บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
MASTER เผชิญความท้าทายเศรษฐกิจชะลอตัว ปรับกลยุทธ์ เน้นปั้นกำไร Q3-Q4 ปี 2568
P/E 7.19 YIELD 9.04 ราคา 8.85 (0.00%)
MASTER เผชิญความท้าทายเศรษฐกิจชะลอตัว ปรับกลยุทธ์ เน้นปั้นกำไร Q3-Q4 ปี 2568
สวัสดีครับ ขอบคุณตลาดหลักทรัพย์และนักลงทุนทุกท่าน พบกับบริษัทมาสเตอร์สไตล์ วันนี้ผม นายแพทย์จักรกริณ ศลาดเลิศชัย IR อยู่กับคุณพี่ดาว นางสาวรภัทรรา เธียรอนุโรจน์ CEO ของพวกเราครับ ขออนุญาตเริ่มต้น Oppday ประจำไตรมาสที่สอง เชิญพี่ดาวครับ
ค่ะ ก็หลายๆ ท่านน่าจะได้มีการติดตามในส่วนของงบการเงินไปแล้ว สำหรับผลประกอบการไตรมาสนี้เรามีตัวเลขที่ชะลอลงจากปีก่อน ถ้าเป็น year-on-year รายได้ลดลง 2.99% และกำไรลดลง 38% ซึ่งครั้งนี้เป็นสิ่งที่เราต้องอธิบายให้ทุกท่านได้เข้าใจถึงสาเหตุ แนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม หลายท่านอยากทราบถึงแผนการดำเนินงาน กลยุทธ์ต่างๆ และส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปที่พาร์ทเนอร์ วันนี้นอกจาก Recap ผลประกอบการแล้ว เราจะแยกให้เห็นโดยที่ไม่ได้มองไปที่เศรษฐกิจ หรือ Regulation อย่างเดียว แต่จะมีในเรื่องของตัวภายใน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุน หรือ Efficiency ที่บริษัทต้องบริหารจัดการเพิ่ม
วันนี้จะมี Industry Overview, Business Recap, Master Financial ซึ่ง IR จะเป็นคนนำเสนอ และ Master Growth Driver คือภาพรวมที่เราจะไป
อันแรกเป็นการ Recap ว่าในส่วนของปัจจุบันเรามี OR หลัก 17 ห้อง และ Minor หรือ OR เล็กอีก 4 ถ้าเป็นในส่วนของแพทย์ Full Time ของ Master เองมี 52 ท่าน Category หรือ Treatment หรือหัตถการต่างๆ มี 83 หัตถการ Influencer ซึ่งเป็นจุดแข็งในการทำ Serum of Mouth มี Contract อยู่ที่ 2,300 ท่าน Operation Hour ปัจจุบันเราใช้ Q2 10,635 ชั่วโมง ถ้ามองใน Group Master ทั้งหมด ที่เรามีการปรับสัญญาเรียบร้อยแล้ว จะอยู่ที่ Full Time Contract 152 ท่าน ถ้าเปรียบเทียบกระจายสาขา จะอยู่ที่ 93 สาขา และ Specialty Hospital เพิ่มขึ้นอีก 3
อันนี้เป็น Structure ในส่วนของโครงสร้างผู้บริหาร ตามที่เห็นทั้งหมดนี้ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ยังเป็นผู้บริหารชุดเดิมที่ร่วมในการบริหารงาน
ถ้าเกิดเรามาดูในเรื่องของ Consumer หรือตลาด เราเชื่อว่าหลายๆ ท่านคงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทำให้เกิดการเลื่อนไม่เร่งด่วน หรือการชะลอออกไปก่อน ซึ่งศัลยกรรมเราเคยพูดในทุกๆ ครั้งว่าเราเป็นเหมือนปัจจัยที่ 5 ซึ่งจะมีทั้งกลุ่มคนที่ต้องทำในทันที หรือกลุ่มคนที่ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่แน่นอนก็ขอเกิดการชะลอตัวตรงนี้ไปก่อน อันนี้ยังไม่ได้นับในสิ่งที่เป็น Uncontrol เช่น สงครามที่เกิดขึ้น อย่างในส่วนของสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างไทยกับกัมพูชา จากเดิมกัมพูชาอยู่ในช่องไฟของการได้รายได้จากต่างชาติ ทำให้ตรงนี้มีการกระทบในส่วนของรายได้ Q2 อยู่ที่ประมาณ 3% กว่าๆ แต่ถ้ายืดเยื้ออย่างนี้ ซึ่งมีความไม่แน่นอน เราประเมินไปจนถึงปลายปี รายได้ของกัมพูชาตรงนี้ ที่เราต้องหาตัวอื่นมา Absorb เติม จะอยู่ที่ประมาณ 4-5% ที่จะเกิดขึ้น สัญญาณของการชะลอตัวที่เห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพต่างๆ หนี้ครัวเรือน หรือดัชนีความมั่นคง พี่ๆ นักลงทุนทุกคนคงรู้แล้ว ตรงนี้ส่งผลกระทบในเรื่องของรายได้ Average Per Bin ในกลุ่มของศัลยกรรมที่ลดลงแบบ Year-on-year อยู่ที่ประมาณ 1.7% ซึ่งถ้าพี่ๆ จำได้ ในทุกๆ ครั้ง ถ้าเกิดเป็น Year-on-year อย่างปีที่แล้ว เทียบกับปีก่อนหน้านั้น อัตรา Average Per Bin ของเราโดยปกติจะ Growth ขึ้นอยู่ที่ประมาณ 10% ในปีนี้ ณ สิ้น Quarter ก็เลยเอาทุกอย่างมากางให้ดู ว่าสิ่งพวกนี้คือ Impact ที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการชะลอตัวต่างๆ แต่ต้องบอกว่าการชะลอตัวนี้ มันเป็น Postpone เป็นการเลื่อนออกไป ซึ่งเราก็ยังมีความคาดหวังว่าในส่วนของ Q3 และ Q4 ซึ่งเป็น High Seasonal ของเรา ถ้าเกิดไม่ได้เกิด Impact ตัวอื่นๆ เพิ่ม เราก็จะเกิดการ Growth เพิ่มขึ้น
สักครู่นะคะ โอเคค่ะ ต่อมา อันนี้เป็นในเรื่องของเมื่อกี้เป็นในเรื่องของ Impact จากด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอก อันนี้ก็จะเป็นในเรื่องของ Regulation ที่มากระทบเพิ่มเติม ก็มีประกาศตัวใหม่ออกมาว่า นอกเหนือจากสิ่งที่เขาได้มีประกาศออกมาแล้ว มันก็จะมีข้อกำหนดต่างๆ ที่ออกมา อย่าง Impact ที่เกิดขึ้นในส่วนของตัว Q2 แอดบางตัว เราก็ถูกขอว่า อันนี้ต้องมีการลงออกนะ ก็ทำให้เกิดการสะดุดและเกิดการสร้างใหม่ แต่ถ้าพี่ๆ ไปดูในส่วนของการควบคุมคอร์ส ตอนนี้เราทำได้ดี แม้ว่าเราจะได้รับผลกระทบตรงนี้ ก็คือเรียกว่าเริ่มมีการบริหารจัดการ ทำให้สามารถเรา Maintain ได้ แล้วก็นอกเหนือจากเวลา Add ที่ผิดไปแล้ว สิ่งที่ต้องทำเพิ่มขึ้นมาก็คือเป็นการเพิ่ม Add ใหม่ แต่สิ่งที่เราทำได้เห็นชัดอย่างชัดเจนเลย ถ้าเกิดว่าดูช่องต่างๆ ของทาง Masterpiece เราใช้ในเรื่องของการไลฟ์ขายของ เข้ามาทดแทนในเรื่องของ Add ซึ่งตรงนี้ก็จะทำให้เราได้ Lead ลูกค้ากลับมาได้ทันที ทีนี้สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อ พวก Marketing ต่างๆ เราต้องมีการยื่นขออนุญาต เพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบตัวใหม่ด้วย แล้วก็พอเวลา Approve แล้ว เราก็ต้องเอาตัวนั้นมา Try on ในการยิงใหม่ ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่าหลังจากนี้อาจจะเกิดอะไร เกิดขึ้นตามมาอีกหรือเปล่า อันนี้ต้องบอกว่ามันเป็นปัจจัยภายนอก ที่เราเชื่อว่าในตลาดทุกคนได้รับผลกระทบทั้งหมด แต่ในส่วนของตัว Master เอง เราก็เอาแผนมารองรับ เช่น เปลี่ยนจากในเรื่องของ Add อย่างเดียว มาเป็นในเรื่องของการไลฟ์ขายของ
โอเคครับ สำหรับสไลด์ที่ 2 นะครับ ก็คือในเรื่องของ Financial Performance จากที่คุณพี่ดาวได้เกริ่นมาในตอนต้นนะครับ ตัวรายได้เรายังเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลเล็กน้อย แต่พอโดนผลกระทบจากภายนอกด้วย ก็ทำให้มีการปรับตัวลงเล็กน้อยในเรื่องของ Year on Year นะครับ ในขณะที่ตัวกำไรเอง มีการปรับตัวลงเล็กน้อยต่อไตรมาสครับ ซึ่งรายละเอียดจะอยู่ในสไลด์ถัดไป ในภาพรวมครับผม ตัว SG&A to Sale นะครับ ตรงนี้เองเราทำได้ดีขึ้นเล็กน้อยเทียบกับไตรมาสก่อนครับ อยู่ที่ประมาณ 40.17 ครับ ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น หรือ GPM นะครับ ค่อนข้างทรงตัวครับ ประมาณ 54 NPM นะครับ Net Profit Margin อยู่ที่ประมาณ 10 ครับ จากจุดนี้ครับ ตัวสัดส่วนรายได้ถ้าเราไป Break Down ดู จะพบว่าเป็นสัดส่วนรายได้จากศัลยกรรมนะครับ ยังเป็นตัวหลักของเราอยู่ที่ประมาณ 81% ครับ รองลงมาก็จะเป็นเรื่องของผมนะครับ Skin Aftercare แล้วก็รายได้จากอื่นๆ ครับผม
สำหรับตัวหัตถการนะครับ ก็ยังเป็นจมูกครับผม ที่เป็นที่ 1 นะครับ ตามมาด้วยหน้าอกครับ Men Health แล้วก็ยกคิ้วนะครับผม ส่วน Top 8 นะครับ ภาพรวมยังใกล้เคียงกับในช่วงก่อนหน้าครับผม
ในเรื่องของอัตรากำไรขั้นต้นนะครับ แม้ในภาพรวมครับ ตัว Gross Profit เนี่ยยังดีขึ้นมานะครับผม แต่เราดูเนี่ยยังได้รับผลกระทบจากในเรื่องของ Product Mix นะครับ ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 1 ทำให้นะครับในปีนี้ครับผม เรามองว่าเป้าของ GPM นะครับ ทั้งปีระดับที่ 54-55% เนี่ย เป็นเป้าที่เหมาะสมและเราเองก็สามารถทำในจุดๆ นี้ได้ครับผม
ในขณะที่ตัวค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขายแล้วก็การบริหารนะครับ ก็คุมได้ดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 1 นะครับ แล้วก็ใช้คำว่าอยู่ในระดับทรงตัวแล้วนะครับผม ตรงนี้ครับในครึ่งปีหลังเนี่ย มองแล้วไม่ได้มีการที่จะต้องเพิ่มหรือการทำอะไรเพิ่มเติมนะครับ ก็คาดหวังว่าเราจะอยู่ในระดับที่ทรงตัวและอยู่ในกรอบประมาณ 40% ต่อ ยอด ขายได้ครับ
อันนี้เป็นตัวที่เรายังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องนะครับ ก็คือในสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศนะครับ ตัวรายได้จากต่างประเทศเองเนี่ย อยู่ที่ 131 ล้านครับ โดยสัดส่วนส่วนมากนะครับ 41% เนี่ยยังเป็นอินโดนีเซีย จริงๆ เนี่ยแทบทุกประเทศนะครับ มีการเติบโตตามคาดการณ์ของเรานะครับ จะมีในส่วนของ 2 ส่วนนะครับ ที่เริ่มได้รับผลกระทบอันแรก ก็คือในเรื่องของกัมพูชานะครับ แล้วก็ 2 ทางจีนครับ ที่ตรงนี้เองผมเชื่อว่ากระทบกันในหลายๆ ภาคส่วน จากการที่คนจีนมาไทยลดลงนะครับ ทำให้สัดส่วนภาพรวมในลูกค้าต่างประเทศของไตรมาสเนี่ยครับ อยู่ที่ประมาณ 26% ครับ
ในห้องผ่าตัดนะครับ ก็ยังมีการเติบโต Q on Q นะครับ ในทั้งที่เป็นห้องผ่าตัดใหญ่ แล้วก็ห้องผ่าตัดเล็กครับ ยูเรทนะครับ ปัจจุบันเราเปิดที่ 12 ชั่วโมงต่อวันนะครับ แล้วก็คูณในเรื่องของวันทำการ ถ้าเป็นในกลุ่มห้องผ่าตัดใหญ่ครับ จะอยู่ที่ประมาณ 58% ในขณะที่ห้องผ่าตัดเล็กเนี่ย ก็จะอยู่ที่ประมาณ 38% นะครับผม
ค่ะ ต่อมานะคะ เป็นในส่วนของถ้าเกิดว่าเรามาดูพาร์ทเนอร์นะคะ เราก็เชื่อว่าพี่ๆ ทุกท่านอยากฟังว่าทาง Master เนี่ยค่ะ เรามีแผนการอย่างไรบ้างนะคะ บางคำถามค่ะ ที่มีการถามมาเนี่ยค่ะ ดาวเนี่ยอาจจะใช้ ใช้ตอบไปในรอบนี้ด้วยเลยนะคะ อย่างเช่นค่ะว่าในส่วนของตัวพาร์ทเนอร์เนี่ย เราเนี่ยมีการนำเงิน IPO ใช่ไหมคะ ซึ่งอยู่ประมาณ 2,200 ล้านเนี่ยค่ะ ไปลงทุนเนี่ย เราประเมินค่าของความคุ้มค่าไว้อยู่ที่เท่าไหร่ ประมาณช่วงไหนนะคะ ก็คือเรามองในระยะ 3 15 ปีค่ะ ในช่วงถึง 3 ปีเนี่ย เรามองถึง Progress ที่จะเกิดขึ้น ดาวอยาก ถ้าเกิดว่าดาวเปรียบเทียบค่ะในส่วนของภาพให้เห็นเราอยากจะบอกอย่างนี้ค่ะว่า ธุรกิจศัลยกรรมเนี่ยค่ะ อย่างแรกเลยเนี่ยมันเหมือนจะเข้ามาง่าย แต่มันยากในเรื่องของการควบคุมคุณภาพ ยากในเรื่องของการที่เราจะทำอย่างไรเนี่ย เพื่อให้ความพึงพอใจของลูกค้าเนี่ย ได้รับความพึงพอใจอย่างสูงสุดนะคะ นอกเหนือจากการที่เราลงทุนในพาร์ทเนอร์แล้วเนี่ย เราต้องไปปรับระบบต่างๆ เนี่ยค่ะ การปรับระบบเนี่ยเราแยกนะคะว่ามันเป็นเหมือนการปรับระบบหลังบ้าน แต่สิ่งที่ต้องปรับระบบหน้าบ้านเนี่ยเพื่อให้มาในเรื่องของตัวยอดขายแล้วก็ความพึงพอใจของลูกค้าเนี่ย เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง ถ้าเกิดว่าดาวยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าที่หนึ่งเนี่ยค่ะยังไม่เคยทำในเรื่องของศัลยกรรมก่อนเลย แล้วทาง Master อ่ะค่ะไปเติมนิว S Curve ให้ ถ้าเรารีบหรือว่าเร่งร้อนจนเกินไปจนเกิดเคสขึ้นมา ที่เรามักจะเรียกกันว่า เอ๊ะเป็นเคสแครี่ หรือว่าเคสซอมเนียนเนี่ยค่ะ อาจจะทำให้ชื่อเสียงที่เคยสะสมมา ซึ่งเป็นจุดแข็งของพาร์ทเนอร์ ที่เราไปรวมกันเนี่ยค่ะ อาจจะเสียไปได้เลย และเราต้องมาเรียกความมั่นใจใหม่ทั้งหมดนะคะ อันนี้เป็นเหมือน Process นะคะ ที่เราต้องเข้าไปทำเพิ่มเติม จากสไลด์หน้านี้นะคะ ทุกคนก็จะเห็นได้ว่าในส่วนของตัว Q2 เนี่ยค่ะ ก็มีผลขาดทุนนะคะ อยู่ที่ -0.41 แล้วก็ PPA ค่ะ ก็จะอยู่ที่ 10.11 นะคะ อันนี้ก็คือจะครบทั้งหมดนะคะ ทุกตัวที่เกิดขึ้น ตัวที่ดาววงกลมสีแดงไว้นะคะ อันนี้คือพาร์ทเนอร์นะคะ ที่มีผลขาดทุนค่ะ อยู่ในช่วงของตัวไตรมาส 2 อย่างของตัว V Square เองเนี่ยค่ะ ถ้าเกิดเราแยกระหว่างผลขาดทุนค่ะ ที่เกิดขึ้นจริง ระหว่างผลขาดทุนนะคะที่เกิดขึ้นจริงกับในส่วนของตัวที่ผลการดำเนินงานต้องบอกว่าทั้ง 4 ตัวเนี่ยค่ะ แม้ว่าหักลบตัว PPA ออกไปแล้ว ตัว V Square กับตัว กรวิน เนี่ยค่ะ จะมีผลขาดทุนจากในส่วนของ Operation ที่ค่อนข้างเยอะนะคะ แต่ในส่วนของ Win กับ Me Center เนี่ยค่ะ จะมีผลขาดทุนเนี่ยที่อยู่ประมาณแบบระดับแสนนะคะ อย่างของตัว Win เองเนี่ยค่ะ ก็คือตัวโรงพยาบาลนะคะตอนนี้อยู่ใน on process แล้วก็เริ่มเปิดทำการ ก็จะมีในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าเสื่อมเข้ามา เพิ่มในเรื่องของ New Product นะคะที่เข้าไป ตรงเนี้ยค่ะมันก็อยู่ในช่วงที่ว่าต้องบอกว่าแทบจะไม่ ถ้าเกิดเห็นวินก่อนหน้านี้เราจะเห็นว่าค่อนข้างมีการขาดทุนค่อนข้างเยอะ ก็มีการปรับปรุงได้ดีขึ้นมาเรื่อยๆ ตาม Progress ที่เราวางไว้นะคะ ในส่วนของ Me Center ค่ะก็เป็นครบรอบในเรื่องของการประเมิน PPA นะคะ มีการปรับปรุงทางบัญชี ดังนั้นผลขาดทุนที่เกิดขึ้นของ Me Center เนี่ยนอกเหนือจากในเรื่องของ PPA อ่ะค่ะ ก็เป็นขาดทุนจากในเรื่องของการปรับปรุงบัญชีให้ถูกต้องนะคะ ในส่วนของกรวินค่ะอันนี้สิ่งที่เราไล่มาตามลำดับเนี่ย คือเรียงจากขาดทุนน้อยนะคะ ที่มี Impact น้อยนะคะไปถึงขาดทุนมาก ในส่วนของปรวินค่ะก็คือเป็นในส่วนของการเริ่มเปิดโรงพยาบาลนะคะมีค่าเสื่อมมีต้นทุนที่เราประมาณการไว้จากการที่รายได้ต่อเดือนควรจะอยู่ที่เท่านี้ ต้องใส่ Fix Cost ไปเท่าไหร่ แล้วก็เป็นในเรื่องของการเริ่มสร้างรายได้ ถ้าเกิดจะเอาไปเปรียบเทียบนะคะกับส่วนที่เคยเกิดขึ้นเนี่ยอยากให้พี่ๆมองตอนที่เราทำในส่วนของ BCH หรือว่า Doctor Chain ค่ะ ตรงนั้นจะเห็นภาพชัดเจนว่าตัวรายได้เนี่ยจะค่อยๆ Growth ขึ้นมาตามลำดับนะคะทำให้ Absorb ในเรื่องของตัว Fix Cost แล้วก็ตัวค่าเสื่อมต่างๆ ลดลงค่ะ ในส่วนของตัว V Square ค่ะ สิ่งที่เกิดขึ้นเนี่ยค่ะก็คือ V Square เนี่ยมีการสร้างในเรื่องของตัว Flagship เพิ่มเติม หรือว่าถ้าเกิดพี่ๆเนี่ยมีใครไปที่ทองหล่อ นะคะเราก็มีตรงนั้นเพิ่ม ซึ่งก็จะมีกลยุทธ์นะคะ นอกเหนือจากในเรื่องของกลุ่มฉีดที่เรามีความถนัดแล้ว เพิ่มในเรื่องของตัวเครื่อง แล้วก็จะเป็น Center ในเรื่องของตัว Wellness ที่เรากำลังจะเกิดขึ้นด้วยนะคะ แล้วก็ V Square ค่ะเขาเรียกว่า เรามี Strategy ในการที่ ถ้าเกิดว่าให้พื้นที่ดีนะคะ ก็จะต้องมีบางสาขาเนี่ยที่เราต้องเปิดตาม Contract แต่สาขาตรงนั้นเนี่ยค่ะยังไม่ได้ Generate รายได้นะคะ ทำให้ V Square เนี่ยหลังจากที่มีการเปิดไฟเนี่ยมันเลยยังมีผลขาดทุนอยู่นะคะ อันนี้ก็เลยเป็นภาพรวมนะคะ ในส่วนของตัว Master กับพาร์ทเนอร์นะคะ ทีนี้เดี๋ยวเราขอ เพิ่มคำตอบไปด้วยเลยนะคะ จะมีในเรื่องของตัวถ้าเกิดว่าสิ้นไตรมาส 2 เนี่ยค่ะ ของตัว V Square แล้วกรวินเนี่ยมีการขยายนะคะเปิดไปกี่สาขาแล้วก็จะมีอีกกี่สาขานะคะในปี 68 ถ้าเกิดในส่วนของ V Square น่ะค่ะ อันนี้ที่เพิ่มเข้ามาก็คือในส่วนของตัวทองหล่อ นะคะแต่ Q3 Q4 เนี่ยที่เราแผนที่เราคุยกันเนี่ย เราจะยังไม่มีการเพิ่มเติมตรงนี้นะคะเพราะว่าเราก็อยากไปบริหารจัดการตัวอื่นๆ เนี่ยให้มาถึงในเรื่องของตัวจุดคุ้มทุนก่อนนะคะ ในส่วนของ กรวินค่ะ ปัจจุบันเนี่ยมี 46 นะคะ แล้วก็มีตัวที่เราจะกระจายเพิ่ม เพราะว่าถ้าเกิดดูในส่วนของ V Square กับ กรวินแล้วอ่ะค่ะ ถ้าไม่นับรวมในส่วนกรุงเทพฯเนี่ยจะเห็นว่าปริมณฑลนะคะแล้วก็ต่างจังหวัดเนี่ยมีรายได้ที่เริ่มกลับมานะคะ ทำให้ในส่วนของ กรวิน เนี่ยค่ะเราจะมีเปิดเพิ่มอีก 3 สาขานะคะ โอเค
โอเคค่ะอันต่อมาค่ะอันนี้ก็เป็นตัว PPA นะคะ ที่ทำมาให้พี่ๆนักลงทุนดูทั้งหมดนะคะ เป็นการสรุปข้อมูลทั้งหมดว่าจากการประเมินทั้งหมดแล้วเนี่ยค่ะตัว Q3 Q4 อาจจะยังเหลือ Forecast แต่ดาวคิดว่าบวก-ลบแค่หลักแสนนะคะ ก็จะมี PPA ที่เกิดขึ้นเนี่ยอยู่อีกไตรมาสละประมาณ 10.1 นะคะแล้วก็เป็นตัวสีเหลืองๆ เนี่ยคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นนะคะ สีเขียวเนี่ยที่เราเกิดขึ้นไปแล้ว ก็ทำให้เราเนี่ยค่ะมีการมาร์คว่าถ้าอย่างงั้นเนี่ยในปี 25เนี่ย อันนี้เราสรุปได้แล้วว่า Total all ของ PPA อยู่ที่เท่าไหร่ เราก็ Forecast ไปให้ค่ะ บางสัญญาอยู่ที่ 5 บางสัญญาอยู่ที่ 10 ปีนะคะ ก็อย่างปี 26 เนี่ยคะ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 37-39 ล้านบาทนะคะแล้วก็ไล่ไปเรื่อยๆพอมีการลดลงเนี่ย จะสิ้นสุดทั้งหมดที่ปี 35 นะคะ ก็แล้วก็ 36 เนี่ยก็คือจะกลายเป็น 0 อันนี้ก็คือตัวตารางสรุป PPA นะคะที่หลังจากที่ทาง Master เนี่ยค่ะได้มีการลงทุนแล้วก็ได้รับผลกระทบในส่วนของตัว PPA ค่ะแต่ขอขอให้แยกกันนะคะว่าในส่วนของ Operation เนี่ยค่ะ พอเรา On progress เนี่ยเราจะเห็นว่าหลายๆ ตัวเนี่ยเริ่มเขียวขึ้นนะคะ แล้วก็ในตัวที่ยังแดงอยู่เนี่ยคือเราจะมีเขาเรียกว่า ปัจจัยต่างๆ ในการที่เราต้องไป Monitor หรือไป Control เพิ่มนะคะ เดี๋ยวเราจะ เดี๋ยวดาวเนี่ยจะเล่าแผนให้ฟังอีกทีนึงว่าเรามีอะไรบ้าง โอเคค่ะอันนี้เป็นตัว Master Growth Driver นะคะ ก็แน่นอนค่ะ ตลาดหลักของเราจากรายได้ของทางต่างชาติเนี่ย ที่เราประมาณตัวเองไว้ว่าถ้าเกิดเป็นรายได้รวมเนี่ยค่ะอยู่ที่ 40% ที่เราจะไปในส่วนของตัวต่างชาตินะคะ แต่ถ้ามามองของอินโดนีเซีย เฉพาะรายได้ของต่างชาติเนี่ยตอนนี้ค่ะอยู่ที่ประมาณ 41% นะคะ แล้วก็จะมีกลุ่ม Influencer ต่างๆ ดังนั้นเนี่ยหลายๆ Content ก็จะเห็นว่าดาวเนี่ยมีไปทางอินโดนีเซีย เพราะในทุกครั้งที่เราไปอ่ะค่ะเราก็จะได้ในส่วนของ Agency Partner แล้วก็ Channel ต่างๆนะคะที่เพิ่มเข้ามา โดยคนหลักนะคะในการเชื่อมเนี่ยค่ะก็ยังเป็น Mr. Ivan แล้วก็ตอนนี้ก็มีกลุ่ม Clinic Chain ต่างๆ เพราะว่า Clinic เนี่ยที่อยู่ในอินโดนีเซียส่วนใหญ่จะเป็น Clinic สกิน ศัลยกรรมเนี่ยมีอยู่ที่เดียว แล้วถ้าเกิดให้ดาว์ย้อนที่เราเคยเล่าให้พี่ๆฟังอ่ะค่ะ เขาก็ยังเชื่อว่าในเรื่องของการแพทย์ในไทยเนี่ยค่ะ ก็ยังมีการเติบโตนะคะ มากกว่าของเขา ก็คือหมายถึงมีนวัตกรรมต่างๆ ความก้าวหน้าเนี่ยมากกว่าเขาถึง 10 ปีค่ะ
ค่ะอันนี้ก็เป็น Influencer ต่างๆนะคะ ซึ่งปัจจุบันเนี่ยก็กระจายตัวทั้งในส่วนของการโฆษณานะคะ การ PR การเดินแบบนะคะ ก็จะเห็นหน้าน้องๆเนี่ยที่อยู่ในอินโดนีเซียตาม Billboard ต่างๆนะคะแล้วก็ Event ต่างๆค่ะ นอกเหนือจากนี้นะคะเราก็อันนี้เป็น KOL นะคะอย่างของคุณ Lucina เนี่ยอันเนี้ยกับคุณอ่า เดนนาด้านะคะคนเนี้ยเป็นนักร้องดังที่พอเวลามาแล้วเนี่ยต้องบอกว่าปัจจุบันเนี่ยเธอก็เซ็นเป็นอย่าง Agency กับเรานะคะแล้วก็มีการส่งลูกค้าไปอย่างต่อเนื่องค่ะ อันนี้เราก็กระจายตามประเทศต่างๆ ที่เป็น Top 5 นะคะ อย่างอันนี้เป็น KOL นะคะของทางลาวนะคะ ก็จะเห็นว่าบางทีเนี่ยน้องๆก็จะเข้ามาทำ Content ต้องบอกว่า KOL ของเราทั้งหมดเนี่ยค่ะเป็น Agency ของทาง Master ด้วยนะคะ อันนี้ก็เป็นของทางทีมลาวนะคะ ค่ะอันนี้เป็นของทางจีนนะคะ ต้องบอกว่าตลาดจีนตอนนี้อ่ะค่ะ เริ่มฟื้นตัวแล้วก็กลับเข้ามานะคะแล้วก็เราสังเกตได้ว่า Agency ของจีนเนี่ยเริ่มเพิ่มขึ้นนะคะเขาเรียกว่า อัตราการเติบโตของจีนเนี่ยแต่ตอนแรกเนี่ยร่วงไปอยู่อันดับ 5 เลยนะคะตอนนี้ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณอันดับ 3 นะคะ ค่ะ ในส่วนของกัมพูชานะคะ ตามที่ดาวได้มีการสรุปไปนะคะว่าถ้าเกิดว่าในครึ่งปีแรกเนี่ยเรากระทบไปประมาณ 3.2% ของรายได้รวมนะคะแต่ว่าถ้าเกิดทั้งปีเนี่ยแล้วเรายังไม่เห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเนี่ยค่ะ เราจะได้รับผลกระทบตรงนี้นะค่ะอยู่ที่ประมาณ 4-5% ของรายได้รวมค่ะ อันนี้เราให้เห็นนะคะว่าสิ่งที่เราทำ อย่างแรกเลยค่ะเราต้องขอปรับประมาณการนะคะจากสภาวะการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนะคะ ที่เราเคยวางเป้าหมายไว้เนี่ยใน Q1 เนี่ยเป็นกำไรนะคะจากของ Partner เนี่ยอยู่ที่ประมาณ 50 ล้าน เราขอปรับประมาณการค่ะอยู่ที่ประมาณ 30 ล้าน ซึ่งอันเนี้ยค่ะเป็น Worst Case นะคะที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นมีโอกาสในการเติบโตนะคะเป็น Best Case แล้วก็ Best Case นะคะ ทั้งนี้ก็ต้อง ถ้าเกิดชี้เข้ามาที่ตัวเองค่ะก็อยู่กับทีมงานนะคะไม่ว่าจะเป็นทั้งคุณหมอเส หรือตัวดาวก็เองรวมถึงทีมงานทั้งหมดค่ะในการที่ต้องเข้าไปบริหารจัดการเพิ่มเติม จะสังเกตได้ว่าครั้งเนี้ยค่ะ โทนของ Master พี่ๆหลายคนก็ปกติจะติดตาม ไม่ว่าจะเป็นตัวดาวหรือว่าหมอชายอยู่แล้ว โทนของเราต้องบอกว่าเราแคลริฟายนะคะ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ที่เราสามารถเอามาแชร์กันได้ในมุมของ Compliant นะคะ เพราะเราก็ต้องระมัดระวังในเรื่องของการสื่อสารทั้งหมดด้วย ก็อะไรที่มันเกิดขึ้น อะไรที่เราจะทำต่อ วันนี้เป็นการที่มาแชร์ Data ทั้งหมดให้กับพี่ๆนะคะเพื่อจะได้เห็น Next Step ของการเติบโตนะคะของทาง Master ต่อไป พอเราปรับประมาณการค่ะเป็น 30 ล้านเนี่ย Factor ที่เกิดขึ้นจากภายในนะคะอย่างเช่นในเรื่องของ V Square ก็ตาม กรวินก็ดี หรือว่า Winเนี่ยค่ะยังอยู่ในช่วงของการลงทุนเริ่มแรก คือการเกิดเป็นโรงพยาบาลจากการขยายสาขา ในส่วนของ V Square ที่เป็น Flagship Store ใหญ่นะคะตรงเนี้ยพอมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ในเรื่องของการ Generate รายได้เนี่ยค่ะมันก็เลยต้องใช้ระยะเวลานะคะเราก็มองไปที่ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปีเนี่ยในการที่จะกลับมาแล้วก็เติบโต ในส่วนของ Kin ค่ะอันนี้ รายได้หลักของ Kin เนี่ยคือการทำ Offline นะคะ เป็น Home of Youth เกี่ยวกับด้านอสังหาฯ แล้วก็ตลาดอสังหาฯค่ะ อันนี้ก็มีการได้รับผลกระทบใช่ไหมคะ ทำให้รายได้ของ Kin เนี่ย หรือว่าตัวกำไรก็ตามค่ะ จะต่ำกว่าประมาณการไปเนี่ยค่ะ ที่เราเคยประมาณการไว้ อยู่ที่ประมาณ 30-40% อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นนะคะ ตามภาพของธุรกิจ แต่เราค่ะ ก็มีการเพิ่มในส่วนของตัว Online เข้ามา เพื่อเป็น New S Curve แต่ในเรื่อง Online ค่ะมันก็ต้องสะสมทั้ง Experience นะคะแล้วก็ตัวกลุ่มลูกค้าใหม่ ทำให้ตรงเนี้ยค่ะเราเลยมองว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างแน่นอน ในส่วนของตัว Swin Star นะคะอันนี้ค่ะก็จะมีในเรื่องของพวกรายการต่างๆ สังเกตนะคะว่าเวลาที่เป็นเศรษฐกิจอย่างงี้ ค่าใช้จ่ายอย่างแรกค่ะที่ทุกคนต้องลด รวมถึง Master เช่นเดียวกัน ก็คือจะเป็นในเรื่องของค่าใช้จ่ายการตลาด เราเลยมีการประมาณการในช่วงครึ่งปีหลังค่ะที่อาจจะลดลง ถ้าเกิดว่าเศรษฐกิจเนี่ยยังอยู่ในภาวะของการชะลอตัวนะคะ
โอเคค่ะ อันนี้คือทั้งหมดนะคะ ที่ทาง Master เนี่ยค่ะนำมาเสนอวันนี้ ในส่วนเวลาที่เหลือค่ะเดี๋ยวเราขออนุญาตไล่ตอบคำถามนะคะที่พี่ๆเนี่ยค่ะมีการถามมาทั้งหมดนะคะ เอิ่ม คำถามวันนี้ ตอนนี้ไปประมาณเกือบ 30 คำถามแล้วนะคะ
มีหลายๆ คำถามที่ดาวได้ตอบไปแล้วนะคะเบื้องต้น ใช่ค่ะ อันแรกเมื่อกี้เราตอบไปแล้วนะคะในเรื่องของเงินลงทุนต่างๆนะคะ ความคุ้มค่าค่ะเรามองถึง 3-5 ปีนะคะ ถ้าเชื่อมกับตัวนี้นะคะในเรื่องของเป้าตัว 883 เมื่อกี้เราเห็นคำถามนึงนะคะ ก็คือบอกว่าช่วงนี้ไม่เห็นในเรื่องของข่าวของการทำงานเลย เรามองอย่างงี้ค่ะว่า ข่าวของเราอ่ะค่ะ ที่มีการออกไปเนี่ยเราออกตามรอบนะคะที่เป็นในเรื่องของตัว Compliant แล้วก็ถ้าเกิดว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีการปรับกลยุทธ์ หรือ Strategy ต่างๆเนี่ย เราก็จะมีการข่าวตรงนั้นออกไป ในช่วงของเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวแล้วเรากำลังปรับแผน เราก็เลยลดในเรื่องของเอิ่มในเรื่องของการสื่อสารล่ะกันค่ะ แต่ตามรอบที่เป็น Compliant เรายังทำอยู่เหมือนเดิม ในส่วนของ Content ค่ะก็อย่างที่บอกค่ะ ทาง Master เนี่ยค่ะContent โดยส่วนใหญ่ 98% มาจากใน Social นะคะ ดังนั้นการทำ Content ต่างๆเนี่ยเลยเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นเรื่องที่เป็นที่มาของ Lead นะคะหรือแม้กระทั่ง ถ้าเกิดพี่ๆเนี่ยมาดู Content ของทางตัวดาวเองอ่ะค่ะเราต้องบอกว่าช่องทางของดาวหลายๆอันเนี่ย ดาวใช้เป็นในเรื่องของเขาเรียกว่าเป็นตัว Testimonia นะคะ เพื่อให้น้องๆเนี่ยได้เอาไปทำต่อ เพราะว่าถ้าเกิดว่าเราเนี่ยใช้ช่องทางหลักของโรงพยาบาลเลยทั้งหมดอย่างเงี้ยค่ะมันก็อาจจะมี ความเสี่ยงในเรื่องอื่นๆได้ แต่เบสช่องทาง Social ของดาวเนี่ยมันมีความหลากหลาย มี Lifestyle มี Variety ทำให้ในเรื่องอัตราความเสี่ยงของตัว Social ของทางดาวเองเนี่ยมันยังเป็นสีเขียวอยู่ และเหมาะจะใช้ในเรื่องของการทดลองนะคะ ก็เดี๋ยวตรงเนี้ยเราจะไปปรับเพิ่ม เพื่อแยกหมวดให้ชัดเจน แล้วก็พี่ๆจะได้ติดตามข่าวสาร แต่ยังไงก็ตามค่ะ ในช่องของตัว Master insight อันเนี้ยเราก็ยังมีการ Update ข้อมูลที่เกี่ยวกับทาง Master อยู่ตลอดเวลานะคะตรงนี้ถ้าอะไรที่ทาง Master ทำเพิ่มได้ หรือพี่ๆอยากให้เพิ่มในส่วนไหนอันนี้บอกได้เลยนะคะ ก็ยินดีรับ Feedback ค่ะ เพื่อมาพัฒนาปรับปรุงเพิ่มเติมค่ะ ในส่วนของตัวสิ้น Q2 เมื่อกี้จำนวนสาขาทั้งหมดเราได้บอกไปแล้วนะคะแล้วก็เล่าแผนการดำเนินงานนะคะของบริษัทร่วมที่มีผลขาดทุนเอ่อในปี 2024 เนี่ยค่ะไม่มีนะคะบริษัทร่วมที่มีผลขาดทุนนะคะ ในส่วนของปี 2025 ค่ะ อย่างแรกเลยถ้าเกิดว่าตาม Structure ที่พี่ๆเห็น ตัวคุณหมอเส เองเนี่ยค่ะเป็น CEO Group นะคะก็จะดูแลทางพาร์ทเนอร์เป็นหลักรวมถึงตัว Master ด้วย แต่บางทีค่ะเราอาจจะไม่ได้ลงหรือว่า Update ผลการดำเนินงานให้เห็น อย่างวันเนี้ยค่ะ หรือถ้าพี่ๆ หลายคนเริ่มเห็นก็คือเวลาที่ดาวไป Partner นะคะหรือคุณหมอเสไป Partner เนี่ยเราก็เริ่มจะมีการสื่อสารที่เพิ่มเติม อย่างวันนี้เองก็จะมีอย่างของทาง TYP ค่ะที่โรงพยาบาลใกล้เรียบร้อยแล้วนะคะก็มา Shadow นะคะในเรื่องการทำงานค่ะของทางดาวนะคะ ก็จะได้เอา Strategy เอาอะไรต่างๆไป แล้วก็จะใช้เวลาแบบอยู่เต็มๆกันอย่างเงี้ยค่ะประมาณ 2 วัน หลังจากนั้นค่ะเขาก็ต้องเอากลับไปทำการบ้านก่อนนะคะ แล้วก็ดาวก็จะลงไป Monitor หรือว่าจะเป็นคุณหมอเสเนี่ยค่ะลงไป Monitor ดูอีกทีนึงนะคะ ทีนี้ถ้าเชื่อมไปถึงเป้าค่ะในส่วนของตัว 883 นะคะ ในส่วนของตัว 883 เนี่ยค่ะเป้ายังอยู่นะคะและเราก็บอกว่าตั้งแต่ที่เราประกาศไปเนี่ยเป้าตรงนี้ค่ะเรามองภายในระยะเวลา 3 ปีนะคะที่รายได้ของทั้งกลุ่มเนี่ยจะขึ้นไปที่ 8,000 นะคะแล้วก็ในส่วนของตัวกำไรนะคะ อันนี้ก็เรา เรายังมองภาพกว้างจากนี้ไปอีก 3 ปีอยู่ เพราะว่าสัดส่วนของลูกชะ ลูกค้าที่เป็นต่างประเทศเนี่ยค่ะเรายังมองเป็นปัจจัยหลัก หลายๆพี่ๆ หลายคนก็จะบอกว่าจริงๆของ Master ไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ แต่ว่าถ้าเกิดดูจากปัจจัยทางเศรษฐกิจแล้วก็ผลกระทบต่างๆค่ะ เรามองว่าเป็นสิ่งที่เราก็ต้องระมัดระวังแล้วก็ทั้งทีมงานเนี่ย จะทำยังไงให้เกิดการ Efficiency ขึ้น ซึ่งในเรื่องของการลดต้นทุนต่างๆค่ะเราก็มีอยู่ในแผนด้วยนะคะ ต้องบอกว่าลดต้นทุนในส่วนที่เป็น Fix Cost ด้วยนะคะ เพราะว่าตราบใดก็ตามถ้าเกิดว่ารายได้เนี่ยเราทำปีนี้ได้ทรงตัว หรือเติบโตขึ้นเล็กน้อยแบบ 1 Digit อย่างที่ดาวบอกไปอ่ะค่ะ อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายที่เป็น Fix Cost อันเนี้ยยังอยู่ใน Process หรือว่าแผนการดำเนินงานของเรานะคะ ค่ะ แล้วก็ในส่วนของ เน้น อะ โอเคค่ะ มีพี่ๆถามว่าแล้วก็ถ้าเกิดภาพรวมเนี่ยยังเห็นในเรื่องของการเดินหน้าสร้างโรงพยาบาล การเดินหน้าสร้างโรงพยาบาลค่ะ 2 ส่วนนะคะ ส่วนแรกค่ะ Regulation ที่ออกมาเนี่ย ถ้าเกิดว่าเป็น Clinic ที่ไม่เคยขอ OR ใหญ่ ปัจจุบันไม่สามารถขอ OR ใหญ่ได้แล้ว ดังนั้นถ้าเกิดเราจะสร้าง New S Curve เหมือนที่พี่เห็นโรงพยาบาลที่เกิดขึ้นในเขตกรุงเทพฯเลยค่ะ ทุกคนเนี่ยก็ต้อง Change มาในโรงพยาบาล แต่โรงพยาบาลที่เราสร้างค่ะ ก็คือควรมีขนาดที่เหมาะสม กับการที่จะ Generate รายได้นะคะในแต่ละ Area อันนี้คือสิ่งที่เราต้องระมัดระวังในเรื่องนี้ค่ะ อ๋อ โอเค มีพี่ๆบอกว่า การเดินหน้าสร้างโรงพยาบาลเนี่ยค่ะเหมือนเน้นหนักในช่วงนี้ แต่ว่าทำในช่วงที่เอ่อกำลังซื้อหดก็คือเข้าใจว่าน่าจะเป็นในเรื่องของตัวเศรษฐกิจ เรามองอย่างงี้ค่ะ ในเรื่องของการสร้างโรงพยาบาลหรือการปรับปรุงอ่ะ ต้องใช้เวลาขั้นต่ำ 8 เดือนถึง 1 ปีครึ่งนะคะ แล้วแต่ขนาด แล้วแต่การวางแบบ ถ้าเกิดว่าเราไม่ Prepare ให้พร้อมไว้ก่อนนะคะพอถึงเวลาที่โอกาสมาจริงๆอ่ะค่ะเราจะไม่สามารถเปิด Generate ได้ และแผนตรงเนี้ยค่ะเราเขาเรียกว่าเป็นข้อตกลงตั้งแต่ตอนที่เรามีการลงทุนแล้วโดยที่ Master ไม่ได้ลงเงินเพิ่มเติมอ่ะค่ะ แม้ว่าจะมีการสร้างโรงพยาบาลทุกอย่างอยู่ในเงื่อนไขของการลงทุนตั้งแต่แรกนะคะอันนี้คือจุดสำคัญนะคะ ดังนั้นมันเป็นแผนที่เรา Prepare เพื่อรอรับโอกาสค่ะที่จะเกิดขึ้นค่ะ
โอเคครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตตอบคำถามเรื่อง GPM นะครับ ก็คือในปีเนี้ยที่ GPM เนี่ยปรับตัวลดลงมานะครับ ส่วน ส่
วนหนึ่งครับ เกิดมาจากตัวเรื่อง เรื่องของการปรับค่า DF ครับ ตอนที่เราได้อธิบายไปในไตรมาสที่แล้วนะครับ ในขณะที่ตอนนี้มันมี Challenge เรื่องการปรับราคาเล็กน้อยครับ ถ้าดูในสไลด์ Presentation เนี่ย จะเห็นว่าตัวราคาจริงๆ ปีนี้ค่อนข้าง Flat ตรงนี้เองเดี๋ยวทางเราจะขอประเมินอีกครั้งหนึ่งครับ แต่แนวโน้มปีเนี้ยยังมั่นใจครับ เหมือนเดิมว่า 54 55 เนี่ยยังสามารถยืนอยู่ได้ครับ อันที่สองครับในเรื่องของลูกค้าเก่านะครับ ของ ทาง Master Piece มาใช้ซ้ำครับ อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ครับ จากตัวเลขนะครับในครึ่งปีแรกครับ มีหัตถการ อ่ามีกลุ่มลูก ค้าเดิมนะครับที่มาทำหัตถการใหม่ในกลุ่มศัลยกรรมเนี่ยนะครับอยู่ที่ประมาณ 14-16% ครับ ประมาณนี้ครับ โอเคค่ะ ค่ะ ก็ถ้า ถ้าเสริมจากเมื่อกี้ค่ะ อย่างในส่วนของตัว DF เนี่ยค่ะเดิมเนี่ยเราอยู่ช่วงประมาณ 18% นะคะแล้วก็พอคุณหมอเนี่ยมี Experience หรือว่ามีสา สัมประสุนประสบการณ์เพิ่มเติมเข้ามาเนี่ยค่ะ ก็มาเป็น 21% แต่ดาวเชื่อว่าค่า DF อ่ะค่ะ ที่เราออกมาเนี่ย ก็น่าจะยังต่ำที่สุดนะคะในตลาดของการศัลยกรรม เพราะว่ามันเกิดจาก Contract ระยะยาวนะคะ เกิดจากในส่วนของคือเวลาที่ก่อนที่เราจะคิด DF เนี่ยค่ะเรามีการหักต้นทุนต่างๆ ด้วยนะคะ ซึ่งตรงเนี้ยเป็นข้อตกลงแรก แต่แน่นอนค่ะ สิ่งที่ ต้องทำให้คุณหมอของทาง Master Win ด้วยก็คือในเรื่องของจำนวนเคสนะคะที่เราเนี่ยต้องหา สามารถที่จะหา Lead นะคะให้คุณหมอเนี่ยพึงพอใจแล้วก็เป็น Win Win Situation ที่ทั้งสองคนเนี่ยค่ะจะอยู่ด้วยกันนะคะค่ะ แล้วก็อย่างถ้าเกิดเป็นในเรื่องของตัวค่าเสื่อมราคา นะคะถ้าเมื่อกี้สอดคล้องกับเรื่องนี้ ก็คือถ้าเกิดว่ารายได้เราอยู่ที่ ณ ระดับเนี้ยค่ะ ณ สิ้น Q2 เนี่ย ตัวค่าเสื่อมเนี่ยจากเดิมของปีที่แล้วเนี่ยอยู่ประมาณ 3% ตอนนี้ขึ้นเป็น 8% ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำเพิ่มขึ้นค่ะ ก็คือการ Generate รายได้ให้เพิ่มขึ้นนะคะค่ะ อันต่อมานะคะ ศัลยกรรมค่ะในกลุ่มที่มี Margin สูงนะคะตรงเนี้ยมี GPM อยู่ที่เท่าไหร่เทียบกับกลุ่มที่ Margin ต่ำ ก็ถ้าเกิดดูง่ายๆค่ะต้องไม่มีซิลิโคน ไม่มีโบท็อกซ์ ไม่มีฟิลเลอร์นะคะ ก็จะเป็นตัวจมูกนะคะกับดูดไขมัน แต่ดูดไขมันเนี่ยค่ะก็ต้องเป็นดูดไขมันแบบเพียวด้วยนะคะ เพราะว่าปัจจุบันเนี่ยเราจะมีดูดไขมันบวกที่เราเรียกว่า J Plasma ซึ่งถ้าเกิดเราบวก J Plasma เข้าไปอ่ะค่ะอันนั้นก็คือมันก็จะมีต้นทุนเพิ่มนะคะ ถ้าดังนั้นเนี่ยเป็นการทำจมูกกับดูดไขมันอย่างเดียวเนี่ยค่ะตัว GPM เนี่ยค่ะก็จะอยู่ที่ประมาณ 58% นะคะ ผลกระทบนะคะเรื่อง กำลังซื้อที่อ่อนตัวนะคะ หรือการควบคุมการโฆษณานะคะเรามองว่า Q2 เนี่ยน่าจะเป็นจุดที่ต่ำที่สุดใช่ไหมใช่ค่ะเรามองอย่างงั้นค่ะ เพราะว่า Q3 เนี่ยจริงๆมันเริ่มมาแล้วถูกมั้ยคะมาถึงกลาง Q3 แล้ว อันนี้เราเห็นการเติบโตขึ้นค่ะ อันต่อมานะคะ เมื่อกี้ดาวตอบไปแล้วเนาะในเรื่องของทางคุณหมอเสกับทางดาว เราต้องบอกว่าตัวหมอเสอ่ะค่ะ แม้ว่าอาจจะไม่ค่อยได้ออกสื่อเท่าไหร่เนี่ย แต่ดาวกับหมอเสเนี่ยมีการทำงานผ่าน Zoom โดยตั้งกล้องกันตลอดเวลาอยู่แล้ว เพื่อใช้ในเรื่องของการ Mentor ต่างๆ รวมถึงในทุกๆเย็นค่ะ ถ้าเกิดเห็นนะคะทาง Social ของดาวเนี่ย ดาวก็จะมีการไปทำงานที่คอนโดคุณหมอเส ซึ่งคอนโดคุณหมอเสเนี่ยก็จะมีทีมงานอยู่ด้วยประมาณ เป็นเหมือนออฟฟิศเล็กๆ ออฟฟิศนึงเลยค่ะ เพื่อใช้ในเรื่องของการบริหารแล้วก็ปรับปรุงระบบต่างๆนะคะ ค่ะ อันต่อมาค่ะ รายได้จากการศัลยกรรมลดลงเพราะอะไรนะคะ แล้วก็เมื่อบริษัทตั้งเป้าโตจากลูกค้าต่างชาติและมี MOU พา ลูกค้าต่างชาติเข้ามา ยอดที่ลดลงเนี่ยมาจากลูกค้าไทยหรือต่างชาติอันนี้ชัดเจนค่ะมาจากลูกค้าไทยนะคะแล้วก็ส่งผลให้ Average Per Bid โดยรวมค่ะ อันนี้ต้องขออนุญาตบอกเป็นโดยรวมนะคะ ณ สิ้น Q2 นะคะมันลดลงไปประมาณ 1.7% ก็ผลกระทบจากอะไรจริงๆแล้วเนี่ย ภาคเศรษฐกิจเป็นหลักนะคะ กับในเรื่องของตัวพอเศรษฐกิจทำให้ Per Bit ลดลงนะคะอันนี้ที่ 1 อันที่ 2 ค่ะก็จากสงครามที่มัน Uncontrol เราก็บอกถึงตัวผลกระทบที่เป็นตัวเลขไปแล้ว จากสัดส่วนรายได้ของทางต่างชาตินะคะ อันต่อมาค่ะ รายได้นะคะจากกลุ่มสกินดีขึ้น เราทำอะไรหรือว่าเป็น Seasonal นะคะดีจากลูกค้าไทยหรือว่าต่างชาติ นะคะ เอ่อตัวสกินค่ะถ้าเกิดที่ดาวเคยบอกตั้งแต่ช่วงแรกๆเนี่ยดาวจะบอกว่าเรามีช่องทางนี้ไว้เนี่ยค่ะสำหรับกรณีที่ตอบ ตอบโจทย์ลูกค้าในกลุ่มของ Surgery แต่ปัจจุบันค่ะเราปรับว่าตัวสกินเนี่ยเป็นหัตถการ 1 ของเราที่เราจะต้องผลักดัน ดังนั้นน่ะค่ะถ้าจะเห็นนะคะถ้าเกิดไปดู Recurring Income ของกลุ่มสกิน มีอัตราการเติบโตขึ้นนะคะจาก 20% เป็น 60% แสดงว่าอะไรคะ เราให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าแม้ว่าลูกค้าจะอยู่ไกล แต่เราจะทำให้เกิดจุดดึงดูดยังไงว่าลูกค้าเนี่ย ไม่ได้จำเป็นที่ต้องไปใช้ใกล้บ้านเท่านั้น ถ้าเกิดเห็นตาม Content น่ะค่ะเราจะใช้คำว่า Journal of Duty นั่นคือทำให้กลุ่มลูกค้าคนตรงเนี้ยค่ะกลับมาใช้บริการกับคุณหมอนะคะแล้วก็โรงพยาบาล Masterpiece เนี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 60% ถัดจากนี้มีอะไรเพิ่มขึ้นไหม อันนี้แน่นอนค่ะก็พอเรามองกลุ่มสกินนะคะ เป็นหัตถการหลักอีกตัวนึงคล้ายๆในกลุ่มของจมูก อย่างปัจจุบันเนี่ยค่ะ ยอดของ Skin ต่อเดือนเนี่ยก็ถ้าเกิดเอาเข้ามาในวงของตัวศัลยกรรมเลยค่ะก็จะอยู่ประมาณซักอันดับ 5 อันดับ 6 นะคะ ตัวนี้ก็ตามกลุ่มผมขึ้นมาเลยนะคะอันนี้เกิดจากการปรับกลยุทธ์ค่ะ อย่างสกินเองถ้าเกิดให้ดาวเล่าเพิ่มเติมเนี่ยก็เป็นการปรับ Strategy เหมือนกัน เพื่อ