บริษัท โรงพยาบาลไทยนครินทร์ จำกัด (มหาชน)
MAI · การแพทย์
28.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3576 out_tok=2188 at=2026-07-26T10:08:01 -->
# TNH กำไร Q3/2565 พุ่ง 107% รับอานิสงส์ผู้ป่วยโควิด-19 และบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ
## รายได้โต 37% จากผู้ป่วยใน-นอก ขณะที่การบริหารต้นทุนคงที่หนุนกำไรสุทธิก้าวกระโดด
บริษัท โรงพยาบาลไทยนครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TNH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 113.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 107.68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่ารักษาพยาบาลและการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้โรงพยาบาลสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายคงที่ด้วยทรัพยากรเดิมที่มีอยู่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TNH ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ค่ารักษาพยาบาลที่เติบโตถึง 37.14% เมื่อเทียบกับปีก่อน** ประกอบกับการ **บริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นถึง 107.68%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากสองส่วนหลัก ได้แก่ **รายได้ผู้ป่วยในที่เพิ่มขึ้น 43.81%** และ **รายได้ผู้ป่วยนอกที่เพิ่มขึ้น 32.85%** โดยปัจจัยสำคัญที่หนุนการเติบโตนี้คือ **การรับรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา-19 (โควิด-19)** ที่มีการระบาดเพิ่มขึ้น ทำให้โรงพยาบาลขยายการให้บริการตรวจคัดกรองด้วยเทคนิค RT-PCR, เปิดสถานที่กักตัวทางเลือก (ASQ/AQ) และสถานพยาบาลผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) รวมถึงการให้บริการผู้ป่วยโควิดที่มีอาการไม่รุนแรง (สีเขียว) ซึ่งส่งผลให้อัตราการครองเตียงและรายได้ต่อการรับไว้เป็นผู้ป่วยในเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังระบุว่าบริษัทสามารถ **บริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายคงที่ด้วยทรัพยากรเดิมที่มีอยู่**
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการระบาดของโควิด-19 จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในไตรมาสนี้ แต่สถานการณ์การระบาดมีความผันผวนและอาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและการใช้ทรัพยากรเดิมเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเป็นปัจจัยเชิงบวกที่อาจส่งผลต่อเนื่องได้หากสามารถรักษามาตรฐานไว้ได้ อย่างไรก็ตาม การพึ่งพิงรายได้จากผู้ป่วยโควิด-19 อาจมีความไม่แน่นอนในระยะยาว จึงจำเป็นต้องติดตามแนวโน้มการระบาดและกลยุทธ์การบริหารจัดการของโรงพยาบาลในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 107.68%** แตะ 113.35 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2565 เทียบกับ 54.58 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 37.14%** เป็น 627.66 ล้านบาท จาก 457.69 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ผู้ป่วยในเพิ่มขึ้น 43.81%** และ **รายได้ผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น 32.85%**
* ปัจจัยหนุนหลักคือ **การรับรักษาผู้ป่วยโควิด-19** ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการให้บริการตรวจคัดกรอง, ASQ/AQ, Hospitel
* **บริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ** สร้างรายได้เพิ่มจากค่าใช้จ่ายคงที่ด้วยทรัพยากรเดิม
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565 บริษัทมีกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมเท่ากับ 113.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.77 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 107.68 เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 54.58 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้ บริษัทมีรายได้จากค่ารักษาพยาบาลสำหรับไตรมาส 3/2565 เท่ากับ 627.66 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนซึ่งเท่ากับ 457.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 169.97 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 37.14 แบ่งเป็นรายได้ผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นร้อยละ 43.81 และรายได้ผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นร้อยละ 32.85 กำไรสุทธิขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวดสามเดือนไตรมาส 3 ปี 2565 เท่ากับ 113.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.77 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่งเท่ากับ 54.58 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 107.68 เนื่องจากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายคงที่ด้วยทรัพยากรเดิมที่มีอยู่เดิม
## โอกาส
* **การขยายบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19:** การให้บริการตรวจคัดกรอง RT-PCR, ASQ/AQ, Hospitel และการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง ยังคงเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติม
* **การใช้ทรัพยากรเดิมอย่างมีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและสร้างรายได้เพิ่มจากค่าใช้จ่ายคงที่ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่ เป็นโอกาสในการเพิ่มอัตรากำไร
* **การเติบโตของผู้ป่วยนอกและใน:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ อาจส่งผลให้ความต้องการเข้ารับการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยทั่วไปเพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของการระบาดโควิด-19:** การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การระบาด จำนวนผู้ติดเชื้อ และนโยบายภาครัฐ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** อุตสาหกรรมโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชน รวมถึงโรงพยาบาลเฉพาะทาง
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่อาจเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนบุคลากรทางการแพทย์ วัสดุทางการแพทย์ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ อาจปรับตัวสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการระบาดของโควิด-19 และผลกระทบต่อการให้บริการที่เกี่ยวข้อง
* อัตราการครองเตียง (Occupancy Rate) และจำนวนผู้ป่วยนอก-ใน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตรากำไรขั้นต้น/สุทธิ
* แผนการลงทุนหรือการขยายบริการใหม่ๆ ของโรงพยาบาล
* การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณสุขและการรักษาพยาบาล
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้:** รายได้รวม 627.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.14% YoY โดยรายได้ผู้ป่วยในเพิ่มขึ้น 43.81% และรายได้ผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น 32.85% ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาใช้บริการของประชาชนและการตอบรับบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19
* **อัตรากำไร:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หรืออัตรากำไรสุทธิ (NPM) เป็นตัวเลขโดยตรง แต่ระบุว่า "บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายคงที่ด้วยทรัพยากรเดิมที่มีอยู่เดิม" ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีและส่งผลบวกต่ออัตรากำไร
* **Capacity/Utilization:** การขยายการให้บริการตรวจคัดกรอง, ASQ/AQ, Hospitel และการให้บริการผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง ส่งผลให้อัตราการครองเตียงและรายได้ต่อการรับไว้เป็นผู้ป่วยในเพิ่มสูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
TNH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 107% จากการที่รายได้ค่ารักษาพยาบาลเติบโตถึง 37% โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการรับมือผู้ป่วยโควิด-19 และการขยายบริการที่เกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้จากค่าใช้จ่ายคงที่ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของการระบาดโควิด-19 และการแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา ขณะที่ความสามารถในการบริหารต้นทุนและใช้ทรัพยากรเดิมอย่างคุ้มค่า ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยหนุนผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TNH ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,414.93
ล้านบาท
↑ 14.3% YoY
กำไรขั้นต้น
364.19
ล้านบาท
↑ 8.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.74
%
กำไรสุทธิ
203.64
ล้านบาท
↑ 9.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.39
%
D/E Ratio
0.15
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,415
↑ + 14.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
364
↑ + 8.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
204
↑ + 9.6%
YoY
D/E Ratio
0.15
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TNH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.15
ROE (%)
12.33
ROA (%)
13.18
Book Value/หุ้น
19.28
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TNH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-137
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-114
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TNH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-137.21
|
— |
-108.04
+19.86%
|
-90.14
-2.15%
|
-92.12
-129.50%
|
312.26
-23.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-113.71
|
— |
-248.21
-381.61%
|
88.14
+13.76%
|
77.48
-145.86%
|
-168.94
-59.38%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
108.00
|
— |
108.00
+20.00%
|
90.00
+11.11%
|
81.00
-181.82%
|
-99.00
-8.33%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-142.92
|
— |
-148.34
-268.59%
|
87.99
+32.61%
|
66.35
+49.71%
|
44.32
-137.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,300.95
+0.23%
|
— |
699.57
+90.75%
|
366.74
+17.53%
|
312.04
+16.55%
|
267.72
-30.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,266.28
-2.66%
|
— |
1,297.93
+85.53%
|
699.57
+90.75%
|
366.74
+17.53%
|
312.04
+16.55%
|