TK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TK
บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.56
+0.04 (+0.88%)

สรุป Opportunity Day

วิเคราะห์ผลประกอบการโดย AI

1. สรุป OPPDAY (Q&A)

TK โชว์ผลงาน Q3 ปี 2568: กำไรฟื้นตัว, เน้นสินเชื่อคุณภาพ, จับตาการควบคุมใหม่



สวัสดีค่ะ วันนี้ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) ขอสรุปผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 โดยมี 4 หัวข้อหลัก คือ ภาพรวมบริษัท, อุตสาหกรรม, ผลการดำเนินงาน, และไฮไลท์ทางการเงิน



Company Profile



  • ก่อตั้งปี 2515 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ให้บริการสินเชื่อรถจักรยานยนต์ในกรุงเทพฯ

  • ปี 2543 เป็นผู้ริเริ่มประกันภัยรถจักรยานยนต์รายแรกในไทย

  • ปี 2546 จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ระดมทุน 1,100 ล้านบาท

  • ปี 2548 ออกหุ้นกู้แรก 745 ล้านบาท

  • ปี 2553 ได้รับ Rating A- จาก TRIS

  • ปี 2557 ตั้งบริษัทลูกแห่งแรกในกัมพูชา (Sua Sday Finance) และลาว (Sabaidee Leasing)

  • ปี 2559 ได้รับรางวัล Investor's Choice Award ติดต่อกัน 8 ปี

  • ปี 2562 ได้รับรางวัล 5 ดาว Corporate Governance จาก IOD

  • ปี 2564 จัดตั้ง TK Broker ทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาท ให้บริการ Non-Life Insurance Broker

  • ปี 2565 ก่อตั้ง TK เงินทันใจ ได้รับ License Personal Loan จากธนาคารแห่งประเทศไทย

  • ปี 2565 ได้รับรางวัล Investor's Choice Award ติดต่อกัน 15 ปี

  • ปี 2567 TRIS Rating ให้ Rating บริษัทเป็น Triple B Stable

  • ล่าสุด เป็น 1 ใน 4 บริษัทที่ได้คะแนน 100 คะแนนเต็ม ติดต่อกัน 18 ปี ในการจัด AGN จาก Thai Investor Association


ปัจจุบัน บริษัทมีสินทรัพย์ใน Portfolio 1,618 ล้านบาท มีบริษัทลูก 6 แห่ง:



  • CBA: Debt Collection

  • ชยภาค: สินเชื่อรถยนต์ (Portfolio 200 ล้านบาท)

  • TK เงินทันใจ: Nano Finance

  • TK Broker: Non-Life Insurance Broker

  • Sua Sday Finance (กัมพูชา): Portfolio 770 ล้านบาท

  • Sabaidee Leasing (ลาว): สินเชื่อรถจักรยานยนต์ 154 ล้านบาท


ปัจจัยความสำเร็จ:



  • ผู้นำสินเชื่อรถจักรยานยนต์

  • เครดิตดี ทำธุรกิจนี้มานาน

  • เครดิตดีกับสถาบันการเงิน

  • ฐานข้อมูลลูกค้าใหญ่

  • มีสาขาในไทยและบริษัทลูกในลาว/กัมพูชา

  • ฐานทุนใหญ่ (5,380 ล้านบาท), D/E Ratio ต่ำ (0.05 เท่า), NPL 4.5%, Rating BBB Stable



Industry Overview



ตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย:



  • ปี 2567 ตลาดเริ่มหดตัว

  • ตั้งแต่ปี 2563 ตลาดโตมาตลอด

  • 9 เดือนแรกปีนี้ โต 2.3% คาดทั้งปีโตเล็กน้อย (1.7 ล้านคัน)


ปัจจัยหนุน:



  • คน Trade Down จากรถกระบะ/รถมือสอง

  • ส่งออกดีใน 2-3 ไตรมาสแรก (จากกำแพงภาษีในสหรัฐฯ)


เศรษฐกิจไทย:



  • ส่งออกเป็นพระเอก แต่ปีหน้าอาจชะลอตัว

  • ท่องเที่ยวฟื้นตัว แต่ไม่มาก

  • ปีหน้า GDP อาจโตชะลอตัวจากปีนี้


ยอดขายรายเดือน:



  • 9 เดือนแรก ปี 2568 เป็นบวก 7 เดือน, ลบ 2 เดือน

  • โดยรวมโต 2% จากปีก่อน


กรุงเทพฯ:



  • ตลาดโตต่อเนื่อง (Q1: 1.2%, Q2: 4.6%, Q3: 8.7%)

  • 9 เดือนแรก โต 4.6% (สูงกว่าตลาดรวม)

  • มีการแข่งขันสูง เน้นปล่อยสินเชื่อรถราคาแพง เพื่อชดเชยดอกเบี้ยที่ถูกจำกัด


ประเภทรถ:



  • สมัยก่อน: Family เป็นหลัก, Automatic เริ่มนิยม

  • ช่วงเศรษฐกิจดี: Sport/Big Bike ขายดี

  • ปัจจุบัน: รถราคาแพงยอดขายลดลง, คน Trade Down


สัดส่วนตลาด:



  • Family ลดลง (40% ใน 9 เดือนแรก)

  • Automatic สูงขึ้น (55%)

  • Sport พีคสุดปี 2558 (19%) ปัจจุบัน 3%


EV:



  • ยังไม่เป็นประเด็นใหญ่ (แบตเตอรี่ราคาสูง)

  • ปี 2567: 20,000 คัน (1.5%), 9 เดือนแรกปีนี้: 26,000 คัน (2%)

  • ผู้ให้บริการหลายรายถอย/ปิดตัว เพราะการตอบรับไม่ดี


ตลาดรถยนต์:



  • ติดลบมา 2 ปี (รถจักรยานยนต์ติดลบ 1 ปี)

  • ปี 2567 รถยนต์ติดลบหนัก (26%)

  • ปีนี้คาดโตเล็กน้อย


สัดส่วนประเภทรถ:



  • Commercial (กระบะ) หดตัวแรง

  • รถเก๋งขยับขึ้น


ยอดขายรถยนต์รายเดือน:



  • ปี 2567 ติดลบชัดเจน

  • ปีนี้ 3 เดือนลบ, 6 เดือนบวก (เริ่มเห็น Q2/Q3)

  • ปลายปีอาจเร่งตัว (Subsidies EV หมด)


3 ยี่ห้อหลักในไทย:



  • Toyota (กระบะ/เก๋ง)

  • Isuzu (กระบะ)

  • Honda (เก๋ง)


ปัจจุบันมีรถจีน (Market Share 16%) เติบโต แต่ไม่แรงเท่าเดิม (เพราะแรงหนุนจากเงินสนับสนุนลดลง)


ธุรกิจหลักของ TK: รถจักรยานยนต์ (หลัก), รถยนต์ (ส่วนน้อย) เพราะ Return ไม่สูงนัก


ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา: รถมือสองราคาตกมาก ทำให้ผู้ให้บริการเช่าซื้อรถยนต์บาดเจ็บ ตอนนี้ราคาเริ่มทรงตัว


สาขาของ TK: ในไทย (สีเขียวเข้ม) และ สปป.ลาว (4 สาขา, สีเขียวเข้ม) / ก่อนหน้ามี 6 สาขา แต่ปิดบางส่วน


นักลงทุนถามถึงผลกระทบจากปัญหาในศรีลังกาต่อลาว: ลาวยังเก็บเงินได้ดี


กัมพูชา: มี 12 สาขา, ช่วงที่ผ่านมาอ่อนไหว แต่ยังเก็บเงินได้ดี



Financial Highlight




  • ปี 2567: ขาดทุนเป็นปีแรกตั้งแต่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

  • แต่ยังจ่ายเงินปันผล

  • Q3/68: รายได้หด 28%, รายจ่ายหด 30% > กำไร 8 ล้านบาท

  • 9 เดือนแรก: รายได้หด 30% (695 ล้านบาท), รายจ่ายหด 41% (594 ล้านบาท) > กำไรเพิ่มขึ้น (89 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน)


มีการตั้งสำรองพิเศษในประเทศ (ตั้งแต่ Q1/68) เกือบ 80 ล้านบาท / ถ้าไม่ตั้งสำรองพิเศษ จะมีกำไรมากกว่านี้


รายได้หดตัว เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยเริ่มควบคุมธุรกิจเช่าซื้อ (2 ธันวาคม 2568) / ตอนนี้เริ่มกลับมาปล่อยสินเชื่อ แต่กฎระเบียบยังไม่ชัดเจน


ธปท. ต้องการ:



  • ไม่ให้ลูกหนี้ก่อหนี้เกินตัว

  • ไม่เร่งการก่อหนี้

  • ไม่ให้พนักงานกระตุ้นการก่อหนี้โดยไม่จำเป็น


หนี้ครัวเรือนไทย: 80-90% / ลดลงเพราะ GDP โตขึ้น และการปล่อยสินเชื่อลดลง


รายได้หลัก: จากรถจักรยานยนต์ / รายได้อื่นๆ สัดส่วนสูงขึ้น


ชะลอการปล่อยสินเชื่อ: เห็นได้จาก Portfolio สินเชื่อลดลง (ปี 2566: 3,659 ล้านบาท, ปัจจุบัน: 1,618 ล้านบาท) / สินเชื่อหดตัว 18% ในช่วง 9 เดือนแรก


สัดส่วนที่เพิ่มขึ้น: เงินฝากประจำ (Fixed Deposit) และเงินสด (48%) เกือบ 3,000 ล้านบาท / รวมเงินลงทุนในหุ้นกู้ ~ 3,000 ล้านบาท


Liquidity: ไม่มีปัญหา, ไม่มีหุ้นกู้ที่ต้องชำระ


ปัญหา: เงินสดเยอะ Return ไม่ดี / เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว และคาดปีหน้าจะชะลอตัวกว่าปีนี้ จึงระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ Reject ลูกค้า >50%


สัดส่วนลูกหนี้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์: 1,343 ล้านบาท (9 เดือนแรก ลดลง 21%) / ลดในไทยเยอะ, ต่างประเทศทรงตัว


Aging: ลูกหนี้ค้างชำระ >3 เดือน: 4.8%


รถยนต์: ปล่อย 200 ล้านบาท, ไม่เยอะ, ไม่ได้รับผลกระทบจากราคามือสองตก เพราะ Down ~25%


NPL รถยนต์: อาจดูสูง (17%) แต่เป็นสัดส่วนน้อย และไม่ได้เร่งปล่อย จึงดูสูงผิดปกติ


Aging รวม: ค้างชำระ >3 งวด: 6.7% / เพราะ Portfolio เช่าซื้อลดลง / คุณภาพลูกหนี้โดยรวมไม่แย่ / ส่วนที่ไม่สวยนัก คือรถยนต์/รถจักรยานยนต์ในไทยที่ปล่อยน้อย


กัมพูชา/ลาว: ยังดีอยู่


กัมพูชา:



  • ตลาดรวมรถจักรยานยนต์โต ~20%

  • Portfolio เช่าซื้อ 9 เดือนแรกลดลง 3% (809 ล้านบาท)

  • Q1 ยังดี, Q2/Q3 ไม่เร่งปล่อย เพราะความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และหน้าฝน

  • คาดปีนี้ผลประกอบการดีกว่าปีก่อน (Q3/68 กำไร 19.5 ล้านบาท)

  • 2 ปีที่ผ่านมา: เร่งตัดหนี้สูญ (หลัง COVID ฟื้นตัวไม่ดี) / 9 เดือนแรกปีนี้ กำไรเกือบ 90 ล้านบาท

  • รายได้หด 15%, รายจ่ายลด 40% (เพราะหนี้สูญที่เร่งตัดไปก่อนหน้า)

  • ลูกหนี้ค้างชำระล่าสุด (Q3/68): 4.6%


ลาว:



  • ตลาดรวมโต ~20%

  • ไม่เร่งปล่อยสินเชื่อ

  • 9 เดือนแรกโต 3% (155 ล้านบาท)

  • 9 เดือนแรกกำไร 28 ล้านบาท / Q3 เกือบ 9 ล้านบาท (ลดลงเล็กน้อย)

  • ไม่เร่งปล่อยสินเชื่อ กำไรจึงไม่ขยับมาก

  • ลูกหนี้ค้างชำระ >3 งวด: 0.4% (ดีมาก)


Coverage Ratio: อาจต่ำลง (97%) เพราะเร่งตั้งสำรอง แต่ไม่เร่งตัดหนี้สูญ / NPL >3 งวด: 117 ล้านบาท, ตั้งสำรอง 113 ล้านบาท / มี Liquidity ~3,000 ล้านบาท จึงไม่น่าเป็นห่วง


หนี้ที่กู้: ในต่างประเทศ, เพื่อ Currency Match (กู้เป็นสกุลเดียวกับที่ปล่อยกู้) / ลดลงเพราะไม่เร่งปล่อยสินเชื่อ / ดอกเบี้ยดูสูง เพราะในไทยไม่ได้กู้


Digital:



  • การใช้ Digital ยังไม่สูงมาก

  • ในอนาคตจะใช้มากขึ้น ถ้าเร่งปล่อยสินเชื่อ

  • ไทยมีอัตราการจ่ายเงินผ่าน Digital สูง



Q&A Session [นาทีที่ 47:00]




  • ปัญหาความขัดแย้งกัมพูชา:

    • Q: มีผลต่อการดำเนินงานมากน้อยเพียงใด มีการบริหารจัดการกระแสเงินสดอย่างไร และมีเงินสดเหลือมากกว่า 3,000 ล้านบาท จะทำอะไรบ้างในอนาคต?

    • A: (1) ผลกระทบเริ่มแรกคือขวัญกำลังใจพนักงาน, (2) สถานการณ์ในเมืองปกติ, (3) ปัญหาเศรษฐกิจ (Border Trade ปิด, แรงงานกลับประเทศ), (4) โซดาไดเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ, (5) การเก็บเงินปกติ



  • แผนการดำเนินงานในกัมพูชา:

    • A: เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ, ดูคุณภาพหนี้, ติดตามใกล้ชิด, ยึด/ขายรถเพื่อลดความเสี่ยง



  • แนวคิดส่วนตัว:

    • A: ไม่ควรส่งต่อ List บริษัทไทยในกัมพูชา เพราะคนกัมพูชาไม่อยากสนับสนุนธุรกิจไทย



  • คำแนะนำเพิ่มเติม:

    • A: เริ่มจากเรา เรียกเพื่อนบ้านอย่างสุภาพ (ไม่เรียก "เขมร"), ศึกษาประวัติศาสตร์เพื่อนบ้าน



  • สภาวะตลาดหลังกลับมาปล่อยสินเชื่อ:

    • Q: สภาพตลาดเป็นอย่างไร แตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่บริษัทชะลอการปล่อยสินเชื่ออย่างไร?

    • A: เศรษฐกิจไทยไม่ค่อยดี รอความหวังจากรัฐบาล, ควบคุมคุณภาพหนี้ (ดอกเบี้ย Cap จาก สคบ.), ต้องเน้นคุณภาพหนี้



  • สคบ. เข้ามาคุมเพดานดอกเบี้ย:

    • Q: จะมีการทบทวนทุก 3 ปี?

    • A: ธปท. รับช่วงต่อ, ธปท. จะศึกษาและตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย, ทุกบริษัทที่ทำเช่าซื้อ (รถยนต์/จักรยานยนต์) ต้องรายงานตัวกับ ธปท.



  • เงินสดที่มีอยู่:

    • A: (1) ซื้อหุ้นกู้ (High Grade, Short/Medium Term), (2) แลกเป็น USD เพื่อลงทุนในกัมพูชาเล็กน้อย



  • Front Load Provision คืออะไร?

    • A: การตั้งสำรอง/เร่งตัดหนี้สูญก่อนถึงกำหนด (เพราะบางอาชีพ/บางจังหวัดมีความเสี่ยงสูง)



  • ไทยมีแนวโน้มห้ามใช้มอเตอร์ไซค์สันดาป?

    • A: ยังไม่มีข่าว, ลูกค้าส่วนใหญ่ยังใช้รถน้ำมัน, รถยนต์ไฟฟ้า Active กว่า



  • เหตุใด Coverage Ratio ลดลง?

    • A: ตั้งสำรองพิเศษ แต่ไม่เร่งตัดหนี้สูญ



  • สถานการณ์การปล่อยสินเชื่อ:

    • A: ยังไม่เร่งปล่อยมากนัก, ค่อยๆ กลับมา (Soft Opening)



  • เหตุใดไม่เอาเงินสดไปลง REITs?

    • A: REITs ผันผวน, ต้องการ Liquidity สูง, High Grade, Yield สม่ำเสมอ




บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติรับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2568 หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ลงทุนทุกท่าน

ผู้เขียน: Admin AiO
2. Financial & KPI Analysis — Q3/2568