3/7

เดือนนี้ / เดือนก่อน

17/38

ปีนี้ / ปีก่อน

  • set
  • set
  • thunhoon

    TATG รับคลื่นรถฟื้น เป้าผลิต 1.5 ล้านคัน รายได้โตไม่ต่ำ 10% 02/03/69

    #TATG #ทันหุ้น – TATG โชว์กำไรปี 68 ที่ 76.21 ล้านบาท โต 8.53% ส่วนรายได้ทำได้ 2,610.43 ล้านบาท พร้อมปรับกลยุทธ์ปี 2569 คุมต้นทุนเข้ม เติมอาวุธใหม่ด้วย AI Automation เชื่อธุรกิจเริ่มฟื้น เป้าผลิตรถ 1.5 ล้านคัน ปักธงรายได้โตไม่ต่ำกว่า 10% พร้อมใจดีเคาะปันผลเงิน 0.07 บาทต่อหุ้น ดร.พยุง  ศักดาสาวิตรประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด (มหาชน)หรือTATGผู้ออกแบบและผลิตเครื่องมือสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์(Tooling)ครอบคลุมถึงการออกแบบและผลิตแม่พิมพ์สำหรับปั๊มขึ้นรูปโลหะ(Stamping Dies)อุปกรณ์จับยึดเพื่อการตรวจสอบ(Checking Fixtures)อุปกรณ์จับยึดเพื่อการประกอบ(Assembly Jigs)และผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แบบปั๊มขึ้นรูปโลหะ(Automotive Press Parts)แบบOne Stop ServiceเปิดเผยผลการดำเนินงานของTATGในงวดปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ76.21ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น5.99ล้านบาท หรือคิดเป็น8.53%จากปีก่อน ขณะที่รายได้รวม2,610.43ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย ปรับกลยุทธ์ด้วยสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2569 ยังมีทิศทางการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ด้วยปัจจัยต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศที่ยังไม่ได้ฟื้นตัวแบบรวดเร็ว ส่งผลให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์และมุ่งเน้นการควบคุมต้นทุนเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ซึ่งTATGก็สามารถทำได้เป็นอย่างดี พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันยังได้เสริมแกร่งสายงานการผลิตด้วยการศึกษาและพัฒนาในการนำเทคโนโลยีAI Automationเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ ครอบคลุมถึงความแม่นยำในกระบวนการผลิต ตั้งแต่การประกอบชิ้นส่วน การตรวจสอบคุณภาพ และการจัดการคลังสินค้า ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีพร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอยู่เสมอ

  • mitihoon

    TATG โชว์รายได้ปี 68 ทะลุ 2,600 ล้านบาท ดันกำไรโตโดดเด่น ปักธงขับเคลื่อนไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV HUB) รับดีมานด์ปี 69 26/02/69

    มิติหุ้น – บมจ.ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย (TATG) ประกาศผลงานปี 2568 แข็งแกร่ง ทำกำไรสุทธิ 76.21 ล้านบาท เติบโต 8.53% ขณะที่ รายได้ทะลุ 2,600 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพการบริหารจัดการและควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความผันผวนของอุตสาหกรรมยานยนต์ เดินหน้าสร้างความพร้อมรับปี 2569 แม้เป็นปีแห่งความท้าทาย แต่ยังมีแรงหนุนสำคัญจากบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์หลักของอาเซียน และการเร่งขยายกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าตามนโยบาย EV Hub ของภาครัฐ หนุนโอกาสผู้ผลิตชิ้นส่วนและแม่พิมพ์ครบวงจรอย่าง TATG เติบโตต่อเนื่อง รองรับดีมานด์ใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ดร.พยุง ศักดาสาวิตร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด (มหาชน) หรือ TATG ผู้ออกแบบและผลิตเครื่องมือสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ (Tooling) ครอบคลุมถึงการออกแบบและผลิตแม่พิมพ์สำหรับปั๊มขึ้นรูปโลหะ (Stamping Dies) อุปกรณ์จับยึดเพื่อการตรวจสอบ (Checking Fixtures) อุปกรณ์จับยึดเพื่อการประกอบ (Assembly Jigs) และผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แบบปั๊มขึ้นรูปโลหะ (Automotive Press Parts) แบบ One Stop Service เปิดเผยผลการดำเนินงานของ TATG ในงวดปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 76.21 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 5.99 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.53% จากปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากความสำเร็จในการบริหารจัดการโครงสร้างต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนขาย ต้นทุนบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวม 2,610.43 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย โดยรายได้หลักของบริษัทฯ เป็นรายได้ที่มาจากสัญญาที่ทำกับลูกค้าปรับลดลงร้อยละ 3.37 โดยมีสาเหตุหลักจากการชะลอตัวของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และธุรกิจออกแบบและผลิตเครื่องมือที่ลดลงร้อยละ 8.51 สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว รวมถึงความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อและปริมาณคำสั่งซื้อจากลูกค้า

  • fin
  • set
  • set
  • set
  • set
  • thunhoon

    TATG งัดกลยุทธ์เด็ด  เคาะแผนปลาย ก.พ. 04/02/69

    #TATG #ทันหุ้น – TATG เล็งประกาศแผนปลาย กุมภาพันธ์นี้ ตั้งเป้าสร้างการเติบโต แม้เศรษฐกิจยังท้าทาย คาดอุตสาหกรรมยานยนต์ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน ระบุไม่กังวลสินค้าจีน พร้อมเดินหน้าศึกษาระบบอัตโนมัติเสริมการผลิต จับตาความเสี่ยงมาตรการภาษีสหรัฐ นางสาวอมรวรรณ  ศักดาสาวิตรผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และสื่อสารองค์กรบริษัท ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด (มหาชน)หรือTATGเปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าสร้างการเติบโตท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทายจากปัจจัยมหภาค รวมถึงภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ที่คาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อน โดยมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐยังคงดำเนินต่อไปในรูปแบบเดิม ไม่กังวลจีน