บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
373.00
3.00 (0.80%)
สรุปสั้น
ภาพรวมรายได้ของเอไอ เอสยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและปีก่อน <span class=text-danger>โดยธุรกิจ โทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงได้รับผลกระทบและมีรายได้ลดลงเล็กน้อย (-1.5% yoy, -0.9% qoq) ซึ่งอัตราการลดลงถือว่าดีขึ้นกว่าในหลายไตรมาสที่ผ่านมา </span>
ในส่วน ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านมีความต้องการสูงขึ้นจากความจําเป็นในการทํางานและ เรียนจากที่บ้าน (+21% yoy, +6% qoq) สําหรับธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรยังคง เติบโต 13% จากปีก่อน ในด้านการควบคุมค่าใช้จ่ายยังคงดําเนินการต่อเนื่อง และเน้นการลงทุนขยายโครงข่าย 5G
ส่งผลให้ยังคงรักษาระดับต้นทุนบริการ โดยรวม (+3% yoy, -0.5% qoq) และมีค่าใช้จ่ายด้านการขายและบริหารที่ลดลง (-15% yoy, -6% qoq) <span class=text-danger>โดยรวมแล้ว บริษัทมีกําไรสุทธิในไตรมาสนี้ 7 พันล้าน บาท ซึ่งทรงตัวจากปีก่อน (+0.6%) และเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก หากไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาสนี้ กําไรสุทธิจะอยู่ที่ 6.6 พันล้านบาท ซึ่ง ลดลง 5% จากปีก่อน และทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว</span>
ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวม 43.2 ล้านราย ซึ่งเพิ่มขึ้นสุทธิ 466,600 เลขหมาย มีแน้วโน้ม เติมเงินไปยังรายเดือน ทําให้ฐานลูกค้าระบบรายเดือนเติบโตร้อยละ 3.3 จากไตรมาสก่อน และมีรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือน (ARPU) อยู่ที่ 471 บาท ลดลง ร้อยละ 1.8
ด้านฐานลูกค้าระบบเติมเงินเพิ่มขึ้นสุทธิ 114,900 ราย จากลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นชดเชยกับการลดลงของการใช้งานซิมเฉพาะกลุ่มที่สูงขึ้นมาในไตรมาส ก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4987 out_tok=2725 at=2026-07-25T00:47:46 -->
# ADVANC กำไร Q2/66 หดตัวแรง YoY รับต้นทุนพุ่ง-ดอกเบี้ยจ่ายสูง
## รายได้รวมโต 85% แต่กำไรสุทธิวูบ 84% ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุน-ดอกเบี้ยจ่ายเป็นปัจจัยหลัก
บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) หรือ UMS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 135.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 11.29 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2565 เหลือเพียง 1.85 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2566 คิดเป็นการลดลงถึง 83.79% โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนรวมที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี (อ้างอิงจากโจทย์ แต่ข้อมูลที่ให้มาเป็นกลุ่มเหมืองแร่/ถ่านหิน ซึ่งจะวิเคราะห์ตามข้อมูลที่ได้รับ)
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก product mix, recurring revenue, ลูกค้าหลัก, margin, ค่าใช้จ่าย R&D/ขาย, หรือสัญญาใหม่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ UMS ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 85.36% มาอยู่ที่ 135.31 ล้านบาท (จาก 73.00 ล้านบาท ใน Q2/2565) คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนรวมและต้นทุนทางการเงิน** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 83.79% จาก 11.29 ล้านบาท เหลือเพียง 1.85 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนรวมที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนรวมในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 114.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.51% จาก 66.11 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน การเพิ่มขึ้นนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้น แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.60 ล้านบาท (จาก 6.89 ล้านบาท) แต่เมื่อคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) กลับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก 9.44% เป็น 15.22% ซึ่งสะท้อนว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนั้นสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ในสัดส่วนที่มากกว่า
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 8.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 6.32 ล้านบาท ในปีก่อน คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 27.22% หรือคิดเป็น 5.94% ของรายได้รวม (เทียบกับ 8.66% ในปีก่อน) การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินนี้เป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิโดยตรง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าปัจจัยเหล่านี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** โดยเอกสารระบุว่าการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า (เพิ่มขึ้น 76.77% เป็น 49.46 ล้านบาท) มาจากการเพิ่มขึ้นของยอดซื้อถ่านหิน และเงินกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน (เพิ่มขึ้น 30.92% เป็น 713.94 ล้านบาท) นำไปลงทุนในทรัพย์สินโครงการต่างๆ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการดำเนินงานในอนาคต อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนเหล่านี้เมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ต้องติดตามผลกระทบต่ออัตรากำไรในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/66 พุ่ง 85.36% YoY** แตะ 135.31 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 83.79% YoY** เหลือเพียง 1.85 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น** จาก 9.44% เป็น 15.22%
* **ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น 73.51% YoY** เป็น 114.71 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 27.22% YoY** เป็น 8.04 ล้านบาท
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 28.95%** จากสิ้นปี 2565 เป็น 871.77 ล้านบาท โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการเกี่ยวข้องกัน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ยูนิค ไมนิÉง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) หรือ UMS มีรายได้รวม 135.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 85.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 73.00 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนรวมได้ปรับตัวสูงขึ้น 73.51% เป็น 114.71 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นจาก 9.44% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 15.22% ในไตรมาสนี้ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายจะลดลงเป็นสัดส่วน 1.53% ของรายได้ (จาก 2.16%) และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอย่างมากเป็นสัดส่วน 6.69% ของรายได้ (จาก 15.86%) แต่ต้นทุนทางการเงินกลับเพิ่มขึ้น 27.22% เป็น 8.04 ล้านบาท เมื่อรวมปัจจัยเหล่านี้ ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 ลดลงอย่างมากถึง 83.79% จาก 11.29 ล้านบาท ในปีก่อน เหลือเพียง 1.85 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของยอดขาย:** การที่ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 78.75% เป็น 74.52 ล้านบาท สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่สูงขึ้นในอนาคต
* **การลงทุนในทรัพย์สินโครงการ:** การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน เพื่อนำไปลงทุนในทรัพย์สินโครงการต่างๆ อาจเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อขยายธุรกิจ หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ซึ่งอาจนำไปสู่การเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** การที่ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ อาจเป็นความเสี่ยงต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินเป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิโดยตรง หากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง หรือมีการกู้ยืมเพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง
* **การพึ่งพิงเงินกู้ยืม:** การเพิ่มขึ้นของหนี้สินรวม โดยเฉพาะเงินกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านภาระหนี้สินและการบริหารกระแสเงินสด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนการดำเนินงาน:** การบริหารจัดการต้นทุนถ่านหินและต้นทุนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานเหมืองแร่
* **อัตราดอกเบี้ยและภาระต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับตัวสูงขึ้นต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* **การใช้เงินกู้ยืมเพื่อลงทุน:** ความคืบหน้าและผลตอบแทนจากการลงทุนในทรัพย์สินโครงการต่างๆ ที่ใช้เงินกู้ยืม
* **การบริหารจัดการลูกหนี้การค้าและเจ้าหนี้การค้า:** การรักษาสภาพคล่องและบริหารจัดการวงจรเงินสด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี - อิงตามโจทย์ แต่ข้อมูลเป็นกลุ่มเหมืองแร่)
เนื่องจากข้อมูลที่ได้รับเป็นของบริษัท ยูนิค ไมนิÉง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเหมืองแร่และถ่านหิน ไม่ใช่กลุ่มเทคโนโลยี จึงไม่สามารถวิเคราะห์ตามเลนส์ "เทคโนโลยี" ได้ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับ จะเน้นไปที่:
* **การบริหารต้นทุนสินค้า (Cost of Goods Sold):** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนรวม 73.51% เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาว่าเกิดจากปัจจัยใด เช่น ราคาวัตถุดิบ ค่าแรง หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ
* **โครงสร้างรายได้:** แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดของแหล่งที่มาของรายได้ (เช่น การขายถ่านหิน, การให้บริการเหมืองแร่) ซึ่งหากมีรายได้จากส่วนที่ให้กำไรสูงเพิ่มขึ้น ก็จะช่วยชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การเพิ่มขึ้นของหนี้สินรวม 28.95% โดยเฉพาะเงินกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน เป็นจุดที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในแง่ของภาระดอกเบี้ยและความสามารถในการชำระหนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 966.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.24% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 115.64% เป็น 74.87 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการกู้ยืมเงินจากบริษัทในเครือ ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 78.75% เป็น 74.52 ล้านบาท สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 7.33% เป็น 461.09 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 338.98% เป็น 35.25 ล้านบาท จากการจ่ายเงินมัดจำทรัพย์สิน
ด้านหนี้สินรวมอยู่ที่ 871.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.95% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 76.77% เป็น 49.46 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของยอดซื้อถ่านหิน และเงินกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการที่เกี่ยวข้องกันเพิ่มขึ้น 30.92% เป็น 713.94 ล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนในทรัพย์สินโครงการต่างๆ ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 6.91% จากสิ้นปี 2565 เหลือ 95.18 ล้านบาท
## สรุปท้าย
UMS ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งต้นทุนการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงิน แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก การเพิ่มขึ้นของหนี้สินและการลงทุนในโครงการใหม่ๆ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการเพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวได้หรือไม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ADVANC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
59,547.44
ล้านบาท
↑ 5% YoY
กำไรขั้นต้น
24,150.86
ล้านบาท
↑ 14.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.56
%
กำไรสุทธิ
14,281.63
ล้านบาท
↑ 54.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
23.98
%
D/E Ratio
2.92
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
59,547
↑ + 5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
24,151
↑ + 14.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14,282
↑ + 54.2%
YoY
D/E Ratio
2.92
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ADVANC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.92
ROE (%)
46.86
ROA (%)
15.38
Book Value/หุ้น
40.51
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ADVANC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-55,489
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25,726
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ADVANC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-55,488.98
+6.99%
|
-51,864.08
+56.85%
|
-33,066.53
+7.24%
|
-30,833.59
-23.11%
|
-40,099.58
+4.21%
|
-38,480.58
+14.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
25,725.53
+48.26%
|
17,351.26
-217.80%
|
-14,729.44
-181.04%
|
18,176.10
-19.87%
|
22,682.12
+132.57%
|
9,753.02
+84.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
29,347.52
-19.01%
|
36,236.60
-6.29%
|
38,669.08
+243.73%
|
11,249.71
-46.20%
|
20,909.36
+56.88%
|
13,328.31
-44.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-410.30
-123.75%
|
1,727.54
-118.96%
|
-9,112.76
+549.58%
|
-1,402.88
-139.80%
|
3,524.55
-123.00%
|
-15,323.13
+263.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
22,607.07
+53.34%
|
14,743.58
+63.57%
|
9,013.52
-29.25%
|
12,739.29
-30.84%
|
18,420.77
-6.19%
|
19,636.63
+116.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
25,353.77
+12.15%
|
22,607.07
+53.34%
|
14,743.58
+63.57%
|
9,013.52
-29.25%
|
12,739.29
-30.84%
|
18,420.77
-10.70%
|