บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
1.02
0.01 (0.97%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6418 out_tok=3098 at=2026-07-26T11:07:48 -->
# TRUBB ขาดทุนสุทธิ Q3/66 พลิกจากปีก่อน รับรายได้หด-ต้นทุนสูง
## รายได้-กำไรทรุดตามเศรษฐกิจโลกฉุดอุปสงค์ยางพารา ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์รับมือ
บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TRUBB รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 130.14 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 301.43 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนขายและบริการที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TRUBB ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **รายได้จากการขายและบริการที่ลดลงอย่างมาก** ประกอบกับ **ต้นทุนขายและบริการที่ยังคงอยู่ในสัดส่วนสูงเมื่อเทียบกับรายได้** ส่งผลให้กำไรขั้นต้นหดตัว และเกิดผลขาดทุนจากการดำเนินงานและขาดทุนสุทธิหลังภาษี โดยเฉพาะส่วนของบริษัทใหญ่ที่ขาดทุน 106.48 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้ที่ลดลง** เป็นผลโดยตรงจาก **ความต้องการในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำยางข้นและน้ำยางแปรรูป รวมถึงผลิตภัณฑ์จากยางที่ลดลง** เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงชะลอตัวต่อเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดการณ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยทั้งภาคการส่งออกและการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม นอกจากนี้ **ราคายางพาราในประเทศที่ปรับตัวลดลง** จากแรงกดดันด้านอุปสงค์โลกที่ชะลอตัว ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้
ในส่วนของ **ต้นทุนขายและบริการที่อยู่ในสัดส่วนสูง (97% ของรายได้รวม)** มีปัจจัยหลักมาจาก **ค่าวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตอื่นๆ เช่น ค่าขนส่งที่ยังคงสูง** แม้ว่าราคาเฉลี่ยยางพาราในไตรมาส 3 ปี 2566 จะปรับตัวลดลง 10.28% เมื่อเทียบกับปีก่อน (จาก 48.14 บาท/กก. เป็น 44.09 บาท/กก.) แต่ต้นทุนรวมยังคงเป็นภาระต่ออัตรากำไร
สำหรับงบการเงินงวด 9 เดือนปี 2566 รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 4,808.23 ล้านบาท ลดลง 33.2% เมื่อเทียบกับ 7,199.34 ล้านบาทในปี 2565 ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 4,668.44 ล้านบาท ลดลง 25.4% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 388.76 ล้านบาท ลดลง 23.0%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก**
จากเอกสารระบุว่า สภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กระทบต่ออุปสงค์ผลิตภัณฑ์ยางพารา อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณการฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน เห็นได้จากการเกินดุลการค้าในเดือน ส.ค.-ก.ย. 66 และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวในปี 2567 จากการบริโภคภาคเอกชนและการบริการที่ดีขึ้น รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
แม้ว่าในไตรมาส 4 ปี 2566 จะคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวจากการเผชิญดอกเบี้ยสูง และเศรษฐกิจจีนชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ แต่ TRUBB ได้มีการเปิดตลาดใหม่ๆ และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เพื่อเพิ่มห่วงโซ่คุณค่าให้กับองค์กร ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ Q3/66:** พลิกจากกำไร 301.43 ล้านบาทใน Q3/65 เป็นขาดทุนสุทธิ 130.14 ล้านบาทใน Q3/66 โดยเป็นส่วนขาดทุนของบริษัทใหญ่ 106.48 ล้านบาท
* **รายได้หดตัว 33.2% (9 เดือน):** รายได้จากการขายและบริการงวด 9 เดือนปี 2566 อยู่ที่ 4,808.23 ล้านบาท ลดลงจาก 7,199.34 ล้านบาทในปี 2565
* **ต้นทุนขายและบริการสูง:** อยู่ในสัดส่วน 97% ของรายได้รวมใน Q3/66 มีปัจจัยหลักจากค่าวัตถุดิบและต้นทุนผลิตอื่น เช่น ค่าขนส่ง
* **ราคายางพาราปรับลดลง:** ราคาเฉลี่ยยางพาราใน Q3/66 อยู่ที่ 44.09 บาท/กก. ลดลง 10.28% จาก 48.14 บาท/กก. ใน Q3/65
* **ธุรกิจน้ำยางข้นและผลิตภัณฑ์ยางขาดทุน (9 เดือน):** กลุ่มธุรกิจน้ำยางข้นและน้ำยางแปรรูปขาดทุนก่อนภาษี 98 ล้านบาท เทียบกับกำไร 268 ล้านบาทปีก่อน กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยางขาดทุนก่อนภาษี 216 ล้านบาท เทียบกับกำไร 122 ล้านบาทปีก่อน
* **เศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** เป็นปัจจัยหลักกระทบอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ยางพารา โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 กลุ่มบริษัท TRUBB มีผลขาดทุนขั้นต้น 76.49 ล้านบาท และผลขาดทุนสุทธิหลังภาษี 130.14 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนขาดทุนของบริษัทใหญ่ 106.48 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากรายได้ที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 และต้นทุนขายและบริการที่อยู่ในสัดส่วนสูงถึง 97% ของรายได้รวม ปัจจัยหลักมาจากค่าวัตถุดิบและต้นทุนผลิตอื่น เช่น ค่าขนส่งที่ยังคงสูง แม้ว่าราคายางพาราจะปรับตัวลดลง
สำหรับงบการเงินงวด 9 เดือนปี 2566 รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 4,808.23 ล้านบาท ลดลง 33.2% เมื่อเทียบกับ 7,199.34 ล้านบาทในปี 2565 ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 4,668.44 ล้านบาท ลดลง 25.4% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 388.76 ล้านบาท ลดลง 23.0% ส่งผลให้มีผลขาดทุนสุทธิ 350.52 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 301.43 ล้านบาท
อัตรากำไรขั้นต้นในงวด 9 เดือนปี 2566 อยู่ที่ 2.8% ลดลงจาก 13.0% ในปีก่อน อัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ -5.0% ลดลงจาก 1.0% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ -7.3% ลดลงจาก 2.0%
## โอกาส
* **การเปิดตลาดใหม่:** บริษัทฯ มีการเปิดตลาดใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายและกระจายความเสี่ยง
* **การให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน:** การดำเนินงานด้าน ESG เช่น การจัดทำ Carbon Footprint, การใช้พลังงานแสงอาทิตย์, โครงการอนุรักษ์พลังงาน และการเข้าร่วมโครงการ "ทิ้งให้ถูกที่" จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรในระยะยาว
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวในปี 2567 จากการบริโภคภาคเอกชน การบริการ และการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
* **การพัฒนานวัตกรรม:** ความร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. ในการนำกากอุตสาหกรรมมาเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
## ความเสี่ยง
* **เศรษฐกิจโลกชะลอตัวต่อเนื่อง:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ผลิตภัณฑ์ยางพารา และอาจส่งผลต่อปริมาณการสั่งซื้อสินค้า
* **ภาวะเงินเฟ้อสูง:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** เงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออก
* **อัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อ
* **เศรษฐกิจจีนชะลอตัว:** เป็นคู่ค้าหลักที่สำคัญ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ยางพารา
* **สภาพอากาศแปรปรวน:** ส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตในกลุ่มธุรกิจสวนเกษตร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจจีนในช่วงไตรมาส 4 ปี 2566 และปี 2567
* ทิศทางราคายางพาราในตลาดโลกและตลาดในประเทศ
* ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งของบริษัทฯ
* ผลของการเปิดตลาดใหม่และการปรับกลยุทธ์การขาย
* ความคืบหน้าในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน และผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
* การฟื้นตัวของอุปสงค์ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **กลุ่มธุรกิจน้ำยางข้นและน้ำยางแปรรูป:** มีผลขาดทุนก่อนภาษี 98 ล้านบาทในงวด 9 เดือนปี 2566 เทียบกับกำไร 268 ล้านบาทในปี 2565 สาเหตุหลักจากต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น และอุปสงค์โลกที่ชะลอตัวส่งผลให้ปริมาณการสั่งซื้อลดลง
* **กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยาง:** มีผลขาดทุนก่อนภาษี 216 ล้านบาทในงวด 9 เดือนปี 2566 เทียบกับกำไร 122 ล้านบาทในปี 2565 เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อุปสงค์ผลิตภัณฑ์ยางพาราหดตัว และเศรษฐกิจจีนยังไม่ฟื้นตัวตามคาด
* **กลุ่มธุรกิจสวนเกษตร:** มีผลขาดทุนก่อนภาษี 41 ล้านบาทในงวด 9 เดือนปี 2566 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากราคายางปรับลดลง ต้นทุนการผลิตสูง (ปุ๋ย) และปริมาณผลผลิตต่ำกว่าคาดจากสภาพอากาศแปรปรวน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** อยู่ที่ 0.56 เท่าในงวด 9 เดือนปี 2566 ลดลงจาก 0.72 เท่าในปี 2565
* **ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย:** 49 วัน (9 เดือนปี 2566) เพิ่มขึ้นจาก 39 วัน (ปี 2565)
* **ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย:** 78 วัน (9 เดือนปี 2566) เพิ่มขึ้นจาก 66 วัน (ปี 2565)
* **ระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ย:** 12 วัน (9 เดือนปี 2566) ลดลงจาก 18 วัน (ปี 2565)
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 1.31 เท่าในงวด 9 เดือนปี 2566 ลดลงจาก 1.46 เท่าในปี 2565
* **ความสามารถในการชำระหนี้:** อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้อยู่ที่ 0.89 เท่าในงวด 9 เดือนปี 2566 ลดลงจาก 1.18 เท่าในปี 2565
## สรุปท้าย
TRUBB เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 3 ปี 2566 จากแรงกดดันของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่ยังคงสูง ทำให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ แม้ว่าจะมีสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและบริษัทฯ จะมีความพยายามในการเปิดตลาดใหม่และดำเนินงานด้านความยั่งยืน แต่ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอนและต้นทุนที่ผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TRUBB ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
1,579.58
ล้านบาท
↓ 26.6% YoY
กำไรขั้นต้น
92.42
ล้านบาท
↓ 38.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.85
%
กำไรสุทธิ
-50.56
ล้านบาท
↓ 26.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.20
%
D/E Ratio
1.39
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,580
↓ -26.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
92
↓ -38.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-51
↓ -26.4%
YoY
D/E Ratio
1.39
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TRUBB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.39
ROE (%)
-6.28
ROA (%)
0.05
Book Value/หุ้น
3.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TRUBB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,276
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+24
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TRUBB
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,275.71
+247.01%
|
-367.63
-17.90%
|
-447.80
+226.69%
|
-137.07
-84.80%
|
-901.59
-420.43%
|
281.37
-19.92%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
24.31
-75.75%
|
100.23
-22.99%
|
130.15
-78.32%
|
600.46
+399.09%
|
120.31
-170.16%
|
-171.47
+61.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,156.28
+322.68%
|
273.56
-64.83%
|
777.89
+32.94%
|
585.13
-56.56%
|
1,347.08
-1,104.91%
|
-134.05
-55.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-21.08
-275.81%
|
11.99
-97.48%
|
475.06
-58.05%
|
1,132.34
+101.49%
|
561.98
-10,171.33%
|
-5.58
-91.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
151.51
-28.15%
|
210.88
-62.74%
|
565.93
-36.46%
|
890.73
+941.18%
|
85.55
-6.12%
|
91.13
-42.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
157.52
+3.97%
|
151.51
-28.15%
|
210.88
-62.74%
|
565.93
-36.46%
|
890.73
+941.18%
|
85.55
-6.12%
|