https://aio.panphol.com/assets/images/community/6451_c8da9b.png

BBIK โชว์ผลงาน Q1/68 ท่ามกลางความผันผวน มุ่งสร้างการเติบโตยั่งยืนด้วยกลยุทธ์ Diversify และ JV

P/E 9.79 YIELD 1.42 ราคา 15.50 (0.00%)

แน่นอนครับ นี่คือสรุปเนื้อหาการประชุม Oppday ของบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ประจำไตรมาส 1 ปี 2568 ครับ

BBIK โชว์ผลงาน Q1/68 ท่ามกลางความผันผวน มุ่งสร้างการเติบโตยั่งยืนด้วยกลยุทธ์ Diversify และ JV

1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview)

บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้าน Digital Transformation และการประยุกต์ใช้ AI ระดับองค์กร ได้รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2568 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

แม้ว่ารายได้รวมตามหน้างบจะดูเหมือนลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่หากพิจารณาถึงการปรับโครงสร้างภายในและการย้ายพนักงานไปยัง Joint Venture (JV) จะพบว่ารายได้จากการดำเนินงานปกติ (Normalize) ยังคงมีการเติบโต

กำไรขั้นต้น (Gross Profit) และกำไรสุทธิ (Net Profit) ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย

Backlog ยังคงเติบโต แสดงให้เห็นถึงความต้องการบริการของ BBIK ที่ยังคงแข็งแกร่ง

บริษัทมีการทำ Partnership กับบริษัท Tech ชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง เช่น Microsoft, Amazon, SAP และอื่นๆ อีกมากมาย

2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities)

บริษัทมองเห็นโอกาสในการเติบโตในหลายด้าน ดังนี้:

  1. การขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม Public Sector ซึ่งปัจจุบันยังมีสัดส่วนรายได้ไม่มาก แต่มี Potential ในการเติบโตสูง
  2. การบุกตลาดต่างประเทศ โดยปรับโมเดลการทำงานร่วมกับ Partner เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
  3. การขยาย Joint Venture (JV) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมี JV หลักๆ อยู่ 3 ตัว และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
  4. การพัฒนา Platform และ Product ของตนเอง เพื่อให้บริการลูกค้าในฐานลูกค้าที่กว้างมากขึ้น
  5. การจับกระแส Mega Trend ต่างๆ เช่น Virtual Bank และนำ AI เข้ามา Integrate กับงานประเภทอื่นๆ

3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges)

บริษัทตระหนักถึงความเสี่ยงและความท้าทายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้:

  1. ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนของลูกค้า
  2. การขาดแคลน Talent ที่มีทักษะที่เหมาะสมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะ AI
  3. การรักษาความน่าเชื่อถือและคุณภาพของบริการ ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น

4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation)

บริษัทมีแผนการรับมือกับความเสี่ยงและความท้าทายต่างๆ ดังนี้:

  1. Diversify รายได้ไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยปรับกลยุทธ์การทำงานร่วมกับ Partner
  2. พัฒนาและ Upskill พนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีทักษะที่ทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของตลาด
  3. รักษาและพัฒนาคุณภาพของบริการ โดยการปรับปรุงกระบวนการทำงานและเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร
  4. Engage กับ Core Client ให้มากขึ้น เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและ Secure งานในระยะยาว
  5. Optimize Cost ในต่างประเทศ โดยการทำงานร่วมกับ Partner มากขึ้น

5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends)

บริษัทมีวิสัยทัศน์ที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจต่างๆ ในเครือ และการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ โดยมีเป้าหมายดังนี้:

  1. รักษาการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง
  2. เพิ่มสัดส่วนรายได้จาก Recurring Income
  3. Unlock Value ของบริษัท โดยการ Spin-Off Subsidiary ที่มี Potential ในการเติบโตสูง
  4. ใช้ Cloud-First Policy เพื่อกระตุ้น Demand ในตลาด

6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session) [เริ่ม Q&A นาทีที่ 51:12]

  1. **ข้อกังวลในระยะ 1-3 ปีข้างหน้า:**
    • *คำถาม:* บริษัทมีข้อกังวลในเรื่องใดบ้างในระยะ 1-3 ปีนี้ และมีแผนรับมืออย่างไร?
    • *คำตอบ:*
      • เศรษฐกิจในประเทศ: เนื่องจากรายได้หลักยังมาจากในประเทศ หากเศรษฐกิจไม่ดี จะกระทบการลงทุน
      • Talent: ปริมาณ Talent มากขึ้น แต่ทักษะต้องอิงกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง AI
      • ความเสี่ยงเรื่อง Talent: ปริมาณอาจไม่มากเท่าที่ต้องการ
  2. **ปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจ:**
    • *คำถาม:* ปัจจัยที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ในการดำเนินธุรกิจคืออะไร?
    • *คำตอบ:*
      • ความมั่นคงทางการเงิน: เน้น bottom line ถึงแม้มี Project จำนวนมาก แต่เลือกที่จะไม่ทำหากมีความเสี่ยงที่จะไม่เกิดกำไร
      • บุคลากร: ธุรกิจพึ่งพาบุคลากร และความรู้ เน้นการสร้าง Relationship กับพนักงาน และการปรับ Skill ให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ ๆ
      • ความน่าเชื่อถือ: เน้นเรื่องความซับซ้อน และขนาดของงานที่ทำ
  3. **ตัวเลขผลตอบแทนจากเงินลงทุน (ROIC) และต้นทุนเงินลงทุนเฉลี่ย (WACC):**
    • *คำถาม:* ตัวเลขผลตอบแทนจากเงินลงทุน (ROIC) เมื่อเทียบกับต้นทุนเงินลงทุนเฉลี่ย (WACC) เป็นอย่างไร?
    • *คำตอบ:*
      • ยังไม่ได้คำนวณ ROIC
      • WACC ที่ใช้ หากเทียบกับเบต้าที่ Run ปัจจุบัน จะออกมาราว ๆ ไม่ถึง 10% แต่เบต้าอาจไม่ได้สะท้อนความเสี่ยงจริงของธุรกิจ
      • หากเทียบแบบหลักการทั่วไป โดยใช้เบต้าที่ 1 ตัว expected return ไม่น่าถึง 10% อาจจะราว 8%
  4. **JV segment และสัดส่วน Recurring:**
    • *คำถาม:* JV segment ที่ปัจจุบันสัดส่วน Recurring อยู่ที่ 9% มีโอกาสปรับลดลงอีกไหม?
    • *คำตอบ:*
      • มีโอกาสลดลง และเป็นสิ่งที่อยากให้เกิด เพราะการ Charge Recurring ไม่ได้สร้างกำไรให้บริษัท
      • Build Capacity ส่วนหนึ่งให้ JV เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปตาม Risk management

หัวข้อที่ถามและคำตอบ

  • เศรษฐกิจของประเทศ
  • เรื่องของ Talent ที่มี
  • เรื่องของความมั่นคง
  • ตัวเลขผลตอบแทน
  • JV segment
  • สัดส่วน Recurring

    โดยสรุปแล้ว BBIK ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1 ปี 2568 แม้จะมีความผันผวนทางเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกอื่นๆ โดยบริษัทมีแผนที่จะมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ พัฒนาบุคลากร และรักษาความน่าเชื่อถือของบริการ

  • โพสต์ล่าสุด