บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
BBIK โชว์ผลงาน Q1/68 ท่ามกลางความผันผวน มุ่งสร้างการเติบโตยั่งยืนด้วยกลยุทธ์ Diversify และ JV
P/E 9.79 YIELD 1.42 ราคา 15.50 (0.00%)แน่นอนครับ นี่คือสรุปเนื้อหาการประชุม Oppday ของบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ประจำไตรมาส 1 ปี 2568 ครับ
BBIK โชว์ผลงาน Q1/68 ท่ามกลางความผันผวน มุ่งสร้างการเติบโตยั่งยืนด้วยกลยุทธ์ Diversify และ JV
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview)
บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้าน Digital Transformation และการประยุกต์ใช้ AI ระดับองค์กร ได้รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2568 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
แม้ว่ารายได้รวมตามหน้างบจะดูเหมือนลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่หากพิจารณาถึงการปรับโครงสร้างภายในและการย้ายพนักงานไปยัง Joint Venture (JV) จะพบว่ารายได้จากการดำเนินงานปกติ (Normalize) ยังคงมีการเติบโต
กำไรขั้นต้น (Gross Profit) และกำไรสุทธิ (Net Profit) ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย
Backlog ยังคงเติบโต แสดงให้เห็นถึงความต้องการบริการของ BBIK ที่ยังคงแข็งแกร่ง
บริษัทมีการทำ Partnership กับบริษัท Tech ชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง เช่น Microsoft, Amazon, SAP และอื่นๆ อีกมากมาย
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities)
บริษัทมองเห็นโอกาสในการเติบโตในหลายด้าน ดังนี้:
- การขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม Public Sector ซึ่งปัจจุบันยังมีสัดส่วนรายได้ไม่มาก แต่มี Potential ในการเติบโตสูง
- การบุกตลาดต่างประเทศ โดยปรับโมเดลการทำงานร่วมกับ Partner เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
- การขยาย Joint Venture (JV) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมี JV หลักๆ อยู่ 3 ตัว และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
- การพัฒนา Platform และ Product ของตนเอง เพื่อให้บริการลูกค้าในฐานลูกค้าที่กว้างมากขึ้น
- การจับกระแส Mega Trend ต่างๆ เช่น Virtual Bank และนำ AI เข้ามา Integrate กับงานประเภทอื่นๆ
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges)
บริษัทตระหนักถึงความเสี่ยงและความท้าทายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้:
- ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนของลูกค้า
- การขาดแคลน Talent ที่มีทักษะที่เหมาะสมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะ AI
- การรักษาความน่าเชื่อถือและคุณภาพของบริการ ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation)
บริษัทมีแผนการรับมือกับความเสี่ยงและความท้าทายต่างๆ ดังนี้:
- Diversify รายได้ไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยปรับกลยุทธ์การทำงานร่วมกับ Partner
- พัฒนาและ Upskill พนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีทักษะที่ทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของตลาด
- รักษาและพัฒนาคุณภาพของบริการ โดยการปรับปรุงกระบวนการทำงานและเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร
- Engage กับ Core Client ให้มากขึ้น เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและ Secure งานในระยะยาว
- Optimize Cost ในต่างประเทศ โดยการทำงานร่วมกับ Partner มากขึ้น
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends)
บริษัทมีวิสัยทัศน์ที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจต่างๆ ในเครือ และการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ โดยมีเป้าหมายดังนี้:
- รักษาการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง
- เพิ่มสัดส่วนรายได้จาก Recurring Income
- Unlock Value ของบริษัท โดยการ Spin-Off Subsidiary ที่มี Potential ในการเติบโตสูง
- ใช้ Cloud-First Policy เพื่อกระตุ้น Demand ในตลาด
6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session) [เริ่ม Q&A นาทีที่ 51:12]
- **ข้อกังวลในระยะ 1-3 ปีข้างหน้า:**
- *คำถาม:* บริษัทมีข้อกังวลในเรื่องใดบ้างในระยะ 1-3 ปีนี้ และมีแผนรับมืออย่างไร?
- *คำตอบ:*
- เศรษฐกิจในประเทศ: เนื่องจากรายได้หลักยังมาจากในประเทศ หากเศรษฐกิจไม่ดี จะกระทบการลงทุน
- Talent: ปริมาณ Talent มากขึ้น แต่ทักษะต้องอิงกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง AI
- ความเสี่ยงเรื่อง Talent: ปริมาณอาจไม่มากเท่าที่ต้องการ
- **ปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจ:**
- *คำถาม:* ปัจจัยที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ในการดำเนินธุรกิจคืออะไร?
- *คำตอบ:*
- ความมั่นคงทางการเงิน: เน้น bottom line ถึงแม้มี Project จำนวนมาก แต่เลือกที่จะไม่ทำหากมีความเสี่ยงที่จะไม่เกิดกำไร
- บุคลากร: ธุรกิจพึ่งพาบุคลากร และความรู้ เน้นการสร้าง Relationship กับพนักงาน และการปรับ Skill ให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ ๆ
- ความน่าเชื่อถือ: เน้นเรื่องความซับซ้อน และขนาดของงานที่ทำ
- **ตัวเลขผลตอบแทนจากเงินลงทุน (ROIC) และต้นทุนเงินลงทุนเฉลี่ย (WACC):**
- *คำถาม:* ตัวเลขผลตอบแทนจากเงินลงทุน (ROIC) เมื่อเทียบกับต้นทุนเงินลงทุนเฉลี่ย (WACC) เป็นอย่างไร?
- *คำตอบ:*
- ยังไม่ได้คำนวณ ROIC
- WACC ที่ใช้ หากเทียบกับเบต้าที่ Run ปัจจุบัน จะออกมาราว ๆ ไม่ถึง 10% แต่เบต้าอาจไม่ได้สะท้อนความเสี่ยงจริงของธุรกิจ
- หากเทียบแบบหลักการทั่วไป โดยใช้เบต้าที่ 1 ตัว expected return ไม่น่าถึง 10% อาจจะราว 8%
- **JV segment และสัดส่วน Recurring:**
- *คำถาม:* JV segment ที่ปัจจุบันสัดส่วน Recurring อยู่ที่ 9% มีโอกาสปรับลดลงอีกไหม?
- *คำตอบ:*
- มีโอกาสลดลง และเป็นสิ่งที่อยากให้เกิด เพราะการ Charge Recurring ไม่ได้สร้างกำไรให้บริษัท
- Build Capacity ส่วนหนึ่งให้ JV เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปตาม Risk management
หัวข้อที่ถามและคำตอบ
โดยสรุปแล้ว BBIK ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1 ปี 2568 แม้จะมีความผันผวนทางเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกอื่นๆ โดยบริษัทมีแผนที่จะมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ พัฒนาบุคลากร และรักษาความน่าเชื่อถือของบริการ