บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
XO ปีงบ 68 กำไรหดตัวแต่ยังมั่นใจ “โรงงานใหม่” ผลักดันรายได้ทะลุ 427 ล้านในปีหน้า
P/E 11.75 YIELD 4.95 ราคา 13.90 (0.00%)
XO ปีงบ 68 กำไรหดตัวแต่ยังมั่นใจ “โรงงานใหม่” ผลักดันรายได้ทะลุ 427 ล้านในปีหน้า
บริษัท เอ็กโซติคฟู้ด (XO) ผู้นำตลาดเครื่องปรุงรสไทยระดับโลก รายงานผลประกอบการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) อย่างเป็นทางการ โดยมีรายได้รวมลดลงจาก 2,152 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เหลือเพียง 2,052 ล้านบาท หรือหดตัวลง 4.6% ทั้งที่ยังคงรักษาระดับสัดส่วนรายได้จากเงินบาทไว้ที่ 68% และรายได้จากดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ที่ 17% ขณะที่ยูโรลดลงเหลือเพียง 5% สะท้อนถึงแรงกดดันจากตลาดยุโรปและอเมริกาที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน
“แม้ยอดขายในสหรัฐฯ และยุโรปจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่เรายังเห็นสัญญาณบวกจากตลาดใหม่ที่กำลังเปิดรับรสชาติไทยอย่างจริงจัง”
กำไรขั้นต้นหดตัวตามรายได้ โดย EBIT (กำไรจากการดำเนินงาน) ลดลงจาก 620 ล้านบาทในปี 2567 เหลือเพียง 570 ล้านบาท ในขณะที่กำไรสุทธิปรับตัวลงจาก 680 ล้านบาท เป็น 570 ล้านบาท หรือลดลง 16.2% พร้อมกับอัตราการใช้กำลังการผลิตโดยรวมลดลงเหลือเพียง 63.7% จาก 67.5% ในปีก่อน แม้จะมีโรงงานหลักที่เมืองอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ (Amata Plant) ที่ยังคงใช้กำลังการผลิตได้สูงถึง 72.0% ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ช่วยรักษาประสิทธิภาพการผลิตไว้ได้ในภาวะที่ยอดขายรวมลดลง
“โรงงานใหม่ในภูมิภาคกลางจะเปิดดำเนินการตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีหน้า และเพิ่มกำลังการผลิตจาก 34,000 ตันต่อปี เป็น 43,900 ตันต่อปี — เพียงพอที่จะรองรับเป้าหมายรายได้สูงสุด 427 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2569”
บริษัทมุ่งเน้นการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้กลายเป็น “First Brand” ที่ผู้บริโภคล้วนนึกถึงเมื่อพูดถึงอาหารไทย โดยเฉพาะในกลุ่มซอสและเครื่องปรุงรส ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์แบรนด์ของตนเอง (Self-Branded) สูงถึง 94% และยังคงรักษาสัดส่วนแบรนด์ผู้อื่น (Third-party) ไว้ที่ 6% อย่างมีเสถียรภาพ ขณะเดียวกัน ยอดขายในตลาดต่างประเทศปรับตัวลดลงจาก 8.5% ในปีก่อน เป็นเพียง 7.2% ในปีนี้ สะท้อนถึงแรงกดดันจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นสูงถึง 15% สำหรับสินค้าอาหารแปรรูป
“เราไม่ได้หยุดพัฒนา แต่เปลี่ยนกลยุทธ์ — จากการขยายตลาดเดิม สู่การเจาะตลาดใหม่ที่ยังไม่ถูกครอบงำ เช่น ยุโรปตะวันออกและตะวันออกกลาง”
ในด้านกลยุทธ์ธุรกิจ XO ประกาศแผนขยายตลาดสู่ยุโรปตะวันออกและตะวันออกกลางในปีงบประมาณ 2569 โดยมีการเยี่ยมเยียนตลาดและเจรจาต่อรองกับผู้ค้าปลีกในประเทศเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าแม้ไม่มีคำสั่งซื้อคงที่ (backlog) สำหรับโรงงานใหม่ แต่ความต้องการในตลาดยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในเยอรมนี ที่ XO ครองส่วนแบ่งตลาดระดับพรีเมียมด้านซอสไทยได้ 100%
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- เป้าหมายรายได้ปีหน้าคือเท่าไร? — เป้าหมายรายได้ในปีงบประมาณ 2569 คือการเติบโต 10% จากปีก่อน ซึ่งคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากตลาดใหม่และโรงงานผลิตที่เพิ่มขึ้น
- โรงงานใหม่เปิดเมื่อไหร่? — เปิดดำเนินการตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 (Q1 FY26) โดยเพิ่มกำลังการผลิตจาก 34,000 ตันต่อปี เป็น 43,900 ตันต่อปี
- บริษัทจัดการความเสี่ยงด้านสกุลเงินอย่างไร? — ไม่ใช้การซื้อขายล่วงหน้า (hedging) อีกต่อไป เนื่องจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนใน 5 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่รายได้ยังคงกระจายอยู่ที่ 68% เป็นเงินบาท 17% เป็นดอลลาร์ และ 5% เป็นยูโร
- มีคำสั่งซื้อคงที่หรือไม่? — ไม่มีคำสั่งซื้อคงที่ (backlog) แต่บริษัทเชื่อมั่นในความต้องการตลาด โดยเฉพาะในเยอรมนีที่ครองส่วนแบ่งตลาดพรีเมียมได้ 100%
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Effective Tax Rate) เป็นเท่าไร? — ในปีงบประมาณ 2568 อยู่ที่ 10.5% และคาดว่าจะลดลงในปีหน้า จากการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีใหม่จากนวัตกรรมผลิตภัณฑ์
- บริษัทจัดการต้นทุนอย่างไร? — รักษาเสถียรภาพราคาขาย เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า และล็อกสัญญาซื้อข้าวโพด พริก และน้ำตาลไว้ล่วงหน้าเพื่อลดความผันผวนของต้นทุน
- ปัญหาสต๊อกในสหรัฐฯ แก้ไขแล้วหรือยัง? — มีปัญหาสต๊อกสะสมในไตรมาสที่ 3–4 ปีก่อน จากลูกค้ายกเลิกคำสั่งซื้อ แต่ปัจจุบันได้ปรับสมดุลแล้ว โดยมีการสั่งซื้อใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
แม้จะเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก นโยบายภาษี และคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น แต่ XO ยังคงเดินหน้าด้วยแผนการลงทุนที่ชัดเจน พร้อมตั้งเป้าหมายระยะยาวให้แบรนด์ตนเองครองส่วนแบ่งตลาดระดับโลกได้เกินกว่า 95% และกลายเป็นผู้นำด้านอาหารไทยที่ “ถูกจดจำก่อนใคร” — ไม่ใช่แค่ในใจของคนรักอาหารไทย แต่ในหัวใจของผู้บริโภคทั่วโลก