บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
15.60
0.20 (1.27%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก ราคาเฉลี่ยน้ํามันปาล์มดิบ และน้ํามันเมล็ดในปาล์มเพิ่มขึ้นจากเก้าเดือนแรกของปีที่แล้วร้อยละ 38.8 และ 41.0 ตามลําดับ
ราคาน้ํามันปาล์มต่างประเทศสูงเป็นผลมาจากความกังวลด้านอุปทานของน้ํามันพืชทั่วโลก และ ปริมาณสต็อคที่มีน้อยในครึ่งปีแรกของปี 2565 ความกังวลด้านอุปทาน ได้รับแรงหนุนจากความขัดแย้ง ในยูเครนและรัสเซีย และการห้ามส่งออกน้ํามันปาล์มจากประเทศอินโดนีเซียในไตรมาสที่สอง
ราคาน้ํามันปาล์มในไตรมาสที่สามเริ่มลดลงเนื่องจากอุปทานน้ํามันพืช ทั่วโลกดีขึ้น และปริมาณสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้ชัดในประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย เนื่องจากสภาพอากาศที่ดีขึ้นและผลผลิตเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามอุปทานน้ํามันใส เช่น ถั่วเหลือง และ ดอกทานตะวัน ยังคงมีความน่ากังวลเนื่องจากปัญหายูเครนและรัสเซีย และการคาดการณ์ปรากฏการณ์ลานีญา ที่ทําให้เกิดความแห้งแล้งในอเมริกาใต้ ทําให้เกิดผลต่างของราคาน้ํามันถั่วเหลืองและน้ํามันปาล์ม ดังนั้น ราคาน้ํามันปาล์มจึงทรงตัวในระดับสูง แม้ว่าจะมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นก็ตาม
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3937 out_tok=2713 at=2026-07-26T12:24:36 -->
# UVAN กำไร Q3 พุ่ง 58.7% รับราคาปาล์มโลกแรง-ส่งออกโต
## รายได้-กำไร Q3/2564 เติบโตโดดเด่น ปัจจัยหลักจากราคาปาล์มดิบสูงขึ้น และปริมาณการขายส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ UVAN รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 113.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 58.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากกำไรที่เพิ่มขึ้นของสวนปาล์มและแปลงเพาะต้นกล้า รวมถึงปริมาณการซื้อน้ำมันปาล์มจากภายนอกเพื่อการส่งออกที่สูงขึ้น สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 715.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115.8% จากปีก่อน สะท้อนภาพรวมผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ UVAN ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 คือ **การปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของปริมาณการขายส่งออก** ซึ่งส่งผลให้รายได้และกำไรของบริษัทเติบโตอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะในไตรมาส 3 ที่กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้น 58.7% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ราคาเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบที่สูงขึ้น:** ราคาเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นถึง 57.5% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยนี้เกิดจากผลผลิตปาล์มในภูมิภาคที่ลดลง ความต้องการทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น และสต็อกน้ำมันปาล์มที่ลดลง ส่งผลโดยตรงต่อราคาขายผลิตภัณฑ์ของบริษัท
* **ปริมาณการขายส่งออกที่เพิ่มขึ้น:** ปริมาณการขายส่งออกของ UVAN เพิ่มขึ้นจาก 32% ของปริมาณขายในปีที่แล้ว เป็น 65% ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ สาเหตุหลักมาจากการที่ราคาในตลาดต่างประเทศดีกว่าตลาดภายในประเทศ ทำให้บริษัทมีแรงจูงใจในการผลักดันการส่งออกมากขึ้น
* **ราคาผลปาล์มสดที่สูงขึ้น:** ราคาเฉลี่ยรับซื้อผลปาล์มสดเพิ่มขึ้น 61% จากปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับราคาน้ำมันปาล์มที่สูงขึ้น ทำให้ปริมาณการรับซื้อผลปาล์มสดจากภายนอกเพิ่มขึ้น 5.5%
* **การเติบโตของธุรกิจเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า:** ราคาขายน้ำมันปาล์มที่สูงขึ้นกระตุ้นให้เกิดการปลูกปาล์มใหม่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการเมล็ดพันธุ์ปาล์มลูกผสมของ UVAN สำหรับส่งออก และต้นกล้าจากแปลงเพาะภายในประเทศเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
* **รายการอื่น ๆ ที่สนับสนุน:** มาตรฐานบัญชีใหม่ฉบับที่ 41 (เกษตรกรรม) ส่งผลให้บริษัทมีกำไรจากการตีมูลค่าสินทรัพย์ชีวภาพเพิ่มขึ้น 11.38 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 2.36 ล้านบาทปีก่อน) และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุนในฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 9.99 ล้านบาท เป็น 40.5 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยราคาและปริมาณ:** จากข้อมูลในเอกสาร ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาขายน้ำมันปาล์มที่สูงขึ้นจูงใจให้มีการปลูกปาล์มใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณการขายส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในรอบนี้ ส่วนหนึ่งมาจากส่วนต่างราคาที่เอื้ออำนวยระหว่างตลาดในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจผันผวนได้ตามสภาวะตลาดโลก ดังนั้น ทิศทางราคา commodity และความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของ UVAN ในตลาดส่งออกจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 เติบโต 58.7% YoY** อยู่ที่ 113.21 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 โต 115.8% YoY** อยู่ที่ 715.77 ล้านบาท
* **ราคาเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบสูงขึ้น 57.5%** ใน 9 เดือนแรกปี 2564 เป็นปัจจัยหลักหนุนรายได้
* **ปริมาณการขายส่งออกเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด** จาก 32% เป็น 65% ของปริมาณขายทั้งหมดใน 9 เดือนแรกปี 2564
* **ราคาผลปาล์มสดรับซื้อเพิ่มขึ้น 61%** หนุนปริมาณการรับซื้อจากภายนอก 5.5%
* **ธุรกิจเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าปาล์มได้รับอานิสงส์** จากราคาปาล์มที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 113.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.7% เมื่อเทียบกับ 71.33 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำไรที่เพิ่มขึ้นของสวนและแปลงเพาะต้นกล้า รวมถึงปริมาณการซื้อน้ำมันปาล์มจากบุคคลภายนอกเพื่อการส่งออกที่เพิ่มขึ้น
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิหลังหักภาษีรวม 715.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115.8% เมื่อเทียบกับ 331.74 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตนี้ได้แก่ ราคาเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบที่สูงขึ้น 57.5%, ปริมาณการขายน้ำมันปาล์มที่เพิ่มขึ้น 5.5% โดยเฉพาะการส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ, ราคาเฉลี่ยรับซื้อผลปาล์มสดที่สูงขึ้น 61%, การเติบโตของธุรกิจเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า, ผลกระทบจากมาตรฐานบัญชีใหม่ และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วมทุนในฟิลิปปินส์
อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมสำหรับ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 14.5% และอัตรากำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.76 บาท เทียบกับ 0.35 บาทในปีก่อน
## โอกาส
* **ราคาปาล์มโลกที่อยู่ในระดับสูง:** เป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อรายได้และกำไรของบริษัท
* **การเติบโตของตลาดส่งออก:** การที่สัดส่วนการขายส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงศักยภาพในการขยายตลาดต่างประเทศ
* **ความต้องการเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าปาล์ม:** การกระตุ้นการปลูกปาล์มใหม่จากราคาปาล์มที่สูงขึ้น สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผลิตภัณฑ์เมล็ดพันธุ์และต้นกล้าของบริษัท
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลให้ความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารโดยรวมเพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์ม:** ราคา commodity มีความผันผวนสูง อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรหากราคาปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าและภาษี:** นโยบายของประเทศคู่ค้าอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณและราคาการส่งออก
* **สภาพอากาศและโรคระบาด:** อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตปาล์มสด ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก
* **ต้นทุนการผลิตที่อาจเพิ่มขึ้น:** เช่น ค่าปุ๋ย ค่าแรงงาน หรือค่าขนส่ง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาปาล์มดิบในตลาดโลก:** จะยังคงอยู่ในระดับสูง หรือมีแนวโน้มปรับลดลง
* **ปริมาณการผลิตและผลผลิตปาล์มสด:** ทั้งของบริษัทเองและภาพรวมในภูมิภาค
* **การแข่งขันในตลาดส่งออก:** ความสามารถในการรักษาส่วนแบ่งตลาดและราคาขาย
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลกระทบจากมาตรฐานบัญชีใหม่:** ต่อการตีมูลค่าสินทรัพย์ทางชีวภาพในอนาคต
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วมทุนในฟิลิปปินส์:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น 57.5% YoY ใน 9 เดือนแรกปี 2564 เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
* **Volume:** ปริมาณการขายน้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้น 5.5% YoY ใน 9 เดือนแรกปี 2564 โดยปริมาณขายส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 32% เป็น 65% ของยอดขายทั้งหมด
* **GPM:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึง GPM ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะจากราคาขายที่สูงขึ้น
* **ช่องทางขาย:** สัดส่วนการขายส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 65% บ่งชี้ถึงการพึ่งพาตลาดต่างประเทศมากขึ้น
* **สต็อก:** เอกสารระบุว่าสต็อกน้ำมันลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่หนุนราคา
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การที่ราคาในต่างประเทศดีกว่าในประเทศ เป็นแรงจูงใจหลักให้เพิ่มปริมาณส่งออก
* **ฤดูกาลผลิต:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การที่ปริมาณผลปาล์มสดจากสวนใกล้เคียงปีก่อน แต่ปริมาณรับซื้อเพิ่มขึ้น แสดงถึงการบริหารจัดการวัตถุดิบที่ดี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน D/E หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
UVAN โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญมาจากราคาปาล์มดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของปริมาณการขายส่งออก ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและคว้าโอกาสจากสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย แม้ว่าปัจจัยด้านราคา commodity จะมีความผันผวน แต่การขยายตลาดส่งออกและการเติบโตของธุรกิจเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตนี้ต่อไปได้อย่างไร ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาและต้นทุนการผลิตที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UVAN ไตรมาส 3/2022
รายได้รวม
3,436.72
ล้านบาท
↑ 44.5% YoY
กำไรขั้นต้น
417.64
ล้านบาท
↑ 148.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.15
%
กำไรสุทธิ
225.71
ล้านบาท
↑ 333% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.57
%
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,437
↑ + 44.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
418
↑ + 148.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
226
↑ + 333%
YoY
D/E Ratio
0.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UVAN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
33.90
ROA (%)
37.13
Book Value/หุ้น
6.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UVAN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,455
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-621
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UVAN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,455.12
+14.86%
|
-1,266.91
+71.56%
|
-738.45
+26.94%
|
-581.75
+32.54%
|
-438.93
-210.27%
|
398.04
-27.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-620.60
-422.12%
|
192.66
+26.13%
|
152.75
-329.18%
|
-66.65
-236.35%
|
48.88
-147.13%
|
-103.72
-51.21%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
553.77
+14.27%
|
484.61
+86,437.50%
|
0.56
-99.86%
|
402.40
+135.98%
|
170.52
-261.81%
|
-105.38
-70.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,521.97
+158.11%
|
-589.65
+0.77%
|
-585.13
+137.85%
|
-246.01
+12.05%
|
-219.56
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
694.22
-41.74%
|
1,191.61
-14.24%
|
1,389.43
+104.33%
|
679.99
+5.43%
|
644.97
+17.69%
|
548.01
-3.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|