PQS Q2/2569 ขาดทุนสุทธิเพิ่ม รับแรงกดดันวัตถุดิบขาดแคลน-ต้นทุนพุ่ง
รายได้-กำไรขั้นต้นหดตัว YoY เหตุวัตถุดิบขาดแคลน-ราคาพุ่ง ขณะเดินหน้ากลยุทธ์เพิ่มมูลค่า-ลดต้นทุน
บริษัท พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช จำกัด (มหาชน) หรือ PQS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกขาดทุนสุทธิ 37.2 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 19.9 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 24.6% YoY และอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ราคาแป้งมันสำปะหลังจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นได้
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ PQS ในไตรมาส 2/2569 พลิกขาดทุนสุทธิ 37.2 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 19.9 ล้านบาทใน Q1/2569 และขาดทุน 20.2 ล้านบาทใน Q2/2568) มาจาก การหดตัวอย่างรุนแรงของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงเหลือเพียง 3.9% จาก 13.2% ในไตรมาสก่อนหน้า และ 11.8% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลโดยตรงจาก การขาดแคลนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังสดและการปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบที่สูงกว่าราคาขายผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลัง
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังสดในประเทศ ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อปริมาณการผลิตและปริมาณการขายแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท ปัจจัยที่ทำให้วัตถุดิบขาดแคลน ได้แก่ สภาพอากาศแปรปรวน โรคระบาดในพืช ปริมาณผลผลิตต่อไร่ลดลง และที่สำคัญคือการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้การนำเข้าวัตถุดิบจากเพื่อนบ้านมีข้อจำกัด สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการแข่งขันสูงในการรับซื้อวัตถุดิบ ส่งผลให้ราคาหัวมันสดเชื้อแป้ง 25-30% พุ่งสูงขึ้นไปถึง 3.20-3.90 บาท/กก. ในขณะที่ราคาขายแป้งมันสำปะหลัง แม้จะปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ทัน ทำให้ GPM ถูกกดดันอย่างหนัก นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้นยังเป็นปัจจัยเสริมที่กดดันต้นทุนการผลิต
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการระบุว่า ปัญหาวัตถุดิบตึงตัวนี้ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 แต่เชื่อว่าในระยะยาวราคาหัวมันสำปะหลังสดจะปรับตัวขึ้นตามกลไกตลาดและดึงดูดให้เกษตรกรกลับมาเพาะปลูกมากขึ้น ซึ่งจะทำให้บริษัทกลับมาใช้กำลังการผลิตได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงระยะสั้นยังคงอยู่ ทั้งจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและค่าระวางเรือ การปิดด่านชายแดนที่ยังคงจำกัดอุปทานวัตถุดิบ และที่สำคัญคือการคาดการณ์ปรากฏการณ์ "ซูเปอร์เอลนีโญ" ที่อาจทำให้เกิดภัยแล้งรุนแรงและส่งผลกระทบต่อผลผลิตหัวมันสำปะหลังสดอย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว
Highlight สำคัญ
- ขาดทุนสุทธิ 37.2 ล้านบาทใน Q2/2569 พลิกจากกำไร 19.9 ล้านบาทใน Q1/2569 และขาดทุนเพิ่มขึ้นจาก 20.2 ล้านบาทใน Q2/2568
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวรุนแรงเหลือ 3.9% จาก 13.2% ใน Q1/2569 และ 11.8% ใน Q2/2568
- รายได้จากการขายและบริการ Q2/2569 อยู่ที่ 392.4 ล้านบาท ลดลง 24.6% YoY และ 37.8% QoQ เป็นผลโดยตรงจากปริมาณการขายและผลิตที่ลดลง
- ต้นทุนวัตถุดิบ (หัวมันสำปะหลัง) ปรับตัวสูงขึ้นมาก ขณะที่ราคาขายแป้งมันสำปะหลังไม่สามารถชดเชยได้ทัน
- เดินหน้ากลยุทธ์เพิ่มมูลค่า: บริษัทเร่งขยายธุรกิจใหม่ๆ เช่น Modified Starch และขยายตลาดใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของวัตถุดิบ
- ฐานะการเงินแข็งแกร่ง: มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 220.8 ล้านบาทใน 6 เดือนแรกปี 2569 และ D/E Ratio ต่ำที่ 0.4 เท่า
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,022.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% YoY โดยมีรายได้จากการขายแป้งมันสำปะหลัง 1,007.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% YoY อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 16.9% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 47.8% YoY เหลือ 98.4 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 9.6% จาก 19.2% ในปีก่อนหน้า ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 17.3 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 31.4 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
โอกาส
- การฟื้นตัวของราคาแป้งมันสำปะหลัง: ราคาแป้งมันสำปะหลังในประเทศพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 22 บาท/กก. ในเดือนมิถุนายน และราคาส่งออกปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 700 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากปริมาณขายที่ลดลงได้บางส่วน
- การขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม: การเติบโตของรายได้จากแป้งดัดแปร (Modified Starch) และบริการขนส่งและโลจิสติกส์ ช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ที่มั่นคงขึ้น
- การพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ: ความร่วมมือกับพันธมิตรญี่ปุ่นในการพัฒนากระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลังคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Starch) ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จะช่วยตอบสนองความต้องการของตลาดพรีเมียมและตลาดที่ใส่ใจ ESG
- การขยายตลาดส่งออก: การเจาะตลาดใหม่ เช่น ญี่ปุ่น และจีน (นครฉงชิ่ง) ช่วยลดการพึ่งพาตลาดเดิมและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง
ความเสี่ยง
- การขาดแคลนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังสด: ปัญหาการขาดแคลนและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
- ความผันผวนของราคาผลิตภัณฑ์: ราคาแป้งมันสำปะหลังมีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น อุปสงค์-อุปทานโลก ต้นทุนพลังงาน และการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน
- การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: ความเสี่ยงจากภัยแล้งรุนแรง (Super El Niño) อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตหัวมันสำปะหลังสดในระยะยาว
- ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและค่าระวางเรือผันผวนสูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของผู้ผลิต
- การแข่งขันในตลาดส่งออก: การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนามและกัมพูชา
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มราคาวัตถุดิบหัวมันสำปะหลัง: การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบจะส่งผลโดยตรงต่อ GPM และความสามารถในการทำกำไร
- ปริมาณการผลิตและขาย: การจัดหาวัตถุดิบที่เพียงพอต่อการผลิตเต็มกำลังการผลิตจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้
- การเติบโตของผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม: ความคืบหน้าของการขยายตลาด Modified Starch และผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ
- ผลกระทบจากสภาพอากาศ: การติดตามสถานการณ์ภัยแล้งและผลกระทบต่อผลผลิตหัวมันสำปะหลัง
- การบริหารจัดการต้นทุน: ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
- ราคาวัตถุดิบ/สินค้า: ราคาหัวมันสำปะหลังสดในประเทศพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 22 บาท/กก. ในเดือนมิถุนายน ขณะที่ราคาขายส่งแป้งมันสำปะหลังก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน แต่ GPM ถูกกดดันอย่างหนัก
- Volume: ปริมาณการผลิตและขายแป้งมันสำปะหลังลดลง YoY และ QoQ เนื่องจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ
- GPM: หดตัวรุนแรงเหลือ 3.9% ใน Q2/2569 จาก 13.2% ใน Q1/2569 และ 11.8% ใน Q2/2568
- ช่องทางขาย: ตลาดจีนยังคงเป็นตลาดหลัก แม้จะชะลอตัว แต่ตลาดญี่ปุ่นและบางประเทศในยุโรปมีการเติบโต
- สต็อก: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลสต็อกสินค้าคงเหลือโดยตรง
- อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: ค่าเงินบาทไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรง แต่ราคาส่งออกแป้งมันสำปะหลังเฉลี่ยต่อหน่วยปรับตัวดีขึ้นประมาณ 16% YoY แม้ปริมาณส่งออกจะลดลง
- ฤดูกาลผลิต: ไตรมาส 1 เป็นช่วงที่มีผลผลิตสูงสุดของปี ทำให้รายได้ 6 เดือนแรกยังเติบโตได้ แม้ Q2 จะลดลงตามฤดูกาลและปัญหาวัตถุดิบ
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: 2,750.9 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 2.0% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น
- หนี้สินรวม: 754.7 ล้านบาท ลดลง 4.9% จากสิ้นปี 2568 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลงมากจากการรีไฟแนนซ์เงินกู้ระยะสั้นเป็นระยะยาว
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: 1,996.2 ล้านบาท ลดลง 0.9% จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิในช่วงครึ่งปีแรก
- กระแสเงินสด: มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 220.8 ล้านบาทใน 6 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนหน้า (95.2 ล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเงินสดรับจากการลดลงของลูกหนี้การค้า
- อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio): อยู่ในระดับต่ำที่ 0.4 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่มั่นคง
สรุปท้าย
PQS เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2/2569 จากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังสดที่รุนแรง ส่งผลให้ต้นทุนพุ่งสูงและกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างหนัก แม้ราคาขายจะปรับขึ้นแต่ก็ไม่เพียงพอชดเชย ทำให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกลยุทธ์ระยะยาวที่ชัดเจนในการกระจายความเสี่ยงสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม เช่น Modified Starch และการพัฒนานวัตกรรม Low Carbon Starch ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประคองธุรกิจและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาพอากาศที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด