เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
สรุปผลการดำเนินงาน BCP ไตรมาส 1/2569: โชว์ศักยภาพโรงกลั่นเต็มสูบ ดัน EBITDA พุ่ง 40%
ข่าวสาร

สรุปผลการดำเนินงาน BCP ไตรมาส 1/2569: โชว์ศักยภาพโรงกลั่นเต็มสูบ ดัน EBITDA พุ่ง 40%

BCP P/E 6.78 YIELD 3.30
89 นาที 00:02 น. 0 ความเห็น

ไฮไลท์สำคัญ: พลิกโฉมธุรกิจสู่พลังงานสะอาดเต็มตัว

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เปิดฉากไตรมาส 1 ปี 2569 ด้วยผลงานที่โดดเด่น โดยสามารถทำกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เติบโตขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แตะระดับ 17,795 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้กำลังการผลิตโรงกลั่นทั้งสองแห่ง (ศรีราชาและกรุงเทพฯ) สูงถึง 279 KBD พร้อมยอดขายเชื้อเพลิงที่เติบโต 6% YoY สู่ระดับ 3,700 ล้านลิตร ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก

"การปรับโครงสร้างธุรกิจเป็น 5 Business Units ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างโรงกลั่นและการตลาด ส่งผลให้บริษัทสามารถคว้าโอกาสจากค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างเต็มที่"

เจาะลึกผลการดำเนินงาน: รายได้แกร่งและกลยุทธ์ Synergy

ในไตรมาสนี้ BCP มีรายได้เติบโตขึ้นถึง 1.4 แสนล้านบาท จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยบวกจากค่าการกลั่น (Crack Spread) ที่ปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมีนาคม และการรับรู้ Inventory Gain จำนวน 684 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเผชิญกับรายการทางบัญชี เช่น Unrealized Hedging Loss และการบันทึกรายการด้อยค่า (Impairment) จากการประเมินมูลค่าหุ้น Esso Thailand ลง 1,058 ล้านบาท ทั้งนี้ ธุรกิจโรงกลั่นและธุรกิจการตลาดถือเป็นหัวใจหลัก โดยสร้างสัดส่วน EBITDA สูงถึง 67% ของ EBITDA รวมทั้งหมด

ข้อสังเกตและทิศทางธุรกิจ: ความท้าทายในตลาดโลก

แม้ผลการดำเนินงานจะออกมาแข็งแกร่ง แต่ BCP ยังคงต้องบริหารจัดการความเสี่ยงจากความไม่มั่นคงในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบและค่าพรีเมียมของน้ำมันดิบในตลาดโลก โดยบริษัทได้ปรับกลยุทธ์การจัดหาแหล่งน้ำมันดิบจาก West Africa และอเมริกาใต้เข้ามาเสริม นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการควบคุมนโยบาย Hedging ไม่เกิน 30% ของปริมาณการผลิต เพื่อลดความผันผวนของกำไร ในขณะที่นโยบายภาครัฐเรื่องการปรับเปลี่ยนไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจ Biofield เติบโตอย่างต่อเนื่อง

สรุปภาพรวมและเป้าหมายในอนาคต

BCP มุ่งมั่นเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาด โดยมีแผนผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ในระดับ 7 KBD ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายล็อตแรกได้ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ สำหรับเป้าหมายระยะสั้น บริษัทมุ่งเน้นการรักษาอัตราการใช้กำลังการผลิตให้เต็มประสิทธิภาพและสร้าง Synergy จากการรวมธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางความท้าทายจากนโยบายลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและภาวะเศรษฐกิจโลก

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • สถานะ SAF: อยู่ระหว่าง Test Run และเตรียมจำหน่าย First Shipment ในสัปดาห์หน้า โดยมีเป้าหมายระยะยาวที่ 7 KBD
  • นโยบาย Hedging: บริหารจัดการอย่างระมัดระวัง โดยจำกัดสัดส่วนไม่เกิน 30% ของ Volume
  • สาเหตุการด้อยค่า (Impairment): เกิดจากการปรับมูลค่าหุ้น Esso Thailand ตามการประเมิน DCF และ Discount Rate ใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ
  • การจัดหาแหล่งน้ำมันดิบ: กระจายความเสี่ยงไปสู่แหล่งอื่นนอกตะวันออกกลาง เช่น West Africa และอเมริกาใต้ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ตลาดโลกผันผวน
ยังไม่มีความคิดเห็น