บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)
SET · บริการเฉพาะกิจ
4.76
0.02 (0.42%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเกิดจาก รายได้ค่าบริหารจัดการบุคลากร เพิ่มขึ้น 13.55 ล้านบาท +3.15% จากปีก่อน ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด – 19
ในขณะที่ รวมค่าใช้จ่าย เพิ่มขึ้น 3.47 ล้านบาท +0.76% น้อยกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5558 out_tok=2733 at=2026-07-26T05:10:46 -->
# SO กำไรสุทธิ Q1/65 แผ่วลงเล็กน้อย YoY รับแรงกดดันต้นทุนแรงงาน-ค่าใช้จ่ายพิเศษ
## รายได้รวมโต 8.85% แต่ต้นทุนพุ่งฉุดกำไรสุทธิลด 1.07% ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายพิเศษ
บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 554.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 1.07% มาอยู่ที่ 38.88 ล้านบาท โดยมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนการให้บริการจัดหาบุคลากรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายพิเศษที่ไม่ประจำ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ SO ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนด้านแรงงานและค่าใช้จ่ายพิเศษที่ไม่ประจำ** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีถึง 8.85% แต่ต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 19.19% ใน Q1/64 มาอยู่ที่ 17.58% ใน Q1/65 และกดดันกำไรสุทธิให้ลดลง 1.07%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนด้านแรงงานเกิดจากการปรับอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเป็นอัตราร้อยละ 5 ในปี 2565 เทียบกับอัตราร้อยละ 3 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐในช่วง COVID-19 นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายพิเศษที่ไม่ประจำ เช่น ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษารถยนต์เช่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการให้บริการโดยตรง
ในส่วนของรายได้นั้น รายได้ค่าบริหารจัดการบุคลากรเพิ่มขึ้น 8.41% เป็นผลมาจากการทำสัญญาใหม่ในส่วนงานบริหารจัดการพนักงานขับรถ ส่วนรายได้ค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้น 3.75% จากการได้ลูกค้าหน่วยงานรัฐบาลรายใหญ่เข้ามาทำสัญญาระยะยาว ขณะที่กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ให้เช่ารอการขายและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 76.41% จากปริมาณรถยนต์ที่ขายได้มากขึ้น และรายได้อื่นเพิ่มขึ้นมากจากการเป็น Validator node และได้รับผลตอบแทนเป็น KUB coin
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นคือการปรับขึ้นของเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นตามกฎหมายและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต ส่วนค่าใช้จ่ายพิเศษ เช่น ค่าซ่อมแซมรถยนต์เช่า เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไม่ประจำและไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นในระดับใดในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมีรายได้พิเศษจากการเป็น Validator node และได้รับผลตอบแทนเป็น KUB coin เป็นปัจจัยที่อาจสร้างรายได้เพิ่มเติมได้ในอนาคต แต่ยังคงต้องติดตามความต่อเนื่องของรายได้ส่วนนี้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต:** รายได้รวม Q1/65 อยู่ที่ 554.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.85% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ค่าบริหารจัดการบุคลากรที่เพิ่มขึ้น 8.41% และรายได้ค่าเช่าและบริการที่เพิ่มขึ้น 3.75%
* **กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย:** กำไรสุทธิ Q1/65 อยู่ที่ 38.88 ล้านบาท ลดลง 1.07% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.19% ใน Q1/64 มาอยู่ที่ 17.58% ใน Q1/65
* **ต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายพิเศษกดดัน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนด้านแรงงานจากการปรับเงินสมทบประกันสังคม และค่าใช้จ่ายพิเศษที่ไม่ประจำ เช่น ค่าซ่อมแซมรถยนต์เช่า เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่ออัตรากำไร
* **รายได้พิเศษจาก KUB coin:** บริษัทมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเป็น Validator node และได้รับผลตอบแทนเป็น KUB coin
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น:** สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q1/65 อยู่ที่ 1,589.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.24% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากลูกหนี้การค้าและค่าเบี้ยประกันจ่ายล่วงหน้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 554.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.10 ล้านบาท หรือ 8.85% เมื่อเทียบกับ 509.76 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริหารจัดการบุคลากร 37.36 ล้านบาท และรายได้ค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้น 2.31 ล้านบาท รวมถึงกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ให้เช่ารอการขายและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น 2.17 ล้านบาท และรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น 3.26 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการให้บริการจัดหาบุคลากรได้เพิ่มขึ้น 39.90 ล้านบาท และต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้น 0.92 ล้านบาท รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารที่เพิ่มขึ้น 4.76 ล้านบาท ส่งผลให้รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 45.58 ล้านบาท ทำให้กำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้ลดลง 0.48 ล้านบาท หรือ 0.98% มาอยู่ที่ 48.64 ล้านบาท
เมื่อหักค่าใช้จ่ายทางการเงิน (ซึ่งไม่มีในงวดนี้) และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลงเล็กน้อย ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 38.88 ล้านบาท ลดลง 0.42 ล้านบาท หรือ 1.07% เมื่อเทียบกับ 39.30 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564
## โอกาส
* **การขยายฐานลูกค้าใหม่:** การได้ลูกค้าประเภทหน่วยงานของรัฐบาลรายใหญ่เข้ามาทำสัญญาระยะยาวในธุรกิจบริการรถยนต์ให้เช่า เป็นสัญญาณที่ดีของการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มองค์กร
* **รายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัล:** การมีรายได้จากการเป็น Validator node และได้รับผลตอบแทนเป็น KUB coin เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ๆ จากเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งอาจมีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต
* **การทำสัญญาใหม่:** การทำสัญญาใหม่ในส่วนงานบริหารจัดการพนักงานขับรถในไตรมาส 3 ปี 2564 ส่งผลให้รายได้ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการหาลูกค้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเดิม
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนแรงงานที่ผันผวน:** การเปลี่ยนแปลงอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม หรือการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการให้บริการจัดหาบุคลากร ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท
* **ค่าใช้จ่ายพิเศษที่ไม่ประจำ:** ค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เช่น ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษารถยนต์เช่า อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในแต่ละไตรมาส
* **ความไม่แน่นอนของรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัล:** รายได้ที่เกิดจากการเป็น Validator node และได้รับผลตอบแทนเป็น KUB coin อาจมีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดของสกุลเงินดิจิทัล
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนแรงงาน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม และนโยบายค่าแรงของภาครัฐ
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายพิเศษ:** ความสามารถของบริษัทในการควบคุมและบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ไม่ประจำ เช่น ค่าซ่อมบำรุง
* **การเติบโตของรายได้จาก KUB coin:** ความต่อเนื่องและมูลค่าของผลตอบแทนที่ได้รับจากการเป็น Validator node
* **การขยายฐานลูกค้าใหม่:** ความสำเร็จในการหาลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มหน่วยงานภาครัฐและองค์กรขนาดใหญ่
* **การบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เช่า:** ปริมาณและราคาขายของรถยนต์ให้เช่ารอการขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้ค่าบริหารจัดการบุคลากร:** เพิ่มขึ้น 8.41% YoY เป็นผลจากการทำสัญญาใหม่ในส่วนงานบริหารจัดการพนักงานขับรถ ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจหลัก
* **รายได้ค่าเช่าและบริการ:** เพิ่มขึ้น 3.75% YoY จากการได้ลูกค้าหน่วยงานรัฐบาลรายใหญ่ทำสัญญาระยะยาว แสดงถึงความแข็งแกร่งในการให้บริการแก่ลูกค้าองค์กร
* **กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์:** เพิ่มขึ้น 76.41% YoY จากปริมาณรถยนต์ให้เช่าที่ขายได้มากขึ้น บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่อาจมีการหมุนเวียน
* **รายได้อื่น:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 241.48% YoY จากการเป็น Validator node และได้รับผลตอบแทนเป็น KUB coin ซึ่งเป็นรายได้ใหม่ที่น่าจับตา
* **ต้นทุนการให้บริการ:** เพิ่มขึ้น 11.01% YoY สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ แต่สูงกว่าอัตราการเติบโตของรายได้เล็กน้อย ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 9.14% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากค่าที่ปรึกษาที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,589.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.24% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและค่าเบี้ยประกันจ่ายล่วงหน้า
หนี้สินรวมอยู่ที่ 598.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.88% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าแรงค้างจ่าย
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 990.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.08% จากสิ้นปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ประมาณ 0.60 เท่า (598.90 / 990.76) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
SO ในไตรมาส 1 ปี 2565 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้รวมได้ถึง 8.85% จากการขยายตัวของธุรกิจหลักและการได้ลูกค้าใหม่ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับปรับตัวลดลงเล็กน้อย 1.07% เนื่องจากแรงกดดันจากต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นจากการปรับเงินสมทบประกันสังคม และค่าใช้จ่ายพิเศษที่ไม่ประจำ ขณะที่รายได้อื่นจากสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา แม้ว่าปัจจัยกดดันด้านต้นทุนอาจมีลักษณะครั้งคราว แต่บริษัทต้องบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และติดตามความผันผวนของรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SO ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
734.94
ล้านบาท
↑ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
110.79
ล้านบาท
↓ 2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.08
%
กำไรสุทธิ
48.38
ล้านบาท
↓ 17.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.58
%
D/E Ratio
1.25
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
735
↑ + 3.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
111
↓ -2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
48
↓ -17.7%
YoY
D/E Ratio
1.25
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.25
ROE (%)
20.68
ROA (%)
11.79
Book Value/หุ้น
2.48
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-190
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-147
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-189.71
+488.80%
|
-32.22
-60.06%
|
-80.68
+39.73%
|
-57.74
-54.56%
|
-127.06
-150.77%
|
250.25
+63.36%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-146.61
-2,281.70%
|
6.72
-1,823.08%
|
-0.39
-99.67%
|
-117.94
+444.00%
|
-21.68
-152.94%
|
40.95
-5.91%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
416.74
+129.44%
|
181.63
-10.59%
|
203.14
+106.21%
|
98.51
-14.29%
|
114.93
-187.80%
|
-130.90
-33.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
80.44
-48.32%
|
155.66
-1,163.25%
|
-14.64
-90.64%
|
-156.35
+336.12%
|
-35.85
-122.36%
|
160.31
+13,719.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
42.60
-74.93%
|
169.92
-19.63%
|
211.43
+42.95%
|
147.90
-19.51%
|
183.75
+683.92%
|
23.44
+5.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|