บริษัท โรงพยาบาลไทยนครินทร์ จำกัด (มหาชน)
MAI · การแพทย์
28.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3561 out_tok=2206 at=2026-07-26T09:33:25 -->
TNH กำไรสุทธิปี 64 โต 20.27% รับแรงหนุน Hospitel และบริหารต้นทุน
รายได้-กำไรปรับตามสถานการณ์โควิด-19 ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนและรายได้จาก Hospitel เป็นปัจจัยสำคัญ
บริษัท โรงพยาบาลไทยนครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TNH รายงานผลประกอบการปีสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 มีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 302.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.04 ล้านบาท หรือ 20.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการรับรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และการเปิดให้บริการสถานพยาบาลผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) ในไตรมาสที่ 4 ซึ่งส่งผลให้อัตราการครองเตียงและรายได้ต่อการรับไว้เป็นผู้ป่วยในเพิ่มสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TNH ในปีสิ้นสุด 31 กรกฎาคม 2564 คือ การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรักษาพยาบาลที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือการเติบโตของกำไรเบ็ดเสร็จรวมที่เพิ่มขึ้น 20.27% หรือ 51.04 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้ค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 32.74% ในไตรมาสที่ 4 และกำไรสุทธิสำหรับปีที่เพิ่มขึ้น 14.47% หรือ 37.08 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้อยู่ในระดับคงที่ นอกจากนี้ ยังมีผลกำไรจากการประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยหลังหักภาษี ที่เปลี่ยนแปลงจากขาดทุนเป็นกำไร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่ารักษาพยาบาลในไตรมาสที่ 4 เป็นผลโดยตรงจากการรับรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 และการเปิดให้บริการสถานพยาบาลผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) ซึ่งส่งผลให้อัตราการครองเตียง (Occupancy Rate) และรายได้ต่อการรับไว้เป็นผู้ป่วยใน (Average Length of Stay และ Revenue per Patient) เพิ่มสูงขึ้น ในส่วนของกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นนั้น มาจากการที่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้อยู่ในระดับคงที่ ทำให้มาร์จิ้นโดยรวมดีขึ้น นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงในส่วนของกำไรขาดทุนจากการประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยหลังหักผลกระทบของภาษีเงินได้ จากที่เคยขาดทุนกลับมาเป็นกำไร ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนกำไรเบ็ดเสร็จรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การเพิ่มขึ้นของรายได้ในไตรมาสที่ 4 เป็นผลจากการรับรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และการให้บริการ Hospitel ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจมีลักษณะ **ครั้งคราว** ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการควบคุมให้อยู่ในระดับคงที่นั้น **มีโอกาสต่อเนื่อง** หากบริษัทสามารถรักษามาตรฐานการบริหารจัดการได้เช่นเดิม ส่วนผลกำไรจากการประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยนั้น มีลักษณะเป็นรายการที่ต้องพิจารณาตามข้อสมมติฐานทางการเงิน ซึ่งอาจมีความผันผวนได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรเบ็ดเสร็จรวมปี 2564 เติบโต 20.27%** อยู่ที่ 302.86 ล้านบาท จาก 251.82 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้ค่ารักษาพยาบาลไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 32.74%** อยู่ที่ 599.23 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **กำไรสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้น 14.47%** อยู่ที่ 293.42 ล้านบาท จาก 256.33 ล้านบาท
* **ปัจจัยหนุนหลัก:** การรับรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และการเปิด Hospitel ในไตรมาส 4 ส่งผลให้อัตราการครองเตียงและรายได้ต่อผู้ป่วยในสูงขึ้น
* **การบริหารต้นทุน:** บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้อยู่ในระดับคงที่
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 บริษัท โรงพยาบาลไทยนครินทร์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 302.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.04 ล้านบาท หรือ 20.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 251.82 ล้านบาท โดยมีรายได้ค่ารักษาพยาบาลในไตรมาสที่ 4 เพิ่มขึ้น 147.81 ล้านบาท คิดเป็น 32.74% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิสำหรับปีเท่ากับ 293.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.08 ล้านบาท หรือ 14.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 256.33 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้อยู่ในระดับคงที่ นอกจากนี้ ยังมีผลกำไรจากการประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยหลังหักผลกระทบของภาษีเงินได้ ที่เปลี่ยนแปลงจากขาดทุน 4.5 ล้านบาทในปี 2563 มาเป็นกำไร 9 ล้านบาทในปี 2564
## โอกาส
* การบริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
* การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้อยู่ในระดับคงที่
* ศักยภาพในการเพิ่มรายได้จากการให้บริการผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) หรือการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดในอนาคต
## ความเสี่ยง
* ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ป่วยและรายได้
* ความผันผวนของผลกำไรจากการประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย
* การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้ค่ารักษาพยาบาลในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบจากการให้บริการ Hospitel และการรับมือผู้ป่วยโควิด-19
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างต่อเนื่อง
* การเปลี่ยนแปลงของข้อสมมติฐานทางการเงินที่ส่งผลต่อผลกำไรจากการประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย
* แผนการดำเนินงานและกลยุทธ์ของบริษัทในการรับมือกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในส่วนของกลุ่มธุรกิจบริการ โรงพยาบาลไทยนครินทร์ (TNH) ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและบริหารจัดการในช่วงสถานการณ์ที่ท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสที่ 4 ของปีสิ้นสุด 31 กรกฎาคม 2564 การเพิ่มขึ้นของ **รายได้ค่ารักษาพยาบาล** เป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 และการเปิดให้บริการ **Hospitel** สิ่งนี้สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของ **อัตราการครองเตียง (Occupancy Rate)** และ **รายได้ต่อการรับไว้เป็นผู้ป่วยใน** ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของธุรกิจโรงพยาบาล ในขณะเดียวกัน บริษัทสามารถ **บริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาล** ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ **ควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ให้อยู่ในระดับคงที่ ซึ่งส่งผลดีต่อ **อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ** แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุถึงจำนวนสาขาหรือ Backlog โดยตรง แต่การบริหารจัดการ Hospitel ถือเป็นการเพิ่ม Capacity ในการรองรับผู้ป่วยเฉพาะกิจ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
TNH โชว์ผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรเบ็ดเสร็จรวมเพิ่มขึ้น 20.27% จากแรงหนุนสำคัญของรายได้ค่ารักษาพยาบาลที่พุ่งสูงขึ้นในไตรมาส 4 จากการรับมือผู้ป่วยโควิด-19 และการให้บริการ Hospitel ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี แม้ว่าปัจจัยด้าน Hospitel อาจมีลักษณะครั้งคราว แต่ความสามารถในการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ทำได้ดีนั้น มีโอกาสที่จะส่งผลต่อเนื่องในอนาคต นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มรายได้ในระยะต่อไป และความสามารถในการรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานท่ามกลางสภาวะตลาดที่อาจเปลี่ยนแปลงไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,414.93
ล้านบาท
↑ 14.3% YoY
กำไรขั้นต้น
364.19
ล้านบาท
↑ 8.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.74
%
กำไรสุทธิ
203.64
ล้านบาท
↑ 9.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.39
%
D/E Ratio
0.15
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,415
↑ + 14.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
364
↑ + 8.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
204
↑ + 9.6%
YoY
D/E Ratio
0.15
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.15
ROE (%)
12.33
ROA (%)
13.18
Book Value/หุ้น
19.28
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-137
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-114
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-137.21
|
— |
-108.04
+19.86%
|
-90.14
-2.15%
|
-92.12
-129.50%
|
312.26
-23.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-113.71
|
— |
-248.21
-381.61%
|
88.14
+13.76%
|
77.48
-145.86%
|
-168.94
-59.38%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
108.00
|
— |
108.00
+20.00%
|
90.00
+11.11%
|
81.00
-181.82%
|
-99.00
-8.33%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-142.92
|
— |
-148.34
-268.59%
|
87.99
+32.61%
|
66.35
+49.71%
|
44.32
-137.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,300.95
+0.23%
|
— |
699.57
+90.75%
|
366.74
+17.53%
|
312.04
+16.55%
|
267.72
-30.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,266.28
-2.66%
|
— |
1,297.93
+85.53%
|
699.57
+90.75%
|
366.74
+17.53%
|
312.04
+16.55%
|