บริษัท ยูเนี่ยนไพโอเนียร์ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
22.70
0.30 (1.30%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3570 out_tok=2043 at=2026-07-26T12:08:58 -->
# UPF กำไรสุทธิ Q3/2566 พลิกบวก 2.81 ล้านบาท รับต้นทุนวัตถุดิบดิ่ง
## รายได้หดต่อเนื่อง 52.88 ล้านบาท แต่คุมต้นทุนขายได้ดี หนุนภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ยูเนี่ยนไพโอเนียร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UPF รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 2.81 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนในปีก่อนหน้า แม้รายได้จากการขายจะยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างยางพาราที่ลดลง ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดีขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้ฟื้นตัวขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ UPF พลิกมีกำไรสุทธิ 2.81 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2566 มาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จากการขายจะยังคงหดตัวต่อเนื่องถึง 52.88 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของต้นทุนขายในไตรมาส 3 ปี 2566 เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) ราคายางพารา ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต มีแนวโน้มลดลง และ 2) ยอดขายที่ลดลง ส่งผลให้ปริมาณการใช้วัตถุดิบลดลงตามไปด้วย แม้รายได้จากการขายจะลดลง แต่การที่ต้นทุนขายลดลงในสัดส่วนที่มากกว่า ทำให้สามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ปรับลดลงเช่นกัน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการส่งออก (ค่าระวางเรือ) ที่ลดลงตามสภาวะตลาดโลก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การลดลงของราคายางพาราและค่าใช้จ่ายในการส่งออก เป็นปัจจัยที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะตลาดโลก ซึ่งอาจมีความผันผวนและไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีเมื่อยอดขายลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในสภาวะที่ท้าทาย **ลักษณะครั้งคราว** โดยต้องติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบและสภาวะตลาดโลกอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 2.81 ล้านบาท:** พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 3 ปี 2566 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้จากการขายลดลง 52.88 ล้านบาท:** สาเหตุหลักมาจากการชะลอการสั่งซื้อของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ
* **ต้นทุนขายลดลง 37.75 ล้านบาท:** ได้รับผลดีจากราคายางพาราที่ลดลง และยอดขายที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 0.72 ล้านบาท:** จากค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่ลดลงตามสภาวะตลาดโลก
* **ขาดทุนสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 ที่ 4.74 ล้านบาท:** แม้ไตรมาส 3 จะพลิกมีกำไร แต่ภาพรวม 9 เดือนยังคงขาดทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2.81 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน อย่างไรก็ตาม สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 4.74 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 130.44 ล้านบาท และงวดเก้าเดือนอยู่ที่ 398.95 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 52.88 ล้านบาท และ 121.21 ล้านบาท ตามลำดับ เนื่องจากการชะลอการสั่งซื้อของลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศตามสภาวะเศรษฐกิจ
ต้นทุนขายในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 111.67 ล้านบาท และงวดเก้าเดือนอยู่ที่ 355.93 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 37.75 ล้านบาท และ 85.28 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลมาจากราคายางพาราที่ลดลง ประกอบกับยอดขายที่ลดลง
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 18.05 ล้านบาท และงวดเก้าเดือนอยู่ที่ 53.84 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 0.72 ล้านบาท และ 2.23 ล้านบาท ตามลำดับ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการส่งออก (ค่าระวางเรือ) ลดลงตามสภาวะตลาดโลก
## โอกาส
* **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ:** การที่ราคายางพาราซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีแนวโน้มลดลง ถือเป็นโอกาสในการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มอัตรากำไร หากสามารถบริหารจัดการการสั่งซื้อและสต็อกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การลดค่าใช้จ่ายในการส่งออก:** ค่าระวางเรือที่ลดลงตามสภาวะตลาดโลก ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ในการส่งออกสินค้า
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต:** การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทำให้เศษผลิตภัณฑ์สำหรับขายลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้อื่น แต่เป็นการสะท้อนถึงการผลิตที่มีคุณภาพมากขึ้น
## ความเสี่ยง
* **การชะลอตัวของคำสั่งซื้อ:** สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลกระทบโดยตรงต่อการสั่งซื้อของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักต่อรายได้ของบริษัทฯ
* **ความผันผวนของราคายางพารา:** แม้ปัจจุบันราคายางพาราจะลดลง แต่ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในอนาคต
* **สภาวะเศรษฐกิจโลก:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและปริมาณการสั่งซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มคำสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศและต่างประเทศในไตรมาส 4/2566 และปี 2567
* ทิศทางราคาวัตถุดิบหลัก (ยางพารา) และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อรักษาระดับอัตรากำไร
* การปรับตัวของบริษัทฯ ต่อสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน
* ผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกที่ยังขาดทุนสุทธิ 4.74 ล้านบาท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **Volume/SSS:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล SSS (Same-Store Sales) หรือปริมาณการขายโดยตรง แต่ระบุชัดเจนว่ารายได้จากการขายลดลงเนื่องจากการชะลอการสั่งซื้อของลูกค้า ซึ่งบ่งชี้ถึงปริมาณการขายที่ลดลง
* **Market Share:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูล Market Share ในเอกสาร
* **ราคาขาย:** ไม่มีการกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงราคาขายในเอกสาร
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ต้นทุนขายลดลง โดยระบุว่ามาจากราคายางพาราที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** ไม่มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายการตลาดโดยเฉพาะ แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารโดยรวมลดลง
* **ช่องทาง Modern Trade/Online:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลช่องทางการขายในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในงวดไตรมาส 3 ปี 2566
## สรุปท้าย
UPF พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 2.81 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2566 จากการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผลจากราคายางพาราที่ลดลง แม้รายได้จากการขายจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UPF ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
121.70
ล้านบาท
↓ 17.1% YoY
กำไรขั้นต้น
10.95
ล้านบาท
↓ 22% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.00
%
กำไรสุทธิ
-2.90
ล้านบาท
↓ 295.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.38
%
D/E Ratio
0.45
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
122
↓ -17.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
11
↓ -22%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -295.7%
YoY
D/E Ratio
0.45
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UPF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.45
ROE (%)
-4.53
ROA (%)
-3.72
Book Value/หุ้น
43.97
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UPF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-73
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UPF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-73.25
-571.06%
|
15.55
+23.61%
|
12.58
-173.70%
|
-17.07
-4.37%
|
-17.85
-122.80%
|
78.30
+57.61%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.15
-99.45%
|
27.23
-58.22%
|
65.17
+469.67%
|
11.44
-71.73%
|
40.46
-182.40%
|
-49.10
+940.25%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
11.04
+28.37%
|
8.60
-61.62%
|
22.41
-40.19%
|
37.47
-3,923.47%
|
-0.98
-78.74%
|
-4.61
-74.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-62.06
-220.81%
|
51.37
-48.71%
|
100.16
+214.47%
|
31.85
+47.25%
|
21.63
-12.04%
|
24.59
-8.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
57.49
-56.21%
|
131.28
+48.61%
|
88.34
+64.32%
|
53.76
-48.72%
|
104.84
+30.66%
|
80.24
+50.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
81.39
+41.57%
|
57.49
-56.21%
|
131.28
+48.61%
|
88.34
+64.32%
|
53.76
-48.72%
|
104.84
+30.66%
|