บริษัท อุตสาหกรรมผ้าเคลือบพลาสติกไทย จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
25.00
2.25 (8.26%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3931 out_tok=2213 at=2026-07-26T07:40:47 -->
# TCOAT กำไรสุทธิพุ่ง 1,077% รับอานิสงส์ผู้ป่วย COVID-19 เพิ่ม
## รายได้รวมโต 21.41% จากการรักษาผู้ป่วย COVID-19 ขณะที่ต้นทุนการรักษาลดลง
บริษัท อุตสาหกรรมผ้าเคลือบพลาสติกไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TCOAT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 650.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 1,077.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย COVID-19 ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทและบริษัทย่อยปรับตัวสูงขึ้นถึง 21.41%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TCOAT ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม** ซึ่งพลิกจากขาดทุนจำนวน 115.42 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นกำไร 407.63 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ประกอบกับการที่ **ต้นทุนในการรักษาพยาบาลเมื่อเทียบกับรายได้จากการรักษาพยาบาลรวมลดลง** จาก 74.28% ในปีก่อน เหลือ 65.86% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมมีสาเหตุหลักมาจาก **บริษัท โรงพยาบาลวิภาราม จำกัด** ซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนที่สูง โดยในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท โรงพยาบาลวิภารามฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไร 394.00 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 85.55 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยนี้สอดคล้องกับที่ฝ่ายจัดการระบุว่า **บริษัทบริษัทย่อย และบริษัทร่วมให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา-19 (COVID-19) ทำให้ผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อน**
นอกจากนี้ การที่ต้นทุนในการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหารเมื่อเทียบกับรายได้จากการรักษาพยาบาลรวมลดลง เป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาอัตราส่วนของบริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) ที่มีต้นทุนในการรักษาพยาบาลต่อรายได้อยู่ที่ 60.44% และค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้อยู่ที่ 11.67% ซึ่งต่ำกว่าอัตราส่วนของบริษัทย่อยอย่าง บริษัท เชียงใหม่รามธุรกิจการแพทย์ จำกัด (มหาชน) ที่มีอัตราส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลต่อรายได้สูงถึง 75.47% และค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้ 12.55%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง** เนื่องจากปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการคือการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งยังคงเป็นประเด็นสำคัญในปัจจุบัน และส่งผลให้ผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของผลประกอบการอาจขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาด แนวโน้มการรักษาพยาบาล และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 1,077.07% YoY:** อยู่ที่ 650.54 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2564
* **รายได้รวมเติบโต 21.41% YoY:** อยู่ที่ 1,980.88 ล้านบาท
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมพลิกบวก:** จากขาดทุน 115.42 ล้านบาท เป็นกำไร 407.63 ล้านบาท
* **ต้นทุนการรักษาพยาบาลต่อรายได้ลดลง:** สัดส่วนลดลง 8.42% YoY
* **ค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้ลดลง:** สัดส่วนลดลง 2.12% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท TCOAT และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 1,980.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้ผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อน
ในส่วนของค่าใช้จ่าย ต้นทุนในการรักษาพยาบาลรวมเมื่อเทียบกับรายได้จากการรักษาพยาบาลรวมลดลง 8.42% และค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารรวมเมื่อเทียบกับรายได้จากการรักษาพยาบาลรวมลดลง 2.12% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดคือ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ซึ่งพลิกจากขาดทุนจำนวน 115.42 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 มาเป็นกำไร 407.63 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 โดยมีบริษัท โรงพยาบาลวิภาราม จำกัด เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย COVID-19:** เป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการรักษาพยาบาล
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การลดลงของสัดส่วนต้นทุนการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้ ช่วยเพิ่มอัตรากำไร
* **การฟื้นตัวของบริษัทร่วม:** การพลิกกลับมามีกำไรของบริษัทร่วม โดยเฉพาะโรงพยาบาลวิภารามฯ เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มส่วนแบ่งกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาด COVID-19:** สถานการณ์การแพร่ระบาดที่อาจเปลี่ยนแปลงไป อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ป่วยและการดำเนินงาน
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อการกำหนดราคาและการรักษาฐานลูกค้า
* **ต้นทุนการรักษาพยาบาลที่อาจปรับสูงขึ้น:** หากมีปัจจัยภายนอกมากระทบ เช่น ราคาเวชภัณฑ์ หรือค่าแรงบุคลากรทางการแพทย์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มจำนวนผู้ป่วย COVID-19 และผลกระทบต่อรายได้
* ผลการดำเนินงานของบริษัท โรงพยาบาลวิภาราม จำกัด และบริษัทร่วมอื่นๆ
* ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายบริหาร
* แผนการขยายธุรกิจหรือการลงทุนใหม่ๆ ของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
เอกสารที่ได้รับเป็นข้อมูลของ **บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดีจำกัด (มหาชน)** ซึ่งอยู่ในกลุ่ม **ธุรกิจการแพทย์** ไม่ใช่กลุ่ม **สินค้าอุตสาหกรรม** ตามที่ระบุไว้ในจุดโฟกัสเฉพาะ sector ดังนั้น การวิเคราะห์เชิงลึกตามเลนส์ของกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม (utilization, order book, ราคาวัตถุดิบ, GPM, ส่งออก, ค่าเงิน, สินค้าคงคลัง) จึงไม่สามารถดำเนินการได้จากข้อมูลที่ให้มา
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ปรากฏในเอกสาร สามารถวิเคราะห์เชิงลึกในมุมของธุรกิจโรงพยาบาลได้ดังนี้:
* **รายได้จากการรักษาพยาบาล:** เป็นรายได้หลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการ โดยได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย COVID-19
* **ต้นทุนในการรักษาพยาบาล:** แม้จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนให้ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไร
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อกำไรสุทธิ โดยเฉพาะการพลิกกลับมามีกำไรของโรงพยาบาลวิภารามฯ แสดงถึงการฟื้นตัวและศักยภาพในการทำกำไรของบริษัทร่วม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ได้รับไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท TCOAT (บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดีจำกัด (มหาชน)) ในไตรมาส 3 ปี 2564
## สรุปท้าย
TCOAT (บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดีจำกัด (มหาชน)) โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 อย่างน่าประทับใจ ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 1,077.07% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย COVID-19 ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 21.41% และที่สำคัญคือการพลิกกลับมามีกำไรอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่หากสถานการณ์ COVID-19 ยังคงส่งผลดีต่อธุรกิจ แต่ก็ต้องจับตาความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โรคระบาดและการแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาลต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TCOAT ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
119.03
ล้านบาท
↓ 12.4% YoY
กำไรขั้นต้น
-0.33
ล้านบาท
↓ 113.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-0.27
%
กำไรสุทธิ
-8.72
ล้านบาท
↑ 12.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-7.32
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
119
↓ -12.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
0
↓ -113.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-9
↑ + 12.2%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TCOAT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-0.63
ROA (%)
-0.22
Book Value/หุ้น
49.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TCOAT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-33
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TCOAT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
11.88
-114.17%
|
-83.85
+118.70%
|
-38.34
-149.51%
|
77.44
+3.53%
|
74.80
-27.27%
|
102.85
+352.88%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-32.55
-139.02%
|
83.42
+241.61%
|
24.42
-142.74%
|
-57.14
-30.07%
|
-81.71
-10.83%
|
-91.63
+186.25%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
26.06
-245.18%
|
-17.95
+1,313.39%
|
-1.27
+7.63%
|
-1.18
-111.28%
|
10.46
-191.51%
|
-11.43
-32.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
5.39
-129.33%
|
-18.38
+21.00%
|
-15.19
-179.45%
|
19.12
+440.11%
|
3.54
-1,870.00%
|
-0.20
-99.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7.67
-17.44%
|
9.29
-57.70%
|
21.96
+300.73%
|
5.48
+172.64%
|
2.01
-9.05%
|
2.21
-92.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
25.36
+230.64%
|
7.67
-17.44%
|
9.29
-57.70%
|
21.96
+300.73%
|
5.48
+172.64%
|
2.01
-9.05%
|