บริษัท ยูเนี่ยนไพโอเนียร์ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
22.70
0.30 (1.30%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5487 out_tok=2574 at=2026-07-26T11:53:49 -->
# UPF กำไรสุทธิปี 64 หายกว่าครึ่ง รับยอดขายยางยืดผลิตหน้ากากวูบ-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้-กำไร Q4/64 หดตัว YoY เหตุอุปสงค์หน้ากาก N95 ชะลอ-เศรษฐกิจในประเทศซบเซา ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนวัตถุดิบยางพุ่งซ้ำเติม
บริษัท ยูเนี่ยนไพโอเนียร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UPF รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 605.12 ล้านบาท ลดลง 10.97% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 66.80 ล้านบาทในปี 2563 เหลือเพียง 35.35 ล้านบาทในปี 2564 หรือลดลงกว่า 47% โดยปัจจัยหลักมาจากความต้องการยางยืดสำหรับผลิตหน้ากาก N95 ที่ชะลอตัวลง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงซบเซา และต้นทุนวัตถุดิบยางที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ UPF ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 คือ **ยอดขายที่ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าที่สั่งซื้อยางยืดเพื่อผลิตหน้ากาก N95 และการหดตัวของตลาดในประเทศ ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบยางที่สูงขึ้น** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ยอดขายยางยืดผลิตหน้ากาก N95 ชะลอตัว:** ในปี 2564 ทั่วโลกเริ่มมีการฉีดวัคซีน ทำให้สถานการณ์ COVID-19 ในหลายประเทศดีขึ้น การเปิดประเทศและการกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติส่งผลให้อุตสาหกรรมเสื้อผ้าและสิ่งทอในต่างประเทศฟื้นตัว แต่ในขณะเดียวกัน ลูกค้าที่เคยสั่งซื้อยางยืดเพื่อผลิตหน้ากาก N95 ได้ชะลอการสั่งซื้อลงอย่างมาก เนื่องจากความต้องการหน้ากากประเภทนี้ลดลง
* **ตลาดในประเทศหดตัว:** แม้สถานการณ์การระบาดในไทยจะดีขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการเร่งฉีดวัคซีนและการผ่อนปรนมาตรการ แต่ภาคอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและสิ่งทอในประเทศซึ่งเป็นตลาดหลักของ UPF ยังไม่ฟื้นตัวตามที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศไทยยังคงชะลอตัวจากการปิดประเทศและข้อจำกัดในการเดินทาง ส่งผลให้ยอดขายในประเทศลดลง 9.56%
* **ต้นทุนวัตถุดิบยางสูงขึ้น:** ต้นทุนยางซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตยางยืดมีราคาสูงขึ้นในปี 2564 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นโดยตรง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและไทยจะค่อยๆ ฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2565 จากการควบคุมการระบาดที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังคือภาวะเงินเฟ้อที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อ และการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนที่อาจกระทบยอดขายในตลาดเสื้อผ้าและสิ่งทออีกครั้ง ส่วนยอดขายยางยืดสำหรับหน้ากากอนามัยที่ชะลอตัวในปี 2564 คาดว่าจะกลับมาขายได้อีกในตลาดต่างประเทศ แต่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 605.12 ล้านบาท ลดลง 10.97% YoY** แบ่งเป็นยอดขายต่างประเทศลดลง 11.80% และยอดขายในประเทศลดลง 9.56%
* **กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 35.35 ล้านบาท ลดลง 47.05% YoY** จาก 66.80 ล้านบาทในปี 2563
* **อัตรากำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 5.69% ลดลงจาก 9.64% ในปี 2563**
* **ต้นทุนขายลดลง 5.66%** สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง
* **ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 35.79%** เป็น 170.75 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้น** จาก 0.39 เท่า เป็น 0.44 เท่า
* **อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ลดลง** จาก 17.83% เป็น 9.10%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท ยูเนี่ยนไพโอเนียร์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 605.12 ล้านบาท ลดลง 10.97% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยรายได้จากการขายในต่างประเทศลดลง 11.80% และรายได้จากการขายในประเทศลดลง 9.56% สาเหตุหลักมาจากความต้องการยางยืดเพื่อผลิตหน้ากาก N95 ที่ชะลอตัวลง และภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่หดตัวจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 47.05% จาก 66.80 ล้านบาทในปี 2563 เหลือ 35.35 ล้านบาทในปี 2564 หรือคิดเป็นกำไรสุทธิ 4.71 บาทต่อหุ้น อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 9.64% เหลือ 5.69%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและไทย:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะค่อยๆ ฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2565 จากการควบคุมการระบาดที่ดีขึ้น
* **ยอดขายยางยืดสำหรับหน้ากากอนามัยคาดว่าจะกลับมา:** คาดว่าจะกลับมาขายได้อีกในตลาดต่างประเทศ
* **การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** บริษัทฯ มุ่งมั่นวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้หลากหลายมากขึ้น
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุน:** บริษัทฯ มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุน
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเงินเฟ้อ:** อาจส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง
* **การระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน:** อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อยอดขายในตลาดกลุ่มเสื้อผ้าและสิ่งทออีกครั้ง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนยางซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักอาจผันผวนและส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การแข่งขันในตลาด:** แม้ไม่ระบุชัดเจน แต่เป็นความเสี่ยงทั่วไปในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายยางยืดสำหรับหน้ากากอนามัยในตลาดต่างประเทศ
* ผลกระทบของภาวะเงินเฟ้อต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* การระบาดของสายพันธุ์ COVID-19 ใหม่ๆ และมาตรการควบคุม
* ความสามารถในการบริหารต้นทุนวัตถุดิบยาง
* ความคืบหน้าในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
* การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและสิ่งทอทั้งในและต่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **Volume/SSS:** เอกสารไม่ได้ระบุ SSS โดยตรง แต่ระบุว่ายอดขายยางยืดเพื่อผลิตหน้ากาก N95 ชะลอตัวลง และตลาดในประเทศยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งบ่งชี้ถึง volume ที่ลดลง
* **Market Share:** ไม่มีการกล่าวถึง Market Share ในเอกสาร
* **ราคาขาย:** ไม่มีการกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงราคาขายโดยตรง แต่ระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบยางสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการปรับราคาขายในอนาคต
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ต้นทุนยางซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีราคาสูงขึ้น เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** ไม่มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายการตลาดโดยเฉพาะ แต่ระบุว่าบริษัทฯ มุ่งเน้นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า
* **ช่องทาง Modern Trade/Online:** ไม่มีการกล่าวถึงช่องทาง Modern Trade หรือ Online โดยเฉพาะ แต่ระบุถึงการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 535.11 ล้านบาท ลดลง 4.49% จากปีก่อน โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 77.44% ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ 13.58% และสินทรัพย์อื่น 8.98% การลดลงของสินทรัพย์ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนด
* **ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น:** เพิ่มขึ้น 35.79% เป็น 170.75 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 4.02% เป็น 162.40 ล้านบาท โดยหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 16 เรื่องสัญญาเช่า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 7.77% เป็น 372.71 ล้านบาท เนื่องจากกำไรสุทธิจากการดำเนินงานลดลง
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ลดลง 51.08 ล้านบาท จากปี 2563 เป็น 53.76 ล้านบาทในปี 2564
* **กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานลดลง เนื่องจากผลประกอบการลดลง
* **กิจกรรมลงทุน:** เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนลดลง เนื่องจากได้รับเงินคืนจากพันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนด
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินลดลง เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
UPF เผชิญปี 2564 ที่ท้าทาย โดยหัวใจหลักของผลประกอบการที่ลดลงคือยอดขายยางยืดสำหรับหน้ากาก N95 ที่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับตลาดในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว และต้นทุนวัตถุดิบยางที่สูงขึ้น แม้ฝ่ายจัดการจะมองเห็นโอกาสจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและการระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UPF ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
121.70
ล้านบาท
↓ 17.1% YoY
กำไรขั้นต้น
10.95
ล้านบาท
↓ 22% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.00
%
กำไรสุทธิ
-2.90
ล้านบาท
↓ 295.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.38
%
D/E Ratio
0.45
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
122
↓ -17.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
11
↓ -22%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -295.7%
YoY
D/E Ratio
0.45
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UPF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.45
ROE (%)
-4.53
ROA (%)
-3.72
Book Value/หุ้น
43.97
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UPF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-73
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UPF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-73.25
-571.06%
|
15.55
+23.61%
|
12.58
-173.70%
|
-17.07
-4.37%
|
-17.85
-122.80%
|
78.30
+57.61%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.15
-99.45%
|
27.23
-58.22%
|
65.17
+469.67%
|
11.44
-71.73%
|
40.46
-182.40%
|
-49.10
+940.25%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
11.04
+28.37%
|
8.60
-61.62%
|
22.41
-40.19%
|
37.47
-3,923.47%
|
-0.98
-78.74%
|
-4.61
-74.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-62.06
-220.81%
|
51.37
-48.71%
|
100.16
+214.47%
|
31.85
+47.25%
|
21.63
-12.04%
|
24.59
-8.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
57.49
-56.21%
|
131.28
+48.61%
|
88.34
+64.32%
|
53.76
-48.72%
|
104.84
+30.66%
|
80.24
+50.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
81.39
+41.57%
|
57.49
-56.21%
|
131.28
+48.61%
|
88.34
+64.32%
|
53.76
-48.72%
|
104.84
+30.66%
|