บริษัท สุรพลฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
5.15
0.05 (0.96%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก กำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น จาก 2 บริษัทย่อย
SUP มีอัตรากาไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น เนื่องจากในปี 2563 มีปริมาณการผลิตเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2562 ประมาณร้อยละ 22.5 ทำให้การบริหารจัดการต้นทุนคงที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ประกอบกับการพัฒนาการผลิตให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สงผลต่อต้นทุนการผลิดปี 2563 ที่ลดลง
SUNIF มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น สาเหตุสำคัญเกิดจากต้นทุนวัตถุดิบไก่ลดลง รวมถึงการพัฒนาประสิทธิภาพ ของกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงอย่างเป็นสาระสำคัญ ประกอบกับค่าเงินบาทอ่อนค่าลง สงผลให้ราคาสินค้าที่ขายเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศเมื่อแปลงเป็นเงินบาท มีมูลค่าสูงขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3613 out_tok=2543 at=2026-07-26T06:33:32 -->
# SSF กำไร Q3/2564 พุ่ง 33% รับอานิสงส์ยอดขายโต-บริหารต้นทุนดี
## รายได้รวมโต 6.8% จากตลาดญี่ปุ่น-ออสเตรเลียหนุน ขณะที่ GPM ขยับขึ้นจากการปรับกลยุทธ์ผลิตสินค้า
บริษัท สุรพลฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SSF รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 59.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 6.8% และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งฝ่ายจัดการได้ปรับกลยุทธ์การผลิตและการขายเพื่อรับมือกับภาวะตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากราคาสินค้า/วัตถุดิบ, volume ขาย-ผลิต, GPM, FX/ส่งออก, ฤดูกาล, หรือ stock gain/loss
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SSF ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดส่งออก และการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ**
### 1) หัวใจคืออะไร
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือ **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 30.4% YoY มาอยู่ที่ 59.6 ล้านบาท** โดยมีแรงหนุนหลักจาก **รายได้จากการขายรวมที่เพิ่มขึ้น 6.8% YoY เป็น 1,519.5 ล้านบาท** และ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวสูงขึ้นจาก 15.9% เป็น 16.6%**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น:** เกิดจากการเติบโตในหลายบริษัทย่อย โดยเฉพาะ
* **บริษัท สุรพลฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) (SSF):** รายได้เพิ่มขึ้น 15.6% จากการขายสินค้าใหม่ในตลาดญี่ปุ่น ซึ่งเป็นช่องทางที่ยังเติบโตได้ดีแม้ในสถานการณ์ COVID-19
* **บริษัท สุราษฎร์ซีฟู้ดส์ จำกัด (SS):** รายได้เพิ่มขึ้น 45.8% จากการขายกุ้งแปรรูปและแช่แข็งที่เพิ่มขึ้นในตลาดหลักคือญี่ปุ่นและออสเตรเลีย
* **บริษัท สุรพลนิชิเรฟู้ดส์ จำกัด (SUNIF):** รายได้เพิ่มขึ้น 3.1% จากการสั่งซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่องของลูกค้าญี่ปุ่น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวสูงขึ้น:** เป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์ของฝ่ายจัดการในหลายบริษัทย่อย
* **SSF:** เน้นการผลิตและขายสินค้าที่ใช้เครื่องจักรมากกว่าแรงงาน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารจัดการต้นทุนการผลิตโดยรวมให้ลดลง
* **SS:** ปรับกลยุทธ์การขายสินค้าที่บริษัทมีความชำนาญและสามารถจัดการต้นทุนได้อย่างเหมาะสม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **การปรับกลยุทธ์การผลิตและการขาย:** ฝ่ายจัดการได้ปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับภาวะตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นสินค้าที่ผลิตด้วยเครื่องจักรและสินค้าที่สามารถจัดการต้นทุนได้ดี ซึ่งแนวโน้มนี้คาดว่าจะช่วยรักษา GPM ให้ดีขึ้นได้
* **การเติบโตในตลาดส่งออก:** การที่บริษัทย่อยสามารถเพิ่มยอดขายในตลาดญี่ปุ่นและออสเตรเลียได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดส่งออก โดยเฉพาะสินค้าใหม่และสินค้าที่บริษัทมีความชำนาญ
* **การสั่งซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง:** ลูกค้าประเทศญี่ปุ่นยังคงมีการสั่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการสินค้าของบริษัทในตลาดหลัก
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ COVID-19 และภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ Q3/2564 เพิ่มขึ้น 30.4% YoY เป็น 59.6 ล้านบาท** จาก 45.7 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายรวม Q3/2564 เพิ่มขึ้น 6.8% YoY เป็น 1,519.5 ล้านบาท**
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q3/2564 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 16.6%** จาก 15.9% ในปีก่อน
* **การเติบโตของรายได้หลักมาจากตลาดญี่ปุ่นและออสเตรเลีย** โดยเฉพาะสินค้ากุ้งแปรรูปและแช่แข็ง และสินค้าใหม่ของ SSF
* **การปรับกลยุทธ์การผลิตเน้นสินค้าที่ใช้เครื่องจักร** ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท สุรพลฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีผลกำไรสุทธิรวม 123.4 ล้านบาท (กำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 59.6 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิรวม 105.1 ล้านบาท (กำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 45.7 ล้านบาท) การเติบโตนี้มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย 6.8% และการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นจาก 15.9% เป็น 16.6% ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การขายที่สอดคล้องกับสภาวะตลาด
## โอกาส
* **การขยายตลาดส่งออก:** การเติบโตของยอดขายในตลาดญี่ปุ่นและออสเตรเลีย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดสำหรับสินค้าแปรรูปและแช่แข็ง
* **การพัฒนาสินค้าใหม่:** การเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ได้รับการตอบรับที่ดีในตลาดญี่ปุ่น เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้า
* **การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต:** การเน้นสินค้าที่ผลิตด้วยเครื่องจักรและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **การปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับกลยุทธ์การผลิตและการขายให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จะช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขัน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ราคาวัตถุดิบอาหารทะเลอาจมีความผันผวนตามฤดูกาลและปัจจัยภายนอก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19:** แม้ตลาดส่งออกบางแห่งจะยังคงมีการสั่งซื้อ แต่การแพร่ระบาดของโรคอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่ง โลจิสติกส์ และกำลังซื้อของผู้บริโภคในบางตลาด
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** การส่งออกเป็นสัดส่วนสำคัญของรายได้ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรเมื่อแปลงเป็นเงินบาท (เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบ FX โดยตรง แต่เป็นความเสี่ยงทั่วไปของธุรกิจส่งออก)
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายในตลาดญี่ปุ่นและออสเตรเลีย:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** การปรับกลยุทธ์การผลิตจะส่งผลต่อ GPM ในระยะยาวอย่างไร
* **การพัฒนาและเปิดตัวสินค้าใหม่:** จะมีสินค้าใหม่ที่สามารถสร้างการเติบโตได้ในอนาคตหรือไม่
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19:** ต่อการดำเนินงานและอุปสงค์ในตลาดหลัก
* **การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะอาหารทะเล ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **Volume การขาย:** มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในบริษัทย่อย SS (กุ้งแปรรูปและแช่แข็ง) และ SSF (สินค้าใหม่) ซึ่งบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในตลาดส่งออก
* **ราคาขาย/สินค้า:** การเน้นขายสินค้าใหม่ของ SSF และการจัดการต้นทุนสินค้าของ SS แสดงให้เห็นถึงการปรับกลยุทธ์ด้านราคาและส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่ม GPM
* **GPM:** การเพิ่มขึ้นของ GPM เป็นผลโดยตรงจากการปรับกลยุทธ์การผลิตและการขาย โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่ผลิตด้วยเครื่องจักรของ SSF และการจัดการต้นทุนที่เหมาะสมของ SS
* **ช่องทางขาย:** ตลาดญี่ปุ่นยังคงเป็นช่องทางขายที่สำคัญและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขายสินค้าใหม่
* **สต็อก:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระดับสต็อกโดยตรง
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การเติบโตของรายได้จากการขายในตลาดญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ย้ำถึงความสำคัญของตลาดส่งออก แม้จะไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
* **ฤดูกาลผลิต:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การดำเนินงานของบริษัทอาหารทะเลมักมีความเชื่อมโยงกับฤดูกาลจับสัตว์น้ำ ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณและราคาวัตถุดิบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ฉบับนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
SSF โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ที่เติบโต 30.4% YoY จากการขับเคลื่อนของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 6.8% โดยเฉพาะในตลาดส่งออกอย่างญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น ฝ่ายจัดการได้ปรับกลยุทธ์การผลิตและการขายเพื่อรับมือกับสภาวะตลาด ซึ่งแนวโน้มนี้มีโอกาสที่จะส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ผลกระทบจาก COVID-19 และการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SSF ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
1,487.24
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
กำไรขั้นต้น
159.57
ล้านบาท
↑ 15.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.73
%
กำไรสุทธิ
12.88
ล้านบาท
↑ 35.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.87
%
D/E Ratio
0.52
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,487
↑ + 2.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
160
↑ + 15.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
13
↑ + 35.6%
YoY
D/E Ratio
0.52
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SSF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.52
ROE (%)
7.20
ROA (%)
8.13
Book Value/หุ้น
7.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SSF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-48
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+14
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SSF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-48.43
-78.79%
|
-228.30
+110.67%
|
-108.37
-3.94%
|
-112.81
-71.27%
|
-392.71
-144.78%
|
877.03
+46.93%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
13.66
-26.16%
|
18.50
-76.37%
|
78.28
-48.45%
|
151.85
+78.61%
|
85.02
-132.13%
|
-264.59
+28.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
146.76
-57.17%
|
342.68
+243.50%
|
99.76
-8.40%
|
108.91
-86.27%
|
793.35
-260.64%
|
-493.86
-16.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
112.00
-15.71%
|
132.87
+90.69%
|
69.68
-52.91%
|
147.96
-69.53%
|
485.67
+309.61%
|
118.57
-159.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
387.30
-15.46%
|
458.10
+40.68%
|
325.64
-19.45%
|
404.27
-31.83%
|
593.00
+24.99%
|
474.44
-29.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
714.46
+84.47%
|
387.30
-15.46%
|
458.10
+40.68%
|
325.64
-19.45%
|
404.27
-31.83%
|
593.00
+24.99%
|