บริษัท ไทยบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
12.70
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7788 out_tok=2607 at=2026-07-26T10:21:29 -->
# TPP Q2/2565: รายได้รวมหดตัว 10.51% แต่กำไรขั้นต้นโต 7.41% จากธุรกิจอุตสาหกรรมและบริการ
## ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมและบริการสนามกอล์ฟฟื้นตัว หนุนกำไรขั้นต้นโตสวนทางรายได้รวมที่ลดลง
บริษัท ไทยบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 479.48 ล้านบาท ลดลง 10.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.41% เป็น 152.36 ล้านบาท แม้ภาพรวมจะยังคงขาดทุนสุทธิ 109.38 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรขั้นต้นของ TPP ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวเพิ่มขึ้น แม้รายได้รวมจะลดลง มาจาก **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม และการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจสนามกอล์ฟและสปอร์ตคลับ** ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าธุรกิจอื่น
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม:** แม้รายได้จากธุรกิจนี้จะลดลงเล็กน้อย (0.04%) ในไตรมาส 2 ปี 2565 เนื่องจากผลกระทบจากการขายโครงการพาร์คคอร์ทออกไป แต่การเติบโตของรายได้จากการให้เช่าและบริการพื้นที่คลังสินค้า/โรงงานในโครงการบางกอกฟรีเทรดโซนภายใต้บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (พรอสเพค) ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าร้อยละ 60 สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นถึง 13.69% โดยมีปัจจัยหนุนจากการพัฒนาพื้นที่ให้เช่าเพิ่มขึ้น และการบริหารงานก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ให้กับกองทรัสต์
2. **ธุรกิจสนามกอล์ฟและสปอร์ตคลับ:** ธุรกิจนี้มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 51.61% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 115.16% ในไตรมาส 2 ปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ทำให้มีนักกอล์ฟเข้ามาใช้บริการจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่เปิดดำเนินการ ประกอบกับการทำการตลาดทั้งในและต่างประเทศ และการจัดแข่งขันกอล์ฟที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การบริหารจัดการภายในเพื่อควบคุมต้นทุนขายและต้นทุนบริการก็มีส่วนช่วยให้กำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการพัฒนาพื้นที่ให้เช่าเพิ่มและการบริหารจัดการกองทรัสต์ ขณะที่ธุรกิจสนามกอล์ฟและสปอร์ตคลับมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และการทำการตลาดที่เข้มข้นขึ้น ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจในประเทศจะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจเหล่านี้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 10.51%** ในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 479.48 ล้านบาท จาก 535.79 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 7.41%** เป็น 152.36 ล้านบาท จาก 141.85 ล้านบาทในปีก่อน
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น** เป็น 109.38 ล้านบาท จาก 68.90 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม** มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 13.69% แม้รายได้จะลดลงเล็กน้อย จากการบริหารจัดการโครงการเช่าที่มีอัตรากำไรสูง
* **ธุรกิจสนามกอล์ฟและสปอร์ตคลับ** ฟื้นตัวโดดเด่น รายได้เพิ่ม 51.61% และกำไรขั้นต้นเพิ่ม 115.16% จากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการตลาดที่เข้มข้น
* **ธุรกิจสุขภาพองค์รวม** มีรายได้เติบโตสูงถึง 171.95% แต่ยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 TPP มีรายได้จากการขายและบริการรวม 479.48 ล้านบาท ลดลง 10.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นรวมปรับเพิ่มขึ้น 7.41% เป็น 152.36 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมและธุรกิจสนามกอล์ฟที่สูงขึ้น สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้ แต่เมื่อรวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 14.47% และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 19.67% ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 109.38 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยว:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในประเทศจะเริ่มฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการบริโภคและการท่องเที่ยว
* **การเติบโตของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม:** การขยายพื้นที่ให้เช่าและการบริหารจัดการกองทรัสต์อย่างต่อเนื่อง
* **การเติบโตของธุรกิจสุขภาพองค์รวม:** การเร่งทำการตลาดทั้งในและต่างประเทศ การเตรียมเปิดให้บริการที่สามพราน และแผนขยายสาขา รวมถึงการร่วมทุนกับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
* **มาตรการสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์:** การลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง และการผ่อนคลายมาตรการ LTV ของธปท. ยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดที่อยู่อาศัย
* **การปรับตัวของผู้บริโภค:** ความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยระยะยาว และการตัดสินใจซื้อก่อนอัตราดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและเงินเฟ้อ:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจที่อยู่อาศัย
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูง:** จากการลงทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจใหม่
* **การแข่งขันในธุรกิจสุขภาพ:** แม้จะมีการฟื้นตัว แต่การแข่งขันในตลาด Wellness & Prevention ยังคงสูง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19:** แม้จะผ่อนคลาย แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัย:** ในช่วงครึ่งปีหลัง ตามที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์
* **ความคืบหน้าในการเข้าซื้อพื้นที่คลังสินค้า/โรงงานของกองทรัสต์:** จากพรอสเพค
* **ผลประกอบการของธุรกิจสุขภาพองค์รวม:** หลังจากการเร่งทำการตลาดและแผนขยายสาขา
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย:** และผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม:** มีรายได้รวมใน 6 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 5.56% เป็น 211.17 ล้านบาท โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 22.42% เป็น 126.91 ล้านบาท (อัตรากำไรขั้นต้น 60.10%) ปัจจัยหลักมาจากการพัฒนาพื้นที่ให้เช่าเพิ่มขึ้นของพรอสเพค (พื้นที่ให้เช่ารวม 9,910 ตร.ม. อัตราการเช่า 93%) และรายได้จากการบริหารงานก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ให้กับกองทรัสต์ นอกจากนี้ การอนุมัติให้กองทรัสต์เข้าซื้อพื้นที่คลังสินค้า/โรงงานจำนวน 11,900 ตร.ม. จากพรอสเพคในราคาไม่เกิน 1,000 ล้านบาท (อยู่ระหว่างขออนุมัติ ก.ล.ต.) จะเป็นปัจจัยบวกในอนาคต
* **ธุรกิจสนามกอล์ฟและสปอร์ตคลับ:** มีรายได้รวมใน 6 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 28.62% เป็น 62.44 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 53.65% เป็น 29.57 ล้านบาท (อัตรากำไรขั้นต้น 47.36%) การฟื้นตัวนี้มาจากจำนวนนักกอล์ฟที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการทำการตลาดที่เข้มข้นขึ้น
* **ธุรกิจสุขภาพองค์รวม:** มีรายได้รวมใน 6 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 144.78% เป็น 25.58 ล้านบาท แต่ยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น 46.97 ล้านบาท (อัตราขาดทุนขั้นต้น 183.62%) แม้จะขาดทุนลดลงจากปีก่อน แต่ยังต้องรอการฟื้นตัวอย่างเต็มที่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(ข้อมูลส่วนนี้ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสารที่ให้มา)
## สรุปท้าย
TPP ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากรายได้รวมที่ลดลง 10.51% โดยเฉพาะในธุรกิจที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวและเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเติบโต 7.41% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมที่มีอัตรากำไรสูง และการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจสนามกอล์ฟและสปอร์ตคลับ แม้ภาพรวมจะยังคงขาดทุนสุทธิ แต่การฟื้นตัวของธุรกิจหลักและการขยายตัวในธุรกิจสุขภาพองค์รวม รวมถึงการคาดการณ์เศรษฐกิจที่ดีขึ้นในครึ่งปีหลัง เป็นสัญญาณบวกที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPP ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
72.44
ล้านบาท
↑ 7.7% YoY
กำไรขั้นต้น
35.35
ล้านบาท
↑ 42% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
48.80
%
กำไรสุทธิ
15.62
ล้านบาท
↑ 555% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
21.55
%
D/E Ratio
0.15
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
72
↑ + 7.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
35
↑ + 42%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
16
↑ + 555%
YoY
D/E Ratio
0.15
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.15
ROE (%)
5.17
ROA (%)
5.17
Book Value/หุ้น
26.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+9
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-34
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
8.55
-323.24%
|
-3.83
-72.91%
|
-14.14
+95.30%
|
-7.24
-86.47%
|
-53.52
-233.00%
|
40.24
-45.53%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-34.19
-268.18%
|
20.33
-25.64%
|
27.34
-64.47%
|
76.95
-44.17%
|
137.84
-336.55%
|
-58.27
+3,032.80%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
17.44
+71.99%
|
10.14
-51.23%
|
20.79
-48.51%
|
40.38
-291.56%
|
-21.08
-17.30%
|
-25.49
+155.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-8.21
-130.83%
|
26.63
-21.65%
|
33.99
-69.12%
|
110.08
+74.09%
|
63.23
-245.29%
|
-43.52
-170.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
44.45
-3.22%
|
45.93
-29.74%
|
65.37
-58.51%
|
157.57
+252.74%
|
44.67
-49.35%
|
88.19
+236.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
50.41
+13.41%
|
44.45
-3.22%
|
45.93
-29.74%
|
65.37
-58.51%
|
157.57
+252.74%
|
44.67
-49.35%
|