บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
1.49
+0.22 (+17.32%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13559 out_tok=3081 at=2026-07-25T05:59:29 -->
# AIE พลิกขาดทุนหนัก Q3/65 สวนทาง 9 เดือนแรกกำไรลด 91% รับพิษราคาปาล์มผันผวน
## รายได้-กำไรทรุดตามราคาวัตถุดิบ-นโยบายรัฐ ฝ่ายจัดการเร่งบริหารสต็อกสั้นลง
บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) หรือ AIE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 142.80 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 82.41 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบที่ผันผวนและมาตรการภาครัฐส่งผลให้ต้นทุนผลิตสูงกว่าราคาขาย ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 22.79 ล้านบาท ลดลงถึง 91.55% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให AIE พลิกขาดทุนในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การที่ต้นทุนการผลิตสูงกว่าราคาขายเฉลี่ย 8-9 บาทต่อกิโลกรัม** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มดิบที่เป็นวัตถุดิบหลัก ประกอบกับการปรับลดสัดส่วนการผสมน้ำมันไบโอดีเซลตามมาตรการของภาครัฐ ส่งผลให้ปริมาณการขายและราคาขายโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทยังต้องรับรู้ผลขาดทุนจากการลดมูลค่าของสินค้าคงเหลือจำนวน 20.00 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุที่ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงกว่าราคาขายเกิดจากปัจจัยหลัก 2 ประการ:
* **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** ราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับลดลงเฉลี่ย 32% จากไตรมาส 2 ปี 2565 (จาก 52.50-61.22 บาท/กก. เหลือ 31.75-48.95 บาท/กก.) เนื่องจากรัฐบาลอินโดนีเซียยกเลิกมาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ทำให้มีผลผลิตเข้าสู่ตลาดโลกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับลดลงนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ราคาวัตถุดิบเคยปรับตัวสูงขึ้นมาก่อนหน้า ทำให้บริษัทฯ มีต้นทุนคงค้างที่สูงกว่าราคาขายในปัจจุบัน
* **ปริมาณการขายลดลงจากมาตรการภาครัฐ:** คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้ปรับลดสัดส่วนการผสมน้ำมันไบโอดีเซลจาก B7 เหลือ B5 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน ส่งผลให้ปริมาณการใช้และผลิตไบโอดีเซลลดลง ลูกค้ามีความต้องการสินค้าลดลง ทำให้รายได้จากการขายไบโอดีเซลลดลง 24.60% เมื่อเทียบกับปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในระยะถัดไป ฝ่ายจัดการได้กำหนดนโยบายบริหารจัดการวัตถุดิบ (น้ำมันปาล์มดิบ) ให้มีอัตราการหมุนเวียนของสินค้าเร็วขึ้น และเก็บสต็อกไว้ระหว่าง 15-25 วัน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบต่อผลการดำเนินงาน ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากสต็อกสินค้าที่มากเกินไป และลดผลกระทบจากการขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าหากราคาวัตถุดิบผันผวนอีก
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ Q3/65 พลิกจากกำไร:** บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 142.80 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 เทียบกับกำไร 82.41 ล้านบาทในปีก่อน และกำไร 46.08 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565
* **กำไร 9 เดือนแรกวูบ 91.55%:** กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 22.79 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 269.61 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/65 ลดลง 13.70%:** รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 1,306.80 ล้านบาท ลดลงจาก 1,514.32 ล้านบาทในปีก่อน โดยหลักมาจากยอดขายไบโอดีเซลที่ลดลงทั้งปริมาณและราคา
* **ต้นทุนผลิตสูงกว่าราคาขาย:** ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีต้นทุนผลิตสูงกว่าราคาขายเฉลี่ย 8-9 บาทต่อกิโลกรัม และรับรู้ผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้า 20.00 ล้านบาท
* **ราคาวัตถุดิบปาล์มดิบลดลง:** ราคาวัตถุดิบในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับลดลงเฉลี่ย 32% จากไตรมาส 2 ปี 2565
* **ปริมาณขายไบโอดีเซลลดลง:** จากมาตรการภาครัฐปรับลดสัดส่วนผสมน้ำมันไบโอดีเซลจาก B7 เหลือ B5
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 142.80 ล้านบาท ลดลง 273.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 82.41 ล้านบาท และลดลง 409.90% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 ที่มีกำไร 46.08 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 22.79 ล้านบาท ลดลง 91.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 269.61 ล้านบาท
รายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 1,306.80 ล้านบาท ลดลง 13.70% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 37.97% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 อย่างไรก็ตาม รายได้รวมสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 31.80% เป็น 5,764.92 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน
ต้นทุนขายและบริการรวมในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 1,420.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.03% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 31.07% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 ส่งผลให้กำไรขั้นต้นติดลบ 113.70 ล้านบาท เทียบกับกำไรขั้นต้น 108.37 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การขายกลีเซอรีนบริสุทธิ์:** มีรายได้เพิ่มขึ้น 39.03% ในไตรมาส 3 ปี 2565 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และปริมาณกลีเซอรีนในตลาดที่น้อยลง
* **การขายวัตถุดิบและผลพลอยได้:** มีรายได้เพิ่มขึ้น 12.63% ในไตรมาส 3 ปี 2565 เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการขายวัตถุดิบเพื่อผลิตไบโอดีเซลให้กับลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน
* **ส่วนงานให้บริการรับจ้างผลิต:** รายได้เพิ่มขึ้น 100% จากการรับจ้างผลิตกลีเซอรีน ซึ่งบริษัทฯ มีความสามารถในการให้บริการได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญในการทำกำไรของบริษัทฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและราคาขาย
* **มาตรการภาครัฐ:** การปรับลดสัดส่วนการผสมน้ำมันไบโอดีเซลส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการขายและการผลิต
* **การแข่งขันด้านราคา:** ในการขายน้ำมันบริโภค ลูกค้าบางครั้งไม่สามารถแข่งขันได้ในการประกวดราคา ทำให้ยอดขายลดลง
* **การชะลอการซื้อของผู้ซื้อ:** ราคาขายกลีเซอรีนในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลง ทำให้ผู้ซื้อชะลอการซื้อสินค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและกำไร
* **นโยบายการผสมน้ำมันไบโอดีเซล:** การเปลี่ยนแปลงหรือคงมาตรการของ กบง. จะมีผลต่อปริมาณการขาย
* **การบริหารจัดการสต็อก:** ประสิทธิภาพในการบริหารสต็อกวัตถุดิบและสินค้าคงเหลือให้มีอัตราการหมุนเวียนเร็วขึ้น
* **การขยายตลาดกลีเซอรีน:** การตอบรับของตลาดต่อผลิตภัณฑ์กลีเซอรีนบริสุทธิ์ และแนวโน้มราคาขาย
* **การรับจ้างผลิต:** ศักยภาพและความสามารถในการขยายธุรกิจรับจ้างผลิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity และ ASP:** ราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยของไบโอดีเซลลดลงตามไปด้วย แม้ว่าราคาขายกลีเซอรีนบริสุทธิ์จะปรับเพิ่มขึ้น แต่ก็เริ่มมีสัญญาณชะลอตัวจากการปรับลดลงของราคาขายในตลาดโลก
**ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการขายไบโอดีเซลลดลงอย่างชัดเจนจากมาตรการภาครัฐที่ปรับลดสัดส่วนการผสม ส่วนการขายน้ำมันบริโภคลดลงเนื่องจากไม่สามารถแข่งขันในการประกวดราคาได้ ขณะที่การขายวัตถุดิบและผลพลอยได้ รวมถึงการรับจ้างผลิตกลีเซอรีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
**ต้นทุนต่อหน่วย:** อัตราต้นทุนขายต่อยอดขายโดยรวมเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก (ไบโอดีเซล, น้ำมันบริโภค, กลีเซอรีน) เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 และการที่บริษัทฯ มีต้นทุนผลิตสูงกว่าราคาขายในไบโอดีเซล
**กำลังการผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับกำลังการผลิตโดยตรง แต่กล่าวถึงความสามารถในการให้บริการรับจ้างผลิตกลีเซอรีน
**โครงการลงทุน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงโครงการลงทุนใหม่ๆ
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** มาตรการของ กบง. ในการปรับลดสัดส่วนผสมน้ำมันไบโอดีเซลเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณขาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,264.52 ล้านบาท ลดลง 23.46% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการปริมาณวัตถุดิบและสินค้าคงเหลือเพื่อควบคุมผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ปรับลดลง
หนี้สินรวมอยู่ที่ 214.91 ล้านบาท ลดลง 65.52% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือที่ทำให้ยอดเจ้าหนี้การค้าลดลง
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,049.61 ล้านบาท ลดลง 12.23% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลและผลการดำเนินงานในระหว่างปี
## สรุปท้าย
AIE เผชิญแรงกดดันอย่างหนักในไตรมาส 3 ปี 2565 จากต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าราคาขาย อันเป็นผลมาจากความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มดิบและมาตรการภาครัฐที่ลดปริมาณการใช้ไบโอดีเซล ทำให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 142.80 ล้านบาท แม้ว่ารายได้รวม 9 เดือนแรกจะเติบโต แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้เร่งปรับกลยุทธ์บริหารจัดการสต็อกให้มีอัตราหมุนเวียนเร็วขึ้น เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่ากลยุทธ์นี้จะช่วยพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมาดีขึ้นได้ในระยะต่อไปหรือไม่ ท่ามกลางโอกาสจากตลาดกลีเซอรีนที่ยังคงเติบโตได้ดี
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AIE ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
2,021.52
ล้านบาท
↓ 14.3% YoY
กำไรขั้นต้น
25.71
ล้านบาท
↓ 84.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1.27
%
กำไรสุทธิ
1.21
ล้านบาท
↓ 99.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.06
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,022
↓ -14.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
26
↓ -84.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1
↓ -99.2%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AIE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
1.00
ROA (%)
0.82
Book Value/หุ้น
1.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AIE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-225
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-172
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AIE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-224.99
+459.40%
|
-40.22
-63.80%
|
-111.09
-74.34%
|
-432.92
-14.56%
|
-506.67
+1,946.32%
|
-24.76
+8.17%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-171.97
+4.56%
|
-164.47
+7,658.02%
|
-2.12
-98.06%
|
-109.22
+325.81%
|
-25.65
+252.82%
|
-7.27
-54.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
345.88
+384,211.11%
|
0.09
-550.00%
|
-0.02
-100.01%
|
318.82
+37.78%
|
231.39
-560.48%
|
-50.25
-183.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-51.08
-75.04%
|
-204.62
+80.73%
|
-113.22
-51.07%
|
-231.38
-23.12%
|
-300.95
+3,308.27%
|
-8.83
-296.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
254.87
+51.37%
|
168.38
+64.53%
|
102.34
-64.30%
|
286.70
+471.12%
|
50.20
-14.96%
|
59.03
+8.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
224.16
-12.05%
|
254.87
+51.37%
|
168.38
+64.53%
|
102.34
-64.31%
|
0.00
-100.00%
|
50.20
-14.96%
|