บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
1.32
0.01 (0.75%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10682 out_tok=3388 at=2026-07-26T07:17:41 -->
# SVT กำไรสุทธิปี 64 โต 20% รับรายได้ขายสินค้าผ่านตู้จำหน่ายเพิ่ม-ปรับปรุงอายุเครื่อง
## รายได้รวมโต 11% สวนทางโควิด หลังขยายตู้-เพิ่มสินค้าใหม่-เจาะตลาดใหม่ ชี้ GPM สินค้าหลักลดลงเล็กน้อย
บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SVT รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 1,963.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.09% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่บริษัทได้รับผลกระทบน้อยกว่าปี 2563 โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มจำนวนเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและการเพิ่มประเภทสินค้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 66.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.07% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้และการเปลี่ยนแปลงประมาณการอายุการใช้งานเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติซึ่งส่งผลให้ค่าเสื่อมราคาลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SVT ในปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ** ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก คิดเป็น 97.94% ของรายได้รวม โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 11.41% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 20.07%
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การเติบโตของรายได้มาจากสองส่วนหลัก คือ
1. **การขยายจำนวนเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machines):** บริษัทมีการติดตั้งเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติสุทธิเพิ่มขึ้น 1,289 เครื่อง คิดเป็น 9.66% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ทำให้มีเครื่องให้บริการรวม 14,628 เครื่อง ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการกว่า 26 จังหวัด
2. **การเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อเครื่องต่อวัน (SSS - Same Store Sales):** แม้จะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในบางกลุ่มลูกค้า แต่รายได้เฉลี่ยต่อเครื่องต่อวันอยู่ที่ประมาณ 380 บาท เพิ่มขึ้นจาก 374 บาท/เครื่อง/วัน ในปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวของบริษัทในการกระจายความเสี่ยงไปยัง Segment ใหม่ๆ เช่น ปั๊มน้ำมัน สถานีรถไฟฟ้า คอนโดมิเนียม และการเพิ่มประเภทสินค้าที่หลากหลายขึ้น
นอกจากนี้ **การเปลี่ยนแปลงประมาณการอายุการใช้งานของเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ** จากเดิม 5 ปี เป็น 8 ปี ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2564 เป็นต้นไป ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายค่าเสื่อมราคาลง ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทมีแผนขยายการติดตั้งเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง และการกระจายความเสี่ยงไปยัง Segment ใหม่ๆ ที่สอดรับกับ Life Style ของผู้บริโภคในยุค New Normal อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 เติบโต 11.09%** แตะ 1,963.32 ล้านบาท จาก 1,767.36 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้น 20.07%** อยู่ที่ 66.69 ล้านบาท จาก 55.54 ล้านบาทในปีก่อน (ไม่รวมรายการยกเลิกธุรกิจ)
* **จำนวนเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเพิ่มขึ้นสุทธิ 1,289 เครื่อง** เป็น 14,628 เครื่อง ณ สิ้นปี 2564
* **รายได้เฉลี่ยต่อเครื่องต่อวัน (SSS) ปรับตัวดีขึ้น** อยู่ที่ประมาณ 380 บาท/เครื่อง/วัน จาก 374 บาท/เครื่อง/วัน ในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยรวมอยู่ที่ 32.91%** ลดลงเล็กน้อยจาก 33.38% ในปีก่อน โดย GPM สินค้าหลัก (เครื่องดื่ม/ขนม) อยู่ที่ 32.75% ลดลงจาก 33.24% เนื่องจากมีการเพิ่มสินค้าใหม่ที่มีมาร์จิ้นต่ำกว่า
* **ค่าใช้จ่ายค่าเสื่อมราคาลดลง 12.75%** จากการปรับปรุงอายุการใช้งานเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเป็น 8 ปี
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีรายได้รวม 1,963.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.09% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าปี 2563 โดยปัจจัยหนุนมาจากการเพิ่มจำนวนเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและการเพิ่มประเภทสินค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายไปยัง Segment ใหม่ๆ เช่น ปั๊มน้ำมัน สถานีรถไฟฟ้า และคอนโดมิเนียม
ในขณะที่กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 66.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.07% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และการเปลี่ยนแปลงประมาณการอายุการใช้งานของเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ซึ่งส่งผลให้ค่าเสื่อมราคาลดลง
อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมอยู่ที่ 32.91% ลดลงเล็กน้อยจาก 33.38% ในปีก่อน โดยอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติลดลงเล็กน้อยจาก 33.24% เป็น 32.75% เนื่องจากมีการนำสินค้าประเภทใหม่ เช่น เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และสินค้าเพื่อสุขภาพและอนามัย เข้ามาจำหน่าย ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นน้อยกว่าสินค้าประเภทอื่น
ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 6.06% เป็น 509.06 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าบริการพื้นที่วางเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติจากการขยายจำนวนเครื่องและการแข่งขันที่สูงขึ้น ขณะที่ค่าเสื่อมราคาลดลง 12.75% จากการปรับปรุงอายุการใช้งานเครื่อง
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.32% เป็น 61.47 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ค่าที่ปรึกษาทางกฎหมายและทางการเงินสำหรับการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
## โอกาส
* **การขยายเครือข่ายเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ:** บริษัทมีแผนขยายการติดตั้งเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
* **การเจาะตลาดใหม่และ New Normal:** การขยายไปยัง Segment ใหม่ๆ เช่น ปั๊มน้ำมัน สถานีรถไฟฟ้า และคอนโดมิเนียม สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
* **การเพิ่มความหลากหลายของสินค้า:** การเพิ่ม SKU สินค้าใหม่ๆ ที่หลากหลายและตรงกับความต้องการของผู้บริโภค จะช่วยเพิ่มยอดขายและรายได้เฉลี่ยต่อเครื่อง
* **การเติบโตของระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์:** เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติรองรับการชำระเงินแบบ Cashless ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การใช้จ่ายของผู้บริโภค
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของลูกค้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงาน และห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นพื้นที่ติดตั้งเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** ธุรกิจเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ต้นทุนสินค้าและค่าบริการพื้นที่:** ความผันผวนของต้นทุนสินค้าที่นำมาจำหน่าย และการแข่งขันที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อค่าบริการพื้นที่วางเครื่องจำหน่าย
* **การพึ่งพิงกลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรม:** แม้จะมีการกระจายความเสี่ยง แต่กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมยังคงเป็นลูกค้าหลัก ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการส่งออก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การขยายจำนวนเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ:** ติดตามจำนวนการติดตั้งสุทธิในแต่ละไตรมาส และการกระจายตัวใน Segment ใหม่ๆ
* **แนวโน้มรายได้เฉลี่ยต่อเครื่องต่อวัน (SSS):** ประเมินว่า SSS จะสามารถเติบโตต่อเนื่อง หรือได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** โดยเฉพาะต้นทุนสินค้าที่นำมาจำหน่าย และผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง:** เช่น มาตรการควบคุมราคาสินค้าบางประเภท
* **ความคืบหน้าในการขยายตลาดใหม่:** ประเมินผลตอบรับและการเติบโตใน Segment ที่บริษัทเข้าไปลงทุนเพิ่มเติม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการขายสินค้าผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ:** เป็นรายได้หลักของบริษัท โดยปี 2564 มีรายได้ 1,922.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.41% การเติบโตนี้มาจากการขยายจำนวนเครื่องติดตั้งสุทธิ 1,289 เครื่อง และการเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อเครื่องต่อวัน (SSS) เป็น 380 บาท/เครื่อง/วัน จาก 374 บาท/เครื่อง/วัน ในปีก่อน แม้กลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่บริษัทได้กระจายความเสี่ยงไปยัง Segment ใหม่ๆ เช่น ปั๊มน้ำมัน สถานีรถไฟฟ้า และคอนโดมิเนียม
**อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** GPM โดยรวมอยู่ที่ 32.91% ลดลงเล็กน้อยจาก 33.38% ในปีก่อน GPM สินค้าหลักอยู่ที่ 32.75% ลดลงจาก 33.24% เนื่องจากมีการนำสินค้าใหม่ เช่น เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และสินค้าเพื่อสุขภาพและอนามัย เข้ามาจำหน่าย ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม บริษัทมีนโยบายคัดเลือกสินค้าที่มี GPM ไม่ต่ำกว่า 30%
**ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย:** เพิ่มขึ้น 6.06% เป็น 509.06 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากค่าบริการพื้นที่วางเครื่องจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 26.77% จากการขยายจำนวนเครื่องและการแข่งขันที่สูงขึ้น ในขณะที่ค่าเสื่อมราคาลดลง 12.75% จากการปรับปรุงอายุการใช้งานเครื่องเป็น 8 ปี
**การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีนโยบายคัดเลือกสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 30% และพิจารณาความนิยมของผู้บริโภค
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** สินทรัพย์รวม ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 1,485.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,089.74 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 246.27 ล้านบาท เป็น 300.67 ล้านบาท จากการรับเงินเพิ่มทุน 508 ล้านบาทในเดือนกันยายน 2564 ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 79.25 ล้านบาท เป็น 912.11 ล้านบาท จากการลงทุนในเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเพิ่มขึ้น 2,357 เครื่อง
**หนี้สิน:** หนี้สินรวมลดลงจาก 477.31 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 333.62 ล้านบาทในปี 2564 โดยเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นลดลง 170.14 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืม เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 23.38 ล้านบาท จากการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 539.06 ล้านบาท เป็น 1,151.50 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนในเดือนมีนาคมและกันยายน 2564 รวมถึงกำไรจากการดำเนินงาน หักด้วยเงินปันผลจ่าย
**กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 21.73 ล้านบาท เป็น 111.43 ล้านบาท กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 150.94 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในอาคารและอุปกรณ์ กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 285.78 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะยาวและการเพิ่มทุน
**สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นเป็น 1.63 เท่า จากปี 2563 เนื่องจากเงินสดรับจากการเพิ่มทุน วงจรเงินสดติดลบ (-29 วัน) สะท้อนการรับเงินสดทันทีจากการขายสินค้า
## สรุปท้าย
SVT สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการในปี 2564 โดยมีรายได้รวมเติบโต 11.09% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 20.07% จากการขยายเครือข่ายเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง การเพิ่ม SSS และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการปรับปรุงอายุการใช้งานเครื่องที่ช่วยลดค่าเสื่อมราคา แม้จะเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 และการแข่งขันในธุรกิจ แต่การกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดใหม่ๆ และการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคยุค New Normal เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้านการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SVT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
692.31
ล้านบาท
↑ 3% YoY
กำไรขั้นต้น
245.58
ล้านบาท
↑ 5.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.47
%
กำไรสุทธิ
-74.47
ล้านบาท
↓ 748.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-10.76
%
D/E Ratio
0.37
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
692
↑ + 3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
246
↑ + 5.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-74
↓ -748.6%
YoY
D/E Ratio
0.37
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SVT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.37
ROE (%)
6.66
ROA (%)
6.17
Book Value/หุ้น
1.97
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SVT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-242
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+101
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SVT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-242.21
+1.66%
|
-238.26
+66.88%
|
-142.77
-8.15%
|
-155.43
+80.33%
|
-86.19
-196.09%
|
89.70
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
101.07
+95.61%
|
51.67
-69.53%
|
169.59
+51.11%
|
112.23
-1,559.43%
|
-7.69
-94.17%
|
-131.98
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
34.18
+1.21%
|
33.77
+192.89%
|
11.53
-69.75%
|
38.11
-120.57%
|
-185.24
-648.21%
|
33.79
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-106.97
-30.00%
|
-152.81
-498.15%
|
38.38
-854.03%
|
-5.09
-98.18%
|
-279.12
+3,187.63%
|
-8.49
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
73.31
-8.80%
|
80.38
-30.29%
|
115.31
-61.65%
|
300.67
+452.80%
|
54.39
-13.52%
|
62.89
-39.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
198.71
+171.05%
|
73.31
-8.80%
|
80.38
-30.29%
|
115.31
-61.65%
|
300.67
+452.80%
|
54.39
-13.51%
|