บริษัท อุตสาหกรรมผ้าเคลือบพลาสติกไทย จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
25.00
2.25 (8.26%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3157 out_tok=1806 at=2026-07-26T07:49:59 -->
# TCOAT พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/2565 เหตุต้นทุนพุ่งแรงกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น
## รายได้โต 21.76% แต่ต้นทุนขายเพิ่ม 28.66% กดดันมาร์จิ้น ส่งผลขาดทุนสุทธิ 6.84 ล้านบาท
บริษัท อุตสาหกรรมผ้าเคลือบพลาสติกไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TCOAT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากกำไรสุทธิ 1.96 ล้านบาทในปีก่อน เป็นขาดทุนสุทธิ 6.84 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายจะเติบโตถึง 21.76% ก็ตาม ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้ถูกกดดันอย่างหนัก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ TCOAT ในไตรมาส 3/2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้** โดยรายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 21.76% เป็น 207 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายรวมกลับเพิ่มขึ้นถึง 28.66% เป็น 202 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit) ลดลง และท้ายที่สุดนำไปสู่ผลขาดทุนสุทธิ 6.84 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 1.96 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายเกิดจาก **ราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงขึ้น** ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยตรง แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนต่อหน่วยนั้นมีมากกว่า ทำให้ไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาขายได้อย่างเต็มที่ หรืออาจมีผลกระทบจากส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ขายในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 6.74% เป็น 12.04 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยรองที่ส่งผลต่อผลขาดทุน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าสถานการณ์ต้นทุนที่สูงขึ้นนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากเอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบในอนาคต หรือกลยุทธ์ของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนเพิ่มขึ้นจาก "ราคาวัตถุดิบ" อาจบ่งชี้ว่าเป็นปัจจัยภายนอกที่ผันผวนตามสภาวะตลาดโลก ซึ่งอาจมีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลงได้หากปัจจัยมหภาคเปลี่ยนแปลงไป แต่หากเป็นต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างถาวร อาจเป็นความท้าทายที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 6.84 ล้านบาท** ในไตรมาส 3/2565 เทียบกับกำไร 1.96 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 21.76%** เป็น 207 ล้านบาท จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 28.66%** เป็น 202 ล้านบาท จากราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 6.74%** เป็น 12.04 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท อุตสาหกรรมผ้าเคลือบพลาสติกไทย จำกัด (มหาชน) มีผลขาดทุนสุทธิ 6.84 ล้านบาท ลดลง 448.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.96 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายรวมจะเติบโตขึ้น 21.76% มาอยู่ที่ 207 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนขายรวมได้ปรับตัวสูงขึ้นถึง 28.66% มาอยู่ที่ 202 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 6.74% ส่งผลให้ภาพรวมของบริษัทในไตรมาสนี้พลิกกลับมาขาดทุน
## โอกาส
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุถึงโอกาสในการเติบโต หรือโครงการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างชัดเจน
## ความเสี่ยง
ความเสี่ยงหลักที่ปรากฏในเอกสารคือ **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท และอาจกดดันผลประกอบการในระยะต่อไปหากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต
* ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต
* กลยุทธ์การตั้งราคาขายเพื่อรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น
* ปริมาณคำสั่งซื้อ (Order book) ในไตรมาสถัดไป
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุระดับการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ของโรงงาน
* **Order Book:** ไม่ได้มีการระบุถึงมูลค่าหรือแนวโน้มของ Order Book
* **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุเพียงว่าราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนขาย
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ถูกกดดันจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงกว่ารายได้ แต่ไม่ได้ระบุตัวเลข GPM ที่ชัดเจน
* **ส่งออก:** ไม่ได้มีการระบุสัดส่วนรายได้จากการส่งออก หรือการเปลี่ยนแปลง
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) หรือข้อมูลกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
TCOAT เผชิญความท้าทายในไตรมาส 3/2565 ด้วยการพลิกขาดทุนสุทธิ 6.84 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 21.76% อันเป็นผลมาจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงกว่าถึง 28.66% จากราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้กดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ ซึ่งนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาและกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TCOAT ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
119.03
ล้านบาท
↓ 12.4% YoY
กำไรขั้นต้น
-0.33
ล้านบาท
↓ 113.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-0.27
%
กำไรสุทธิ
-8.72
ล้านบาท
↑ 12.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-7.32
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
119
↓ -12.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
0
↓ -113.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-9
↑ + 12.2%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TCOAT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-0.63
ROA (%)
-0.22
Book Value/หุ้น
49.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TCOAT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-33
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TCOAT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
11.88
-114.17%
|
-83.85
+118.70%
|
-38.34
-149.51%
|
77.44
+3.53%
|
74.80
-27.27%
|
102.85
+352.88%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-32.55
-139.02%
|
83.42
+241.61%
|
24.42
-142.74%
|
-57.14
-30.07%
|
-81.71
-10.83%
|
-91.63
+186.25%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
26.06
-245.18%
|
-17.95
+1,313.39%
|
-1.27
+7.63%
|
-1.18
-111.28%
|
10.46
-191.51%
|
-11.43
-32.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
5.39
-129.33%
|
-18.38
+21.00%
|
-15.19
-179.45%
|
19.12
+440.11%
|
3.54
-1,870.00%
|
-0.20
-99.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7.67
-17.44%
|
9.29
-57.70%
|
21.96
+300.73%
|
5.48
+172.64%
|
2.01
-9.05%
|
2.21
-92.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
25.36
+230.64%
|
7.67
-17.44%
|
9.29
-57.70%
|
21.96
+300.73%
|
5.48
+172.64%
|
2.01
-9.05%
|