สรุป OPPDAY XPG: เจาะลึกผลประกอบการและกลยุทธ์ฝ่าวิกฤต ปี 2568
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
รายได้รวมในไตรมาส 2/2568 ปิดที่ 203 ล้านบาท ลดลง 22% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568
อย่างไรก็ตาม หากเทียบครึ่งปีแรกของปี 2568 กับครึ่งปีแรกของปี 2567 รายได้เพิ่มขึ้น 14% ปิดที่ 463 ล้านบาท
รายได้หลักยังคงมาจากดอกเบี้ยและเงินปันผล คิดเป็น 184 ล้านบาท เติบโต 3%
รายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 30% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส สอดคล้องกับสภาวะตลาดและการลงทุนที่ไม่เอื้ออำนวย
ผลขาดทุนจากการลงทุน (Gain Loss on Investment) ติดลบ 32 ล้านบาท กดดันผลประกอบการอย่างมาก เนื่องจากการ Mark to Market ของหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัล
ค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 168 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส แต่ดีขึ้น 3% หากเทียบครึ่งปีแรกต่อครึ่งปีแรก
การประหยัดค่าใช้จ่ายหลักมาจาก Employee Benefit ที่ลดลง 10% และ Expected Credit Loss ที่ลดลง 15% จากการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้น
Bottom Line ของไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 27 ล้านบาท ลดลง 60% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 แต่เพิ่มขึ้น 76% หากเทียบครึ่งปีแรกต่อครึ่งปีแรก
ในส่วนของ Balance Sheet ยังคงมีสถานะที่มั่นคง แทบไม่มีหนี้สิน และมีการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
เน้นการลงทุนใน Direct Lending ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วน 60% ของพอร์ตการลงทุนของบริษัท
การปล่อยกู้ยังคงเป็น Asset-Based Lending ให้กับบริษัทในประเทศ
ลงทุนใน Funds ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึง Corporate Bonds
มองหาโอกาสในการออก Derivative Warrant และ DR (Depositary Receipt) ซึ่ง KTX เป็นผู้นำตลาด
XSpring Asset Management วางแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับสภาวะตลาด
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
ความผันผวนของตลาดและการลงทุนที่ไม่แน่นอน ทั้งในและต่างประเทศ
การลดลงของ Volume การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ส่งผลกระทบต่อ Brokerage Income
ความเสี่ยงด้าน Credit Loss ที่อาจเกิดขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย
การ Mark to Market ของสินทรัพย์ดิจิทัลและหุ้น กดดันผลประกอบการ
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
เน้นการลงทุนใน Debt Instrument ที่มีความปลอดภัยและให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ
บริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ มีการกระจายความเสี่ยงและประเมินสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ
XSpring Asset Management พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนในสภาวะตลาดปัจจุบัน
XSpring AMC เน้นการติดตามหนี้อย่างใกล้ชิด และปรับโครงสร้างหนี้เพื่อให้ลูกหนี้สามารถชำระได้ตามกำลัง
บริษัทมีความ Conservative ในการประมูลซื้อหนี้เสีย และให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการ NPL
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
มุ่งเน้นการเติบโตในธุรกิจ Lending โดยชักชวนนักลงทุนมาร่วมปล่อยกู้ Private Credit
คาดการณ์ว่าทิศทางการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จะดีขึ้นในครึ่งปีหลัง
XSpring Asset Management จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับสภาวะตลาดและบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
XSpring AMC จะบริหารจัดการการติดตามหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และพิจารณาการ Acquire Portfolio ใหม่ ๆ อย่างระมัดระวัง
XSpring Digital ได้รับผลบวกจาก G-Token ซึ่งช่วยให้ Investment Token กลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุน
คาดการณ์ว่า Trading Volume ของ Cryptocurrency จะมีทิศทางที่ดีขึ้นตามสภาพตลาดโลก
6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): เริ่มต้นที่ นาทีที่ 47:38
แผนปรับโครงสร้างค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีและบุคลากร
มีการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี และให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี รวมถึงพัฒนา XSpring App เพื่อรวบรวมข้อมูลการลงทุนของนักลงทุน
โอกาสขาดทุนต่อเนื่องจากพอร์ตลงทุน
ผลขาดทุนส่วนใหญ่มาจากหุ้นไทยที่ปรับตัวลง แต่ปัจจุบันสถานการณ์ดีขึ้น และผลขาดทุนน่าจะเบาบางลง
ความต้องการสินเชื่อและการลดการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร
ความต้องการสินเชื่อยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง และบริษัทล็อคอินดอกเบี้ยไว้แล้วส่วนหนึ่งจนถึงสิ้นปี
มุมมองต่อโครงการ G-Token และประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับ
มองว่าเป็นโครงการที่ดี ช่วยระดมทุนให้ภาครัฐ และเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วไปเข้าถึง Government Bond ได้ง่ายขึ้น
บริษัทจะได้รับประโยชน์จากการ Educate นักลงทุนเกี่ยวกับ Investment Token และขยายฐานลูกค้า
โครงการ ICO ที่จะออกในปีนี้
ยังคงมุ่งเน้น Private ICO แต่มีแผนจะออก Public ICO ด้วย คาดว่าจะออกทันภายในปีนี้ 1 Public ICO และ 1 Private ICO
ธุรกิจดาวเด่นในไตรมาส 3
ธุรกิจ Lending ยังคงเป็น Bread and Butter ของบริษัท แต่หากตลาดฟื้นตัว ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจจัดการกองทุนก็น่าจะมีผลประกอบการที่ดีขึ้น
แผนเพิ่มรายได้ของ KTX
เน้นผลิตภัณฑ์ Derivative Warrant และ DR
การลงทุนต่างประเทศของลูกค้า Wealth
มีการส่งเสริมการลงทุนต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น Infrastructure Fund ที่เป็น Macquarie
การเพิ่มสัดส่วนลงทุนใน Corporate Bond และ Cash
เป็นการลงทุนเพื่อพักเงินใน Money Market และจะ Switch เงินไปลงทุนใน Direct Lending เมื่อมีโอกาส
การออกกองบอนด์ในภาวะดอกเบี้ยขาลง
พยายาม Capture ดอกเบี้ยให้ได้ก่อนที่อัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับลดลง
ความแตกต่างระหว่าง ICO และ Bond
ICO ก็คือ Debt Instrument อย่างหนึ่ง เพียงแต่ออกในรูปแบบของ Investment Token
ผลกระทบจากมาตรการเรียกเก็บภาษีจากสหรัฐอเมริกา
ไม่มีผลกระทบโดยตรง เพราะบริษัทไม่ได้มีธุรกิจที่โดนเรียกเก็บภาษีจากฝั่งสหรัฐฯ
การติดตามหนี้ของ XAMC และการเร่งฟ้องลูกหนี้
เร่งติดตามหนี้อย่างใกล้ชิด และพยายาม Capture ไม่ให้ลูกหนี้หายไป
การเร่งฟ้องลูกหนี้อาจไม่ใช่ Solution ที่ดีที่สุด และจะเน้นการพูดคุยกับลูกหนี้ให้มากขึ้น
XAMC เก็บเงินได้ แต่ทำไมงบยังขาดทุน และตลาด NPA เป็นอย่างไรบ้าง
เป็นเรื่องของ Accounting Basis ที่บริษัทตั้ง ECL 100% ทำให้งบค่อนข้าง Conservative
ตลาด NPA ทรง ๆ ตัว และบริษัทพยายามขาย NPA ที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง
เหตุผลที่ยังไม่พิจารณาการจ่ายเงินปันผล
จะพิจารณาจากผลประกอบการของปีนี้อีกครั้ง
XAMC จะมีการซื้อทรัพย์เข้าพอร์ตอีกไหม
มีการประมูลอย่างต่อเนื่อง และจะรายงานเมื่อชนะการประมูล
รายได้ดอกเบี้ยยังคงเป็นพระเอก และมีดีลไหนที่น่าเป็นห่วงว่าจะ Default หรือไม่
ปัจจุบันยังไม่มีเคสที่น่าเป็นห่วง และทุก Lending ของบริษัทเป็น Asset-Based
Backlog หรือ NPA ที่อยู่ระหว่างการเจรจาปิดการขาย
มี NPA อยู่ประมาณ 40 ชิ้น และขายได้เฉลี่ยเดือนละ 1-2 ชิ้น
แผนการฟื้นกำไรของ KTX ในช่วงที่เหลือของปี
หวังว่าสภาวะตลาดจะดีขึ้น และผลิตภัณฑ์ Derivative Warrant หรือ DR จะได้รับความนิยมมากขึ้น
ความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพของ XSpring ที่ยังคงติดกับตลาดคริปโต
คริปโตเป็นแค่ส่วนหนึ่งของ XSpring เท่านั้น และอยากให้นักลงทุนมองว่าเป็นบริษัทให้บริการทางการเงินแบบครบวงจร
แผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์เพื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่ความเสี่ยงต่ำ
XSpring Asset Management พยายามออกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพตลาดและบริหารจัดการความเสี่ยงได้ดี
โอกาสเติบโตของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย และบริษัทจะ Capture Growth นี้อย่างไร
Investment Token น่าจะได้รับการยอมรับและความเข้าใจมากขึ้น และ Cryptocurrency น่าจะเติบโตตามประเทศที่พัฒนาแล้ว
เป้าหมายการเติบโตของฐานลูกค้าและรายได้ใน 3-5 ปีข้างหน้า และกลยุทธ์ในการบรรลุเป้าหมาย
อยากเป็นหนึ่งใน Financial Service Provider ที่นักลงทุนนึกถึงเมื่อต้องการลงทุนใน Asset Class ต่าง ๆ และมีการ Synergy กันใน Group เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงการลงทุนได้หลากหลายรูปแบบ
แผนสำรองสภาพคล่องและการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ
บริษัทไม่มีหนี้สิน และมีการ Balance การลงทุนใน Debt, Equity และ Fund และสามารถดึงสภาพคล่องออกมาจากหลาย Asset Class ได้
โดยสรุป, XPG กำลังเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะตลาดที่ไม่แน่นอนและผลกระทบจากการ Mark to Market, แต่ยังคงมุ่งมั่นที่จะเติบโตผ่านธุรกิจ Lending, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ, และการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ. การมีส่วนร่วมในโครงการ G-Token และการ Synergy ภายในกลุ่มบริษัทจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต