บริษัท สหยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
27.25
0.25 (0.91%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เงินปันผลเพิ่มขึ้นจํานวน 58.5 ล้านบาท เนื่องมาจากมีการรับเงินปันผลของธุรกิจโรงไฟฟ้าภายในประเทศในไตรมาสปัจจุบัน
ในขณะที่ปี 2563 มีการรับเงินปันผลจากธุรกิจดังกล่าวในไตรมาสอื่น
นอกจากนั้น ยังมีกำไรจากเงินลงทุนที่กําหนดให้วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม. มีกําไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการปรับมูลค่าของเงินลงทุน ดังกล่าว จํานวน 118.32 ล้านบาท ในขณะที่ไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วเป็นรายการ ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการปรับมูลค่าของเงินลงทุนดังกล่าวจํานวน 129.99 ล้าน
ในชณะที่ รายได้จากการขายและบริการลดลง 235.42 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของยอดขายและบริการในกลุ่มธุรกิจพลาสติก ยางและโลหะ กลุ่มธุรกิจการค้า กลุ่มธุรกิจสิ่งทอ และกลุ่มธุรกิจโรงแรม ซึ่งได้รับ ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงซบเซา ค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่าตลอดทั้งไตร มาส 1 ปี 2564 และผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ ภายในประเทศ ท่าให้ค่าสั่งซื้อจากลูกค้าและการใช้บริการชะลอล
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5202 out_tok=2408 at=2026-07-26T07:22:38 -->
# SUC กำไร Q1/2565 พุ่ง 29.1% รับแรงหนุนราคาขาย-ธุรกิจปาล์ม
## รายได้รวมโต 17.9% สวนทางปริมาณขายลด เหตุราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งดันกำไรขั้นต้นหด
บริษัท สหยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน) หรือ SUC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 2,881.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 139.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.1% ฝ่ายจัดการระบุว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้เป็นผลจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SUC ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากของราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วย** ซึ่งสามารถชดเชยปริมาณการขายที่ลดลงได้ ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นก็เป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญเช่นกัน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการ SUC ในไตรมาส 1/2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วย** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 17.9% หรือ 321.9 ล้านบาท แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลงถึง 13.1% ก็ตาม ปัจจัยนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 29.1% หรือ 31.5 ล้านบาท มาอยู่ที่ 139.7 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 33.7% ซึ่งเป็นผลมาจากสภาวะตลาดที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับธุรกิจของบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องกับปาล์ม (UPOIC) มีราคาขายน้ำมันเมล็ดในปาล์มและน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 105.1% และ 45.3% ตามลำดับ ซึ่งช่วยหนุนรายได้โดยรวมของกลุ่มบริษัท แม้ว่าต้นทุนขายของบริษัทจะเพิ่มขึ้น 22.1% หรือ 392 ล้านบาท และต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยสูงขึ้น 49.9% ในบริษัทย่อย UPOIC ก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกในไตรมาสนี้ แต่การที่ปริมาณการขายลดลงถึง 13.1% อาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตา ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุแนวโน้มราคาขายหรือปริมาณการขายในระยะถัดไปอย่างชัดเจน การปรับตัวขึ้นของราคาขายในครั้งนี้อาจมีลักษณะเป็นผลจากสภาวะตลาดที่ผันผวน ซึ่งต้องติดตามว่าราคาวัตถุดิบและราคาขายจะทรงตัวหรือปรับเปลี่ยนไปในทิศทางใดในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 17.9%** แตะ 2,881.9 ล้านบาท จาก 2,444.3 ล้านบาทใน Q1/2564
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 29.1%** เป็น 139.7 ล้านบาท จาก 108.2 ล้านบาทใน Q1/2564
* **ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 33.7%** เป็นปัจจัยหลักหนุนรายได้ แม้ปริมาณขายลดลง 13.1%
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 22.1%** และต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 33.2%
* **ธุรกิจปาล์ม (UPOIC) ทำผลงานโดดเด่น** รายได้เพิ่ม 70.2% กำไรเพิ่ม 370.5% จากราคาขายที่พุ่งสูง
* **ธุรกิจเครื่องดื่มและผักผลไม้กระป๋อง (UFC) เติบโต** รายได้เพิ่ม 17.4% กำไรเพิ่ม 173.3%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท สหยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายรวม 2,881.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยถึง 33.7% แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลง 13.1% ก็ตาม ต้นทุนขายของบริษัทและบริษัทย่อยเพิ่มขึ้น 22.1% ทำให้มีกำไรขั้นต้นลดลง 33.2% ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดลดลง 65.6% อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผลประกอบการรวมของกลุ่มบริษัท โดยเฉพาะการเติบโตของบริษัทย่อย UPOIC ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 70.2% และกำไรเพิ่มขึ้น 370.5% จากราคาขายน้ำมันปาล์มที่สูงขึ้น รวมถึงบริษัทย่อย UFC ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 17.4% และกำไรเพิ่มขึ้น 173.3% จากกลุ่มเครื่องดื่มและผักผลไม้กระป๋อง ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทรวมอยู่ที่ 139.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.1% จาก 108.2 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมอยู่ที่ 4.8%
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจปาล์ม:** ราคาน้ำมันปาล์มที่อยู่ในระดับสูงเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรให้กับบริษัทย่อย UPOIC
* **การขยายตัวของกลุ่มเครื่องดื่มและผักผลไม้กระป๋อง:** รายได้ที่เพิ่มขึ้นของบริษัทย่อย UFC บ่งชี้ถึงความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้ที่ยังคงมีอยู่
* **การปรับราคาขาย:** ความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น เป็นกลยุทธ์สำคัญในการรักษาอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ปริมาณการขายที่ลดลง:** การที่ปริมาณการขายโดยรวมลดลงอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะยาวหากไม่สามารถกระตุ้นยอดขายได้
* **ความไม่แน่นอนของสภาวะตลาด:** ราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจเป็นผลจากสภาวะตลาดที่ผันผวน ซึ่งอาจไม่ยั่งยืนในระยะยาว
* **ต้นทุนการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มตำแหน่งผู้บริหารในส่วนของบริษัทอาจส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยและปริมาณการขายในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนขาย เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* ผลประกอบการของบริษัทย่อย UPOIC ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์ม
* แผนการเพิ่มค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและค่าใช้จ่ายในการส่งออกของบริษัทย่อย UFC
* ผลกระทบจากการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการบริหารของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
ในส่วนของบริษัท สหยูเนี่ยน (ประเทศไทย) เอง มีการปรับตัวของราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 33.7% แต่ปริมาณการขายลดลง 13.1% ทำให้ต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้นถึง 38.8% ซึ่งสูงกว่าราคาขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 89.4% ในปีก่อนเป็น 93.9% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรขั้นต้นของบริษัทลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในทางตรงกันข้าม บริษัทย่อย UPOIC ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับปาล์ม มีผลประกอบการที่โดดเด่น โดยราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของน้ำมันเมล็ดในปาล์มและน้ำมันปาล์มดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากถึง 105.1% และ 45.3% ตามลำดับ ประกอบกับปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบที่เพิ่มขึ้น 35.1% ทำให้รายได้จากการขายของ UPOIC เพิ่มขึ้นถึง 70.2% และกำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้นถึง 370.5%
สำหรับบริษัทย่อย UFC ที่ทำธุรกิจเครื่องดื่มและผักผลไม้กระป๋อง มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 17.4% โดยมีแรงหนุนจากกลุ่มเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้น 65.1 ล้านบาท และผักผลไม้กระป๋องเพิ่มขึ้น 6.3 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากซอสปรุงรสจะลดลงเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วกำไรสำหรับงวดของ UFC เพิ่มขึ้นถึง 173.3%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ของ SUC สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการราคาขายที่สามารถปรับตัวตามสภาวะตลาดได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจปาล์มที่ทำกำไรได้อย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนขายยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทแม่ การที่ปริมาณการขายโดยรวมลดลงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินความสามารถในการรักษาการเติบโตของรายได้ในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SUC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
2,212.73
ล้านบาท
↓ 6.6% YoY
กำไรขั้นต้น
415.64
ล้านบาท
↓ 13.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.78
%
กำไรสุทธิ
417.98
ล้านบาท
↑ 8.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
18.89
%
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,213
↓ -6.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
416
↓ -13.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
418
↑ + 8.4%
YoY
D/E Ratio
0.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SUC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
7.39
ROA (%)
7.00
Book Value/หุ้น
83.76
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SUC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-32
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,914
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SUC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-32.37
-92.52%
|
-432.86
-21.77%
|
-553.31
+4.16%
|
-531.23
+123.40%
|
-237.79
-121.95%
|
1,083.51
-23.43%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,914.18
+1,383.52%
|
-129.03
-18.57%
|
-158.46
-61.09%
|
-407.22
-244.71%
|
281.40
+8,479.27%
|
3.28
-100.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
823.12
-1.30%
|
834.00
+12.08%
|
744.13
-63.93%
|
2,063.07
+120.29%
|
936.51
-198.02%
|
-955.46
-13.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,123.43
-841.10%
|
151.59
-299.33%
|
-76.05
-301.56%
|
37.73
-74.25%
|
146.54
-17.27%
|
177.13
-132.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,459.67
+33.10%
|
4,101.96
+23.68%
|
3,316.49
+7.43%
|
3,087.11
+7.30%
|
2,877.16
+6.56%
|
2,700.03
-16.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,174.27
-23.54%
|
5,459.67
+33.10%
|
4,101.96
+23.68%
|
3,316.49
+7.43%
|
3,087.11
+7.30%
|
2,877.16
+6.56%
|