บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
8.90
+0.05 (+0.56%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6938 out_tok=2980 at=2026-07-26T09:09:11 -->
# TKC กำไร Q2/2565 โต 1.48% รับแรงหนุนงานบริการ-ขายอุปกรณ์ แม้รายได้โครงการวูบ
## รายได้บริการและขายอุปกรณ์โตเด่น ชดเชยรายได้โครงการที่ลดลง ขณะที่ต้นทุน-ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น
บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ TKC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 612.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากงานโครงการจะลดลง แต่ได้รับการชดเชยจากรายได้งานบริการวิศวกรรมและบำรุงรักษา รวมถึงรายได้จากการขายอุปกรณ์ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงเล็กน้อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TKC ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายอุปกรณ์ และการเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากงานบริการวิศวกรรมและบำรุงรักษา** ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของรายได้จากงานโครงการขนาดใหญ่ที่รับรู้ไปมากในปี 2564 ได้ ส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 3.73% YoY อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนงานขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 22.61% เป็น 22.12%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายอุปกรณ์:** เติบโตสูงถึง 13,977.55% YoY คิดเป็น 68.49 ล้านบาท มาจากการขายอุปกรณ์สื่อสัญญาณระบบสายส่งข้อมูล และอุปกรณ์กระจายสัญญาณแบบไร้สาย ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการอุปกรณ์ในตลาดที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้จากงานบริการวิศวกรรมและบำรุงรักษา:** เพิ่มขึ้น 26.37% YoY คิดเป็น 47.50 ล้านบาท มาจากงานให้บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้น แสดงถึงการขยายตัวของธุรกิจบริการหลังการขาย
* **รายได้จากงานโครงการ:** ลดลง 23.00% YoY คิดเป็น 94.08 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2564 มีการรับรู้รายได้จากงานโครงการขนาดใหญ่ไปแล้ว ทำให้ฐานเปรียบเทียบสูง
* **ต้นทุนงานขาย:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 28,400% YoY คิดเป็น 65.32 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้น 183.59% YoY คิดเป็น 4.81 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์โควิดผ่อนคลาย ทำให้บริษัทสามารถจัดกิจกรรมติดต่อลูกค้าและประชาสัมพันธ์ได้มากขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 33.72% YoY คิดเป็น 8.38 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและสัมมนาเพื่อพัฒนาศักยภาพพนักงานและเตรียมพร้อมสำหรับธุรกิจใหม่
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้งานบริการวิศวกรรมและบำรุงรักษา ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง ส่วนรายได้จากการขายอุปกรณ์นั้น แม้จะเติบโตสูงมากในไตรมาสนี้ แต่ก็ต้องพิจารณาถึงฐานที่ค่อนข้างต่ำในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมุ่งเน้นธุรกิจดิจิทัลโซลูชันที่ครอบคลุมเมกะเทรนด์ในอนาคต เช่น Smart Hospital, Smart Airport, Cyber Security และการพัฒนาศักยภาพพนักงานเพื่อรองรับธุรกิจใหม่ บ่งชี้ถึงการวางแผนเพื่อการเติบโตในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565:** 612.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.73% YoY
* **รายได้จากงานโครงการ:** ลดลง 23.00% YoY เหลือ 314.97 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีโครงการขนาดใหญ่
* **รายได้งานบริการวิศวกรรมและบำรุงรักษา:** เพิ่มขึ้น 26.37% YoY เป็น 227.60 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายอุปกรณ์:** เพิ่มขึ้น 13,977.55% YoY เป็น 68.98 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น:** 135.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.48% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงเล็กน้อยจาก 22.61% เป็น 22.12%
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้น 183.59% YoY เป็น 7.43 ล้านบาท จากการกลับมาจัดกิจกรรม
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 33.72% YoY เป็น 33.23 ล้านบาท จากการลงทุนพัฒนาบุคลากร
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 43.29% YoY เป็น 3.89 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมที่ลดลง
* **เงินสดจากการ IPO:** เพิ่มขึ้น 352.55 ล้านบาท หลังจากการเสนอขายหุ้น IPO
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 2.96 เท่า เป็น 0.30 เท่า หลัง IPO และการชำระหนี้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 TKC มีรายได้รวม 612.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.01 ล้านบาท หรือ 3.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 611.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.91 ล้านบาท หรือ 3.72% การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้จากงานโครงการ 94.08 ล้านบาท แต่ได้รับการชดเชยด้วยการเพิ่มขึ้นของรายได้จากงานบริการวิศวกรรมและบำรุงรักษา 47.50 ล้านบาท และรายได้จากการขายอุปกรณ์ 68.49 ล้านบาท
ต้นทุนจากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 476.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.94 ล้านบาท หรือ 4.37% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 135.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.97 ล้านบาท หรือ 1.48% แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 22.61% เป็น 22.12%
ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 44.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.22 ล้านบาท หรือ 29.77% โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 4.81 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.38 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 2.97 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจบริการ:** รายได้จากงานบริการวิศวกรรมและบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงถึงศักยภาพในการสร้างรายได้ประจำและรักษาฐานลูกค้า
* **การขยายตลาดอุปกรณ์:** การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายอุปกรณ์ ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
* **ธุรกิจดิจิทัลโซลูชัน:** การมุ่งเน้นธุรกิจดิจิทัลโซลูชันในเมกะเทรนด์อนาคต เช่น Smart Hospital, Smart Airport, Cyber Security เป็นการวางตำแหน่งบริษัทเพื่อรับโอกาสการเติบโตในระยะยาว
* **การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร:** การลงทุนในการพัฒนาพนักงานเพื่อรองรับธุรกิจใหม่ เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพิงงานโครงการขนาดใหญ่:** การลดลงของรายได้จากงานโครงการ ชี้ให้เห็นถึงความผันผวนของรายได้ที่อาจเกิดขึ้นหากไม่มีโครงการขนาดใหญ่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนงานขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ข้อกำหนดสัญญาเงินกู้:** บริษัทย่อยไม่สามารถดำรงอัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ (DSCR) ตามที่กำหนดในสัญญาเงินกู้ยืมระยะยาว ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกชำระคืนเงินกู้ทั้งหมดได้ แม้ว่าธนาคารจะยังไม่ได้ดำเนินการก็ตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนงานขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
* **การหาโครงการใหม่:** ความสามารถในการหาและรับงานโครงการใหม่ๆ เพื่อทดแทนรายได้จากโครงการเดิมที่ลดลง
* **การเติบโตของธุรกิจบริการและอุปกรณ์:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของรายได้จากงานบริการและอุปกรณ์
* **การปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาเงินกู้:** การแก้ไขปัญหา DSCR ของบริษัทย่อย เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกเรียกชำระคืนเงินกู้ทั้งหมด
* **การพัฒนาธุรกิจดิจิทัลโซลูชัน:** ความคืบหน้าและผลตอบรับจากการดำเนินธุรกิจในกลุ่มเมกะเทรนด์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
TKC ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยมีรายได้หลักแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ งานโครงการ งานบริการวิศวกรรมและบำรุงรักษา และการขายอุปกรณ์ ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัว โดยรายได้จากการขายอุปกรณ์เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 13,977.55% YoY ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการขยายตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้งานบริการวิศวกรรมและบำรุงรักษาที่ 26.37% YoY ซึ่งสะท้อนถึงการสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รายได้จากงานโครงการที่ลดลง 23.00% YoY เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา เนื่องจากเป็นส่วนที่มีสัดส่วนรายได้สูงในอดีต การบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนงานขายที่สูงขึ้นตามรายได้อุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนพัฒนาบุคลากร เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 TKC มีสินทรัพย์รวม 2,591.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,056.85 ล้านบาท หรือ 68.55% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 352.55 ล้านบาท จากการได้รับเงินจากการเสนอขายหุ้น IPO ลูกหนี้การค้าและสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาเพิ่มขึ้นเช่นกัน
หนี้สินรวมลดลง 358.80 ล้านบาท หรือ 33.55% เป็น 711.55 ล้านบาท โดยเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นลดลง รวมถึงเงินกู้ยืมระยะยาวที่ครบกำหนดชำระ และหนี้สินที่เกิดจากสัญญา
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,412.09 ล้านบาท หรือ 380.55% เป็น 1,779.36 ล้านบาท จากกำไรสะสม และการเพิ่มขึ้นของทุนจดทะเบียนจากการ IPO มูลค่า 1,290.90 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมากจาก 2.96 เท่า ในปี 2564 เหลือเพียง 0.30 เท่า ในไตรมาส 2 ปี 2565 ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม มีความเสี่ยงที่บริษัทย่อยไม่สามารถดำรง DSCR ตามเงื่อนไขเงินกู้ได้
## สรุปท้าย
TKC ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่ขับเคลื่อนด้วยรายได้งานบริการและอุปกรณ์ที่แข็งแกร่ง แม้รายได้โครงการจะลดลง โครงสร้างเงินทุนแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลัง IPO แต่ความเสี่ยงด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและข้อกำหนดสัญญาเงินกู้ของบริษัทย่อยเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความสามารถในการรักษาอัตรากำไรและเสถียรภาพทางการเงินในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TKC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
5.77
ล้านบาท
↑ 268.6% YoY
กำไรขั้นต้น
41.91
ล้านบาท
↓ 47% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
726.66
%
กำไรสุทธิ
43.61
ล้านบาท
↓ 618.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
756.02
%
D/E Ratio
0.53
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6
↑ + 268.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
42
↓ -47%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↓ -618.7%
YoY
D/E Ratio
0.53
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TKC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.53
ROE (%)
4.18
ROA (%)
4.05
Book Value/หุ้น
10.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TKC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+541
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-171
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TKC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
540.96
+66.23%
|
325.43
-71.64%
|
1,147.61
+171.66%
|
422.44
+502.88%
|
70.07
-91.50%
|
824.56
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-171.15
+1,071.46%
|
-14.61
-98.31%
|
-864.49
+9,379.06%
|
-9.12
-71.63%
|
-32.15
-71.20%
|
-111.62
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
103.66
-126.46%
|
-391.81
-142.07%
|
931.43
-139.87%
|
-2,336.02
+501.85%
|
-388.14
-35.97%
|
-606.21
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
473.47
-684.68%
|
-80.98
-106.67%
|
1,214.53
-170.06%
|
-1,733.60
+1,367.29%
|
-118.15
-210.70%
|
106.73
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
314.30
+160.07%
|
120.85
-83.18%
|
718.61
+1,165.16%
|
56.80
-77.27%
|
249.87
+74.56%
|
143.14
-39.61%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|