TTB เผยผลงานไตรมาส 3 สดใส แต่จับตาความท้าทายภาษีปี 2570
ไฮไลท์สำคัญ
โบรกเกอร์ PI ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้น TTB โดยคงคำแนะนำ "ถือ" พร้อมปรับมูลค่าพื้นฐานปี 2570 ขึ้นเป็น 3.20 บาท โดยคำนวณด้วยวิธี GGM (ROE 8.5%, TG 2%) อิงจาก 1.35x PBV’26E แม้การเติบโตของธุรกิจหลักจะไม่โดดเด่นมากนัก แต่จุดแข็งสำคัญคือการจ่ายเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้ในระยะยาว
วิเคราะห์ผลประกอบการและการดำเนินงาน
สำหรับผลการดำเนินงานใน 3Q26 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่ลดลง 1% จากไตรมาสก่อน (QoQ) โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจตลาดทุนที่เติบโต อย่างไรก็ตาม ในปี 2570 คาดว่ากำไรสุทธิจะ text-danger ปรับลดลงประมาณ 7% YoY เนื่องจากการกลับมาจ่ายภาษีเงินได้ในช่วงไตรมาส 2-3 ของปี 2570 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อ ROE ให้ปรับตัวลดลงตามไปด้วย
ข้อสังเกตด้านการเงินและการลงทุน
ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ TTB ยังคงบริหารจัดการได้ดี โดยคาด NPL ratio ทรงตัวที่ 3% และ Coverage ratio ที่ 157% ทั้งนี้ โบรกเกอร์ PI ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2570 ขึ้น 1% และ 3% ตามลำดับ จากการควบคุมต้นทุนการเงินที่มีประสิทธิภาพและการเติบโตของธุรกิจ Wealth Management ที่ร่วมมือกับ DBS นอกจากนี้ TTB ยังมีสถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ทำให้โบรกเกอร์ปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) เป็น text-primary 70% (จากเดิม 60%) โดยคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ในปี 2570 ไว้ที่ 4.7%
สรุปภาพรวม
แม้ TTB จะเผชิญกับความท้าทายจากภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นในปี 2570 แต่ด้วยแผนการบริหารจัดการสภาพคล่องส่วนเกินและโครงการซื้อหุ้นคืนที่มีวงเงินเหลืออีก 14 พันล้านบาท จะเป็นปัจจัยช่วยลดทอนความกังวลของนักลงทุนได้ สำหรับนักลงทุนที่เน้นถือครองเพื่อรับเงินปันผล TTB ยังคงเป็นหุ้นที่มีความน่าสนใจในแง่ของผลตอบแทนที่สม่ำเสมอภายใต้สถานะทางการเงินที่มั่นคง