บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
POLY โชว์ผลงาน Q2/68 สุดปัง! กำไรพุ่ง 34% ทะลุ 125 ล้านบาท
P/E 11.87 YIELD 6.43 ราคา 7.00 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ: POLY กวาดรายได้ 584.8 ล้านบาท โต 22.5% หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 34% ทะลุ 125 ล้านบาท กลุ่มยานยนต์และสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นหัวหอกดันการเติบโต
บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) หรือ POLY ประกาศผลประกอบการสุดแข็งแกร่งสำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568 โดยมีรายได้รวม 584.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 22.5% หรือคิดเป็น 107.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 125.7 ล้านบาท การเติบโตอย่างโดดเด่นนี้มีปัจจัยหลักมาจาก กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่ขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศ และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์
ภาพรวมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม: เศรษฐกิจไทยยังทรงตัว POLY เดินหน้ารุกตลาดระบบสายส่งไฟฟ้า
แม้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 2568 จะเผชิญกับความท้าทายและความผันผวน แต่ POLY ยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการบริโภคภายในประเทศและนโยบายภาครัฐ ถึงแม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะมียอดการผลิตลดลงเล็กน้อย แต่ POLY สามารถชดเชยด้วยการขยายตลาดและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่เพื่อรุกตลาดชิ้นส่วนและอุปกรณ์ระบบสายส่งไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการ diversification ธุรกิจ
เจาะลึกผลการดำเนินงาน: ยานยนต์และสินค้าอุปโภคฯ โตแรง กลุ่มการแพทย์แผ่ว อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น
รายได้จากการขายรวมของ POLY เพิ่มขึ้น 22.7% โดยมีกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์เติบโตถึง 38% และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคเติบโต 19% ในขณะที่กลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์มีรายได้ลดลง 23% เนื่องจากผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าในสหรัฐฯ ที่น่าสนใจคือ กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 31.8% และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 29.1% เป็น 31.2% สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและการเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
งบดุลและแนวโน้ม: สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น หนี้สินทรงตัว มองอนาคตสดใสด้วยกลยุทธ์ขยายตลาดและพัฒนาเทคโนโลยี
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 POLY มีสินทรัพย์รวม 1,542.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% และหนี้สินรวม 233.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่ 0.2 เท่า สำหรับแนวโน้มในอนาคต POLY คาดการณ์ว่าการเติบโตของรายได้จะยังคงเป็นบวก โดยเฉพาะจากกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมทั้งวางกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีสูง ลงทุนในระบบ Automation และ Digital Transformation เพื่อสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน