บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.32
+0.04 (+1.75%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4307 out_tok=2640 at=2026-07-26T06:49:50 -->
# SUSCO กำไรสุทธิรวม Q3/2566 พุ่ง 206% รับกำไรร่วมทุน-ยอดขาย EV หนุน
## รายได้รวมโต 2.78% ใน 9 เดือนแรก แม้ปริมาณขายน้ำมันลด เหตุปรับวิธีบัญชี-ธุรกิจสายการบิน
บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 และงวด 9 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 โดยภาพรวมผลประกอบการรวม (Consolidated) มีกำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในงวด 9 เดือนแรกที่พุ่งสูงถึง 206.29% ขณะที่รายได้รวมยังคงเติบโตได้เล็กน้อย แม้จะเผชิญกับปัจจัยการปรับเปลี่ยนวิธีการทางบัญชีในธุรกิจสายการบิน และการลดลงของปริมาณการขายน้ำมัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SUSCO ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 คือ **กำไรจากการเข้ามาร่วมลงทุน (Gain on investment in associate)** จากกลุ่มบริษัท ไซโนเปค และ **การเติบโตของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD** จากกลุ่มบริษัท ซัสโก้ บียอนด์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ปัจจัยเหล่านี้มีน้ำหนักมากกว่าผลกระทบจากการลดลงของปริมาณการขายน้ำมัน และการเปลี่ยนแปลงวิธีการทางบัญชีที่ส่งผลต่อการรับรู้รายได้จากการดำเนินงานปกติ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กำไรจากการร่วมทุน:** การเข้ามาร่วมลงทุนกับกลุ่มบริษัท ไซโนเปค ส่งผลให้ SUSCO มีกำไรจากการร่วมลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นรายการที่เข้ามาเสริมผลประกอบการโดยตรง
* **ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD:** กลุ่มบริษัท ซัสโก้ บียอนด์ มีรายได้จากการขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากยอดจำหน่ายที่เติบโต ทำให้ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญ
* **การปรับวิธีบัญชี:** ในส่วนของธุรกิจสายการบิน ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนสถานะจากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม ทำให้ต้องปรับวิธีการทางบัญชีในการจัดทำงบการเงินรวมจากวิธีการจัดทางบการเงินรวม (Consolidation) เป็นวิธีส่วนได้เสีย (Equity Method) การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานปกติในส่วนของธุรกิจสายการบินลดลง และกระทบต่อการรับรู้รายได้รวมในงบการเงินรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของกำไรจากการร่วมลงทุนกับกลุ่มบริษัท ไซโนเปค ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงบวกที่เข้ามาเสริมผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนการเติบโตของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD ยังคงมีแนวโน้มที่ดีจากการตอบรับของตลาด อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านปริมาณการขายน้ำมันและผลกระทบจากการปรับวิธีบัญชีในธุรกิจสายการบินยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิรวม 9 เดือนแรก พุ่ง 206.29%** แตะ 1,184.27 ล้านบาท จาก 386.65 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม 9 เดือนแรก เพิ่มขึ้น 2.78%** เป็น 25,690.40 ล้านบาท จาก 24,994.72 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิรวม Q3/2566 ลดลง 12.26%** อยู่ที่ 85.74 ล้านบาท จาก 97.71 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักจากการปรับวิธีบัญชี
* **ปริมาณการขายน้ำมันรวม 9 เดือนแรก เพิ่มขึ้น 3.96%** เป็น 849.459 ล้านลิตร
* **รายได้จากการขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD เติบโต** จากยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรสุทธิเฉพาะกิจการ Q3/2566 เพิ่มขึ้น 165.53%** เป็น 65.45 ล้านบาท จาก 24.60 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิเฉพาะกิจการ 9 เดือนแรก เพิ่มขึ้น 402.89%** เป็น 1,162.35 ล้านบาท จาก 231.14 ล้านบาทในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งบการเงินรวม:**
* **ไตรมาส 3/2566:** บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 7,549.64 ล้านบาท ลดลง 13.97% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณการขายน้ำมันที่ลดลงจากการเปลี่ยนสถานะธุรกิจสายการบินเป็นบริษัทร่วม และการปรับวิธีบัญชี อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD เพิ่มขึ้นจากยอดจำหน่ายที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 85.74 ล้านบาท ลดลง 12.26% จาก 97.71 ล้านบาทในปีก่อน
* **งวด 9 เดือนแรกปี 2566:** บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 25,690.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.78% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากรายได้จากการขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD ที่เพิ่มขึ้น และกำไรจากการเข้ามาร่วมลงทุนกับกลุ่มบริษัท ไซโนเปค แม้ว่ารายได้จากการขายน้ามันจะลดลงจากปริมาณการขายที่ลดลงและผลกระทบจากการปรับวิธีบัญชี ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 206.29% เป็น 1,184.27 ล้านบาท จาก 386.65 ล้านบาทในปีก่อน
**งบการเงินเฉพาะกิจการ:**
* **ไตรมาส 3/2566:** บริษัทฯ มีปริมาณการขาย 230.953 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 15.20% มีรายได้รวม 6,629.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.19% โดยมีกำไรสุทธิ 65.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 165.53% จาก 24.60 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากปริมาณการขายและค่าการตลาดเฉลี่ยต่อลิตรที่สูงขึ้น
* **งวด 9 เดือนแรกปี 2566:** บริษัทฯ มีปริมาณการขาย 696.283 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 11.23% มีรายได้รวม 20,932.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.83% โดยมีกำไรสุทธิ 1,162.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 402.89% จาก 231.14 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรจากการเข้ามาร่วมลงทุน และกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายและค่าการตลาดเฉลี่ยต่อลิตร
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า:** ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางรายได้สำคัญของบริษัท
* **การร่วมลงทุนกับพันธมิตร:** การเข้ามาร่วมลงทุนกับกลุ่มบริษัท ไซโนเปค เป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาเสริมผลประกอบการ และอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคต
* **การบริหารจัดการค่าการตลาด:** การเพิ่มขึ้นของค่าการตลาดเฉลี่ยต่อลิตรในธุรกิจน้ำมัน เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มกำไรขั้นต้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมัน:** แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยต่อลิตรจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงานหรือสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
* **การแข่งขันในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า:** ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามีการแข่งขันสูง การรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นสิ่งสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณการขายน้ำมัน:** การฟื้นตัวหรือชะลอตัวของปริมาณการขายน้ำมันในไตรมาสถัดไป
* **ผลประกอบการจากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า:** การเติบโตของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD และการขยายตัวของธุรกิจนี้
* **ผลกระทบจากการปรับวิธีบัญชี:** การรับรู้รายได้และกำไรจากการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสายการบินภายใต้วิธีส่วนได้เสีย
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน
* **ความคืบหน้าของโครงการลงทุน:** หากมีโครงการลงทุนใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานหรือยานยนต์ไฟฟ้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ปริมาณการขายน้ำมัน:** ในไตรมาส 3/2566 ปริมาณการขายน้ำมันเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น 15.20% เป็น 230.953 ล้านลิตร และในงวด 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 11.23% เป็น 696.283 ล้านลิตร อย่างไรก็ตาม ในงบการเงินรวม ปริมาณการขายน้ามันรวมลดลงในไตรมาส 3/2566 เนื่องจากผลกระทบจากการปรับวิธีบัญชีในธุรกิจสายการบิน
* **ราคาขายเฉลี่ย (ASP) และค่าการตลาด:** ฝ่ายจัดการระบุว่ากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากปริมาณการขายและค่าการตลาดเฉลี่ยต่อลิตรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไร
* **ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า:** รายได้จากการขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีของตลาด
* **การร่วมลงทุน:** การเข้ามาร่วมลงทุนกับกลุ่มบริษัท ไซโนเปค ส่งผลให้เกิดกำไรจากการร่วมลงทุน ซึ่งเป็นรายการสำคัญที่เข้ามาเสริมผลประกอบการในงบการเงินรวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
SUSCO ในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2566 โชว์ผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะในงบการเงินเฉพาะกิจการที่กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการบริหารจัดการค่าการตลาดที่ดีขึ้น และการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายน้ำมัน ขณะที่ในงบการเงินรวม กำไรสุทธิที่พุ่งสูงในงวด 9 เดือนแรก มาจากปัจจัยพิเศษอย่างกำไรจากการร่วมลงทุนกับกลุ่มบริษัท ไซโนเปค และการเติบโตของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากการปรับวิธีบัญชีในธุรกิจสายการบินและปริมาณการขายน้ำมันที่ลดลงในภาพรวม การเติบโตของธุรกิจ EV และการร่วมทุนกับพันธมิตร เป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SUSCO ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
7,669.23
ล้านบาท
↓ 16.4% YoY
กำไรขั้นต้น
474.25
ล้านบาท
↓ 9.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.18
%
กำไรสุทธิ
6.33
ล้านบาท
↓ 94.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.08
%
D/E Ratio
1.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,669
↓ -16.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
474
↓ -9.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
6
↓ -94.2%
YoY
D/E Ratio
1.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SUSCO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.25
ROE (%)
2.71
ROA (%)
3.20
Book Value/หุ้น
4.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SUSCO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+287
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+215
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SUSCO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
287.17
-539.84%
|
-65.29
-95.26%
|
-1,376.63
-1,186.96%
|
126.65
-134.05%
|
-371.96
-157.94%
|
641.99
+63.84%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
214.90
-3.07%
|
221.70
-133.78%
|
-656.28
-325.20%
|
291.42
-19.85%
|
363.60
-255.70%
|
-233.53
+113.17%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-890.93
-363.28%
|
338.40
-82.53%
|
1,936.84
-279.78%
|
-1,077.32
+149.76%
|
-431.34
+10.56%
|
-390.15
-13.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-315.19
-240.00%
|
225.14
+39.21%
|
161.73
-124.53%
|
-659.26
+49.93%
|
-439.70
-2,502.73%
|
18.30
-110.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
954.09
+39.40%
|
684.42
-27.36%
|
942.23
+161.67%
|
360.08
+19.14%
|
302.24
+6.45%
|
283.93
-37.33%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
880.42
-7.72%
|
954.09
+39.40%
|
684.42
-27.36%
|
942.23
+161.67%
|
360.08
+19.14%
|
302.24
+6.45%
|