บริษัท สุรพลฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
5.15
0.05 (0.96%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก กำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น จาก 2 บริษัทย่อย
SUP มีอัตรากาไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น เนื่องจากในปี 2563 มีปริมาณการผลิตเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2562 ประมาณร้อยละ 22.5 ทำให้การบริหารจัดการต้นทุนคงที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ประกอบกับการพัฒนาการผลิตให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สงผลต่อต้นทุนการผลิดปี 2563 ที่ลดลง
SUNIF มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น สาเหตุสำคัญเกิดจากต้นทุนวัตถุดิบไก่ลดลง รวมถึงการพัฒนาประสิทธิภาพ ของกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงอย่างเป็นสาระสำคัญ ประกอบกับค่าเงินบาทอ่อนค่าลง สงผลให้ราคาสินค้าที่ขายเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศเมื่อแปลงเป็นเงินบาท มีมูลค่าสูงขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4175 out_tok=2757 at=2026-07-26T06:07:22 -->
# SSF กำไรสุทธิปี 64 พุ่ง 36% รับยอดขายต่างประเทศ-ออสเตรเลียโต สวนทางโควิดกระทบตลาดในประเทศ
## รายได้รวมหด 4.9% แต่ GPM ขยับขึ้น ขณะที่ต้นทุนขนส่ง-FX เป็นปัจจัยจับตา
บริษัท สุรพลฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SSF รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 205.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.2% จาก 148.5 ล้านบาทในปี 2563 แม้รายได้จากการขายและบริการรวมจะลดลง 4.9% มาอยู่ที่ 5,588.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายในต่างประเทศที่เติบโตได้ดี รวมถึงการกลับมาฟื้นตัวของบางบริษัทย่อย ขณะที่ต้นทุนค่าระวางเรือที่สูงขึ้นและการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ SSF ในปี 2564 ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายในต่างประเทศของบริษัทแม่ SSF และบริษัทย่อย สุราษฎร์ซีฟู้ดส์ (SS)** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงในประเทศของบริษัท สุรพลไฟน์เนสท์ (SOFINE) ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ได้ นอกจากนี้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย** และ **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนผลกำไรโดยรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การเติบโตของยอดขายในต่างประเทศ:**
* **บริษัทแม่ SSF:** มีรายได้จากการขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 33.2 ล้านบาท หรือ 12.9% โดยเฉพาะการขายไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาสินค้าใหม่ที่ตรงกับความต้องการของตลาด และการเพิ่มการผลิตด้วยเครื่องจักร
* **บริษัท สุราษฎร์ซีฟู้ดส์ (SS):** มีรายได้เพิ่มขึ้น 148.1 ล้านบาท หรือ 26.4% จากการเพิ่มการขายในตลาดหลักอย่างญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ซึ่งผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของสินค้า สอดคล้องกับตำแหน่งทางการตลาดของ SS ที่เน้นสินค้าคุณภาพในราคาเหมาะสม
* **ผลกระทบ COVID-19 ต่อตลาดในประเทศ:** บริษัท สุรพลไฟน์เนสท์ (SOFINE) ซึ่งเน้นขายในไทย ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการเปิดดำเนินการของภาคธุรกิจ ทำให้รายได้จากช่องทางหลักอย่างโรงแรมและร้านอาหารลดลง แม้จะมีการปรับกลยุทธ์ไปเน้นช่องทางค้าปลีกและออนไลน์มากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยยอดขายที่หายไปได้ทั้งหมด
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** GPM รวมของกลุ่มบริษัทปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจาก 14.6% ในปี 2563 เป็น 14.8% ในปี 2564 ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและราคาขายที่ทำได้ดีขึ้นในบางส่วน
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** กลุ่มบริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 3.4 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 50.2 ล้านบาทในปี 2564 เนื่องจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน)**
* **การเติบโตในต่างประเทศ:** การพัฒนาสินค้าใหม่และการขยายตลาดในญี่ปุ่นและออสเตรเลียของ SSF และ SS มีแนวโน้มที่จะสร้างรายได้ต่อเนื่อง หากยังคงรักษาคุณภาพและตอบสนองความต้องการของตลาดได้
* **การฟื้นตัวของตลาดในประเทศ:** สถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มคลี่คลาย ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของช่องทางขายหลักอย่างโรงแรมและร้านอาหารของ SOFINE ในอนาคต
* **ต้นทุนค่าระวางเรือ:** ต้นทุนค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นในปี 2564 เป็นปัจจัยกดดันที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ และมีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาในปีถัดไป
* **การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน:** กลุ่มบริษัทยังคงต้องทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าต่อไปเพื่อป้องกันความเสี่ยง ซึ่งจะส่งผลต่อผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ปี 2564 เท่ากับ 205.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.2% YoY** จาก 148.5 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 5,588.6 ล้านบาท ลดลง 4.9% YoY** จาก 5,879.5 ล้านบาทในปี 2563
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) รวมปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย** จาก 14.6% เป็น 14.8%
* **ยอดขายต่างประเทศของ SSF และ SS เติบโตโดดเด่น** โดยเฉพาะในตลาดญี่ปุ่นและออสเตรเลีย
* **ยอดขายในประเทศของ SOFINE ลดลง** จากผลกระทบ COVID-19 ต่อช่องทางโรงแรมและร้านอาหาร
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 3.4 ล้านบาท เป็น 50.2 ล้านบาท
* **ต้นทุนค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้นมาก** ส่งผลให้ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 14.8%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท สุรพลฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 205.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.2% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 148.5 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการรวมจะลดลง 4.9% มาอยู่ที่ 5,588.6 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 14.6% เป็น 14.8% ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 14.8% จากต้นทุนค่าระวางเรือที่สูงขึ้น และมีรายการโอนกลับค่าเผื่อด้อยค่าที่ดิน 22.5 ล้านบาท รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดส่งออก:** การพัฒนาสินค้าใหม่และการขยายตลาดในประเทศญี่ปุ่นของ SSF และการเติบโตในตลาดญี่ปุ่นและออสเตรเลียของ SS เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้และกำไร
* **การปรับกลยุทธ์ช่องทางขาย:** การผลักดันการขายผ่านช่องทางค้าปลีกและออนไลน์ของ SOFINE อาจช่วยลดผลกระทบจาก COVID-19 และสร้างฐานลูกค้าใหม่
* **การขยายบริการโลจิสติกส์:** MBL สามารถรองรับการให้บริการคลังสินค้าที่หลากหลายและมีรายได้จากการขนส่งสินค้าจากลูกค้าใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจบริการ
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายและเศรษฐกิจฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อการบริโภคและการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายในช่องทางโรงแรมและร้านอาหาร
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อมาตรการควบคุมและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในตลาดในประเทศ
* **ต้นทุนค่าระวางเรือ:** การปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนค่าระวางเรืออาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรและต้นทุนการจัดจำหน่ายในอนาคต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการบริหารความเสี่ยง แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
* **ปัญหาการส่งมอบวัตถุดิบ:** ปัญหาการขาดแคลนแรงงานหรือผลกระทบจากโรคระบาดต่อซัพพลายเออร์ อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตสินค้าได้อีกครั้ง ดังที่เคยเกิดขึ้นกับ SUNIF
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและออสเตรเลีย
* การฟื้นตัวของยอดขายในช่องทางโรงแรมและร้านอาหารของ SOFINE
* ทิศทางต้นทุนค่าระวางเรือ และผลกระทบต่อต้นทุนการจัดจำหน่าย
* ความสามารถในการบริหารจัดการวัตถุดิบ โดยเฉพาะในส่วนของ SUNIF
* การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน และผลกำไรจาก FX
* การขยายบริการของ MBL และการเพิ่มลูกค้าใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบหลักโดยตรง แต่การที่ SSF และ SS สามารถเพิ่มยอดขายในตลาดที่เน้นคุณภาพอย่างญี่ปุ่นและออสเตรเลีย บ่งชี้ว่าสินค้าของบริษัทสามารถแข่งขันด้านคุณภาพได้ดี และอาจมีการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนและมูลค่าที่ส่งมอบ
* **Volume:** ยอดขายที่เพิ่มขึ้นของ SSF (11.6%) และ SS (26.4%) สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ SOFINE มีปริมาณการขายลดลงในช่องทางหลัก
* **GPM:** การที่ GPM รวมปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (จาก 14.6% เป็น 14.8%) แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพในภาพรวม แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนค่าระวางเรือ
* **ช่องทางขาย:** ความแตกต่างของผลประกอบการระหว่าง SSF/SS (เน้นส่งออก) และ SOFINE (เน้นในประเทศ) ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของช่องทางขายที่หลากหลายและผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่แตกต่างกัน
* **สต็อก:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระดับสต็อกสินค้าโดยตรง
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การเพิ่มขึ้นของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการ
* **ฤดูกาลผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบของฤดูกาลผลิตต่อผลประกอบการในปี 2564
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในปี 2564 โดยตรง
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ SSF สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการขยายตัวของยอดขายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจาก COVID-19 ที่มีต่อตลาดในประเทศได้ ประกอบกับการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น และการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่ช่วยเพิ่มกำไรจาก FX อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าระวางเรือที่สูงขึ้นยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา ขณะที่การฟื้นตัวของตลาดในประเทศและการรักษาโมเมนตัมการส่งออกจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในปีต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SSF ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,487.24
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
กำไรขั้นต้น
159.57
ล้านบาท
↑ 15.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.73
%
กำไรสุทธิ
12.88
ล้านบาท
↑ 35.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.87
%
D/E Ratio
0.52
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,487
↑ + 2.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
160
↑ + 15.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
13
↑ + 35.6%
YoY
D/E Ratio
0.52
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SSF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.52
ROE (%)
7.20
ROA (%)
8.13
Book Value/หุ้น
7.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SSF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-48
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+14
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SSF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-48.43
-78.79%
|
-228.30
+110.67%
|
-108.37
-3.94%
|
-112.81
-71.27%
|
-392.71
-144.78%
|
877.03
+46.93%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
13.66
-26.16%
|
18.50
-76.37%
|
78.28
-48.45%
|
151.85
+78.61%
|
85.02
-132.13%
|
-264.59
+28.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
146.76
-57.17%
|
342.68
+243.50%
|
99.76
-8.40%
|
108.91
-86.27%
|
793.35
-260.64%
|
-493.86
-16.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
112.00
-15.71%
|
132.87
+90.69%
|
69.68
-52.91%
|
147.96
-69.53%
|
485.67
+309.61%
|
118.57
-159.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
387.30
-15.46%
|
458.10
+40.68%
|
325.64
-19.45%
|
404.27
-31.83%
|
593.00
+24.99%
|
474.44
-29.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
714.46
+84.47%
|
387.30
-15.46%
|
458.10
+40.68%
|
325.64
-19.45%
|
404.27
-31.83%
|
593.00
+24.99%
|