บริษัท ซุปเปอร์ เทอร์เทิล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.72
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4171 out_tok=2030 at=2026-07-26T11:25:26 -->
# UEC กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 100% รับปริมาณงานโต แต่ GPM หดตัว
## รายได้โตแรง 121% หนุนกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบและขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
บริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (UEC) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 2 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ตามสัญญาที่ทำกับลูกค้าถึง 134% สวนทางกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารใกล้เคียงเดิม แต่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาเป็นปัจจัยกดดัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ UEC ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของปริมาณงาน** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทและบริษัทย่อยพุ่งสูงขึ้นถึง 121% เป็น 193 ล้านบาท จาก 87 ล้านบาทในปีก่อน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่สำคัญคือ **การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** จาก 31% ในปีก่อน เหลือเพียง 18% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเพิ่มขึ้นของปริมาณงาน** เกิดจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมีโครงการใหม่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อปริมาณงานของบริษัท โดยรายได้ตามสัญญาที่ทำกับลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 134% เป็น 192 ล้านบาท
ส่วน **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** นั้น มีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่แพงขึ้น ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณงานที่อาจทำให้ต้นทุนแปรผันเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ในไตรมาสนี้บริษัทยังมี **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 1 ล้านบาท** เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
แม้ว่ารายได้จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการมีโครงการใหม่ๆ แต่การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้นเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เอกสารไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มราคาวัตถุดิบ หรือกลยุทธ์การบริหารต้นทุนในระยะต่อไป รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ GPM และกำไรสุทธิในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 100%**: อยู่ที่ 4 ล้านบาท จาก 2 ล้านบาทใน Q3/2564
* **รายได้รวมโต 121%**: แตะ 193 ล้านบาท จาก 87 ล้านบาทใน Q3/2564
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว**: เหลือ 18% จาก 31% ใน Q3/2564
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน**: 1 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนมีกำไร 5 ล้านบาท
* **ธุรกิจในเมียนมา (UEM)**: ยังคงเผชิญความไม่แน่นอน มีรายได้ 1.3 ล้านบาท และขาดทุน 3.6 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 193 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 87 ล้านบาท โดยมีรายได้ตามสัญญาที่ทำกับลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 134% เป็น 192 ล้านบาท จาก 82 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมีโครงการใหม่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 122% เป็น 191 ล้านบาท จาก 86 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ปี 2565 (ซึ่งส่งผลต่อเนื่องมาถึง Q3) เนื่องจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 31% ใน Q3/2564 เหลือ 18% ใน Q3/2565
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารใกล้เคียงเดิมที่ 22 ล้านบาท แต่มีค่าใช้จ่ายในช่วงที่ไม่มีการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 9 ล้านบาท จาก 7 ล้านบาท และมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 5 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% จาก 2 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **โครงการใหม่ในอุตสาหกรรม**: การมีโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยผลักดันปริมาณงานและรายได้ของบริษัท
* **การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม**: การที่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวและมีโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้น บ่งชี้ถึงโอกาสในการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ**: ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท
* **ความไม่แน่นอนในเมียนมา**: ธุรกิจของบริษัทย่อยในเมียนมา (UEM) ยังคงเผชิญความไม่แน่นอนสูงจากนโยบายภาครัฐและข้อจำกัดด้านแรงงาน
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน**: การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)**: จะสามารถฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิมได้หรือไม่ หรือจะยังคงถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและปัจจัยอื่นๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุน**: กลยุทธ์ของบริษัทในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
* **การเติบโตของปริมาณงาน**: โครงการใหม่ๆ ที่จะเข้ามาทดแทนหรือเสริมปริมาณงานเดิม จะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **สถานการณ์ในเมียนมา**: ความคืบหน้าในการดำเนินงานของ UEM และผลกระทบต่อภาพรวมของกลุ่มบริษัท
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน**: ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้ตามสัญญา**: เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 134% สะท้อนถึงปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่าย**: เพิ่มขึ้นตามปริมาณงานและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)**: ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 31% เหลือ 18% เป็นจุดที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร**: ใกล้เคียงเดิม แสดงถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ดี
* **ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน**: เป็นปัจจัยลบที่เข้ามาลดทอนกำไรสุทธิ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในงวดไตรมาส 3 ปี 2565
## สรุปท้าย
UEC ในไตรมาส 3 ปี 2565 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้ตามสัญญาที่ทำกับลูกค้าถึง 134% ซึ่งเป็นผลมาจากโครงการใหม่ๆ ในอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นถูกกดดันอย่างหนักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ GPM ลดลงเหลือ 18% ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ขณะที่ธุรกิจในเมียนมายังคงเผชิญความท้าทายและมีผลขาดทุนต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TURTLE ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
812.63
ล้านบาท
↓ 15% YoY
กำไรขั้นต้น
173.15
ล้านบาท
↓ 24.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.31
%
กำไรสุทธิ
-471.95
ล้านบาท
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-58.08
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
813
↓ -15%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
173
↓ -24.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-472
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TURTLE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
-14.51
ROA (%)
-12.25
Book Value/หุ้น
1.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TURTLE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-323
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,271
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TURTLE
| รายการ | 2569 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-322.69
|
-98.88
-444.29%
|
28.72
|
— |
-16.39
-170.46%
|
23.26
-128.04%
|
-82.96
+34.63%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-1,270.62
|
112.40
-119.96%
|
-563.05
|
— |
-63.92
+1,356.04%
|
-4.39
-106.52%
|
67.29
-49.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-11.17
|
-1.91
-208.52%
|
1.76
|
— |
0.00
-100.00%
|
-0.39
-100.15%
|
262.20
-54,725.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-1,604.48
|
11.59
-102.18%
|
-532.57
|
— |
-83.46
-209.86%
|
75.97
-69.18%
|
246.53
+245.33%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,922.83
+126.93%
|
2,897.37
+1,025.76%
|
257.37
+47.96%
|
— |
257.40
-24.01%
|
338.75
+267.33%
|
92.22
+342.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
318.34
-83.44%
|
2,682.21
-7.43%
|
2,897.37
+1,025.77%
|
— |
173.94
-51.19%
|
356.34
+5.19%
|
338.75
+267.33%
|