคาขายในตลาดโลกเริ่มปรับลดลงอย่างมากในช่วงครึ่งปีหลัง
**ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณขายไบโอดีเซลลดลง 10.58% ในปี 2565 เนื่องจากมาตรการภาครัฐให้ปรับลดสัดส่วนผสมจาก B7 เป็น B5 ในช่วงต้นปี แม้จะมีการปรับเพิ่มกลับเป็น B7 ในช่วงปลายปี แต่ไม่สามารถชดเชยปริมาณขายที่ลดลงได้ ปริมาณขายน้ำมันบริโภคลดลง 71.92% เนื่องจากไม่ได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม ส่วนกลีเซอรีนบริสุทธิ์ ปริมาณขายลดลง 7.70% ตามปริมาณการผลิตไบโอดีเซล
**ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนขายต่อยอดขายสำหรับไบโอดีเซลเพิ่มขึ้น 10.53% จากราคาวัตถุดิบที่ลดลงอย่างมากตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 2 ทำให้ต้นทุนผลิตสูงกว่าราคาขาย สำหรับน้ำมันบริโภค ต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้น 1.97% จากราคาวัตถุดิบที่ปรับลดลงต่อเนื่อง ส่วนกลีเซอรีนบริสุทธิ์ ต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้น 12.28% จากราคาวัตถุดิบหลักที่ลดลง
**กำลังการผลิต:** บริษัทฯ มีกำลังการผลิตส่วนเกินในส่วนงานให้บริการรับจ้างผลิตกลีเซอรีนบริสุทธิ์ และน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ เพื่อลดต้นทุนคงที่
**โครงการลงทุน:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายสัดส่วนผสมไบโอดีเซล (B7 เป็น B5 และกลับเป็น B7) เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณขาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,481.25 ล้านบาท ลดลง 16.13% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ โดยมีการบริหารจัดการการจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าคงเหลือเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ หนี้สินรวมอยู่ที่ 476.56 ล้านบาท ลดลง 23.55% จากปีก่อน เนื่องจากการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือทำให้เจ้าหนี้การค้าลดลง ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,004.69 ล้านบาท ลดลง 14.16% จากปีก่อน เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลและผลขาดทุนจากการดำเนินงาน เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 64.31% มาอยู่ที่ 102.34 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ AIE โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มดิบและนโยบายภาครัฐที่ส่งผลให้ผลประกอบการพลิกขาดทุน แม้รายได้จะเติบโต แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นและปริมาณขายที่ลดลงในช่วงต้นปีได้บั่นทอนกำไรขั้นต้นอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในช่วงปลายปี และความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและสต็อก อาจเป็นสัญญาณบวกสำหรับผลประกอบการในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและนโยบายภาครัฐยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AIE ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
2,021.52
ล้านบาท
↓ 14.3% YoY
กำไรขั้นต้น
25.71
ล้านบาท
↓ 84.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1.27
%
กำไรสุทธิ
1.21
ล้านบาท
↓ 99.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.06
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,022
↓ -14.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
26
↓ -84.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1
↓ -99.2%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AIE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
1.00
ROA (%)
0.82
Book Value/หุ้น
1.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AIE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-225
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-172
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AIE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-224.99
+459.40%
|
-40.22
-63.80%
|
-111.09
-74.34%
|
-432.92
-14.56%
|
-506.67
+1,946.32%
|
-24.76
+8.17%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-171.97
+4.56%
|
-164.47
+7,658.02%
|
-2.12
-98.06%
|
-109.22
+325.81%
|
-25.65
+252.82%
|
-7.27
-54.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
345.88
+384,211.11%
|
0.09
-550.00%
|
-0.02
-100.01%
|
318.82
+37.78%
|
231.39
-560.48%
|
-50.25
-183.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-51.08
-75.04%
|
-204.62
+80.73%
|
-113.22
-51.07%
|
-231.38
-23.12%
|
-300.95
+3,308.27%
|
-8.83
-296.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
254.87
+51.37%
|
168.38
+64.53%
|
102.34
-64.30%
|
286.70
+471.12%
|
50.20
-14.96%
|
59.03
+8.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
224.16
-12.05%
|
254.87
+51.37%
|
168.38
+64.53%
|
102.34
-64.31%
|
0.00
-100.00%
|
50.20
-14.96%
|