บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
17.70
0.30 (1.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9952 out_tok=2891 at=2026-07-26T05:32:52 -->
# SKY Q3/2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 35.57 ล้านบาท รับแรงกดดันต้นทุน-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
## รายได้บริการฟื้นตัว แต่ต้นทุน-ค่าใช้จ่ายพุ่ง กดดันกำไรสุทธิ Q3/2565
บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 35.57 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 14.54 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากต้นทุนค่าเสื่อมราคาและการตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงการใหม่ รวมถึงผลขาดทุนจากโครงการ APPS และ PNR ประกอบกับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่รายได้รวมปรับลดลงเล็กน้อย แต่รายได้จากการบริการมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SKY ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 35.57 ล้านบาท มาจาก **ภาระต้นทุนค่าเสื่อมราคาและการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่สูงขึ้นจากโครงการใหม่ๆ ที่เริ่มดำเนินการ** ประกอบกับ **ผลขาดทุนที่ยังคงมีอยู่จากโครงการ APPS และ PNR** รวมถึง **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** ซึ่งหักล้างกับการฟื้นตัวของรายได้จากการบริการ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนค่าเสื่อมราคาสูงจากโครงการใหม่:** บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากการให้บริการระบบบริการผู้โดยสารขึ้นเครื่อง (CUPPS) ที่สนามบินดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่ และแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2565 อย่างไรก็ตาม รายได้ที่รับรู้ในช่วงแรกยังน้อยกว่าต้นทุนค่าเสื่อมราคาและการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่ลงทุนไป ทำให้เกิดผลขาดทุนในส่วนนี้ 11.54 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565
* **ผลขาดทุนต่อเนื่องจากโครงการ APPS และ PNR:** แม้จะมีการฟื้นตัวของจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศจากการผ่อนคลายมาตรการ Thailand Pass แต่โครงการ APPS และ PNR ยังคงมีผลขาดทุนรวม 135.58 ล้านบาทในปี 2565 โดยในไตรมาส 3/2565 มีผลขาดทุน 11.54 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า
* **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 3 ทำให้บริษัทต้องรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนของเจ้าหนี้การค้าต่างประเทศเป็นจำนวน 19.32 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายและวางระบบลดลง:** รายได้ส่วนนี้ลดลง 32.92% เนื่องจากโครงการที่ส่งมอบในไตรมาส 3/2565 มีมูลค่าโครงการน้อยกว่าปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม:** ปัจจัยเรื่องต้นทุนค่าเสื่อมราคาจากโครงการ CUPPS ใหม่ๆ คาดว่าจะเป็นลักษณะครั้งคราวเมื่อเริ่มดำเนินการ และจะค่อยๆ ลดลงเมื่อรายได้เติบโตตามจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายบริหารคาดว่าโครงการ APPS และ PNR จะสามารถมีผลกำไรได้ในไม่ช้า ซึ่งเป็นสัญญาณบวก อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 35.57 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 14.54 ล้านบาทใน Q3/2564
* **รายได้รวม 680.31 ล้านบาท:** ลดลง 3.78% YoY
* **รายได้จากการบริการโต 34.59%:** เป็นปัจจัยบวกหลัก หนุนจากโครงการ CUPPS และ APPS/PNR ที่ฟื้นตัว
* **ต้นทุนรวมเพิ่ม 6.05%:** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 23.69% เหลือ 15.84%
* **ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่ม 24.10%:** หลักๆ มาจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
* **รับรู้ผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 19.32 ล้านบาท:** จากค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้นมาก:** เป็น 23.33 ล้านบาท จาก 0.67 ล้านบาทในปีก่อน โดยหลักมาจากบริษัท เอสเอแอล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (SAL) ที่พลิกมีกำไร
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY มีรายได้รวม 680.31 ล้านบาท ลดลง 3.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 707.00 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการจำหน่ายและวางระบบแบบเบ็ดเสร็จ 32.92% อย่างไรก็ตาม รายได้จากการบริการมีการเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 34.59% คิดเป็น 439.10 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจการบินและภาคการท่องเที่ยว
ในด้านต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น 6.05% เป็น 571.66 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 23.69% ในปีก่อน เหลือ 15.84% ในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะอัตรากำไรขั้นต้นของส่วนงานบริการที่ลดลงเนื่องจากการรับรู้ต้นทุนค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงการใหม่ๆ ที่สูงกว่ารายได้ที่รับรู้ในช่วงแรก
ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 24.10% เป็น 155.40 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อลงทุนในโครงการขนาดใหญ่
ทั้งหมดนี้ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 จำนวน 35.57 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 14.54 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจ Digital Platform:** บริษัทมุ่งเน้นงาน Digital Platform ต่อเนื่อง โดยเฉพาะ TOSSAKAN หรือ "ทศกัณฐ์" แพลตฟอร์มระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะเพื่อขยายตลาดภาคเอกชน ซึ่งจะสร้างรายได้ที่ยั่งยืนในอนาคต
* **การพัฒนาแอปพลิเคชัน SAWASDEE by AOT:** การปรับโฉมแอปพลิเคชันเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักเดินทาง ณ ท่าอากาศยาน 6 แห่ง มุ่งสู่ "Digital Airports สนามบินมีชีวิต" ตอบโจทย์การบริการนักท่องเที่ยวและการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านแอปพลิเคชัน
* **ความร่วมมือด้าน e-KYC และ Face Recognition:** การร่วมมือกับ AppMan เพื่อทำการตลาดแพลตฟอร์ม e-KYC และเทคโนโลยี Face Recognition จากพันธมิตรระดับโลก จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในภาคธุรกิจที่ต้องการความปลอดภัยสูง
* **การฟื้นตัวของธุรกิจการบินและท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางส่งผลดีต่อรายได้จากโครงการที่เกี่ยวข้องกับการบิน เช่น CUPPS และ APPS/PNR
* **การพลิกมีกำไรของบริษัทร่วม:** การที่บริษัท เอสเอแอล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (SAL) พลิกมีกำไรจากการลงทุนใน AOTGA ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเปิดประเทศและขยายธุรกิจคลังสินค้า
## ความเสี่ยง
* **ผลขาดทุนจากโครงการ APPS และ PNR:** แม้มีแนวโน้มดีขึ้น แต่โครงการยังคงมีผลขาดทุน ซึ่งกระทบต่อกระแสเงินสดหมุนเวียนและภาระต้นทุนทางการเงิน
* **ต้นทุนค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงการใหม่:** โครงการ CUPPS ใหม่ๆ ที่เริ่มดำเนินการ ทำให้มีต้นทุนสูงกว่ารายได้ที่รับรู้ในช่วงแรก
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี:** การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วและการแข่งขันที่สูงอาจส่งผลต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ
* **การพึ่งพิงลูกค้าหลัก:** การมีลูกค้าหลักในโครงการภาครัฐ อาจมีความเสี่ยงหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการจัดซื้อจัดจ้าง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มผลประกอบการโครงการ APPS และ PNR:** จะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ตามที่ฝ่ายบริหารคาดการณ์หรือไม่
* **การรับรู้รายได้และต้นทุนของโครงการ CUPPS ใหม่:** อัตราการเติบโตของผู้โดยสารจะช่วยชดเชยต้นทุนค่าเสื่อมราคาได้เร็วเพียงใด
* **ความคืบหน้าในการขยายธุรกิจ Digital Platform:** โดยเฉพาะ TOSSAKAN และการพัฒนาแอปพลิเคชัน SAWASDEE by AOT
* **การบริหารจัดการความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน:** กลยุทธ์ Hedging จะสามารถลดผลกระทบจากค่าเงินบาทที่ผันผวนได้มากน้อยเพียงใด
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** โดยเฉพาะ SAL ที่มีแนวโน้มดีขึ้น จะส่งผลต่อส่วนแบ่งกำไรของ SKY อย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
* **Product Mix:** รายได้จากการบริการเติบโตโดดเด่น 34.59% คิดเป็น 64.65% ของรายได้หลัก สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจบริการที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง ขณะที่รายได้จากการขายและวางระบบแบบเบ็ดเสร็จลดลง 32.92% เนื่องจากโครงการมีมูลค่าเล็กลง
* **Recurring Revenue:** โครงการบริการระยะยาว เช่น CUPPS, APPS/PNR และการบำรุงรักษาระบบ เป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญและมีแนวโน้มเติบโตตามการฟื้นตัวของภาคการบิน
* **R&D:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดการลงทุนด้าน R&D โดยตรง แต่การพัฒนาแพลตฟอร์ม TOSSAKAN และแอปพลิเคชัน SAWASDEE by AOT สะท้อนการลงทุนในนวัตกรรมเพื่อสร้างการเติบโต
* **ลูกค้าหลัก:** ลูกค้าหลักยังคงเป็นหน่วยงานภาครัฐ เช่น ท่าอากาศยานไทย (AOT) และหน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่
* **Margin:** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 23.69% เหลือ 15.84% เนื่องจากต้นทุนค่าเสื่อมราคาสูงในโครงการใหม่ และการรับรู้ผลขาดทุนจาก APPS/PNR
* **การขยายตลาด/พาร์ทเนอร์:** มีการขยายตลาดภาคเอกชนด้วย TOSSAKAN และร่วมมือกับ AppMan ในด้าน e-KYC และ Face Recognition
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้แสดงรายละเอียดงบดุลหรืองบกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึง:
* **การใช้เงินกู้ยืม:** บริษัทมีความจำเป็นต้องใช้วงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น และมีการออกหุ้นกู้ในไตรมาส 2 และ 3 ปี 2565 เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 26.91% เป็น 61.88 ล้านบาท จากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้
## สรุปท้าย
SKY ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากโครงการใหม่ๆ และผลขาดทุนจากโครงการ APPS/PNR รวมถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้พลิกขาดทุนสุทธิ แม้ว่ารายได้จากการบริการจะเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของภาคการบินและท่องเที่ยว โอกาสในการเติบโตยังคงอยู่ที่การขยายธุรกิจ Digital Platform และการฟื้นตัวของโครงการเดิม ขณะที่ความเสี่ยงหลักคือความผันผวนของต้นทุนทางการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนในโครงการใหม่ๆ เพื่อให้สามารถสร้างกำไรได้ในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SKY ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
2,423.96
ล้านบาท
↑ 20.9% YoY
กำไรขั้นต้น
399.38
ล้านบาท
↑ 10.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.48
%
กำไรสุทธิ
155.05
ล้านบาท
↑ 16.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.40
%
D/E Ratio
1.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,424
↑ + 20.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
399
↑ + 10.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
155
↑ + 16.8%
YoY
D/E Ratio
1.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SKY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.07
ROE (%)
12.39
ROA (%)
9.48
Book Value/หุ้น
8.78
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SKY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,020
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+681
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SKY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,020.44
-889.33%
|
-255.97
-198.12%
|
260.87
-80.27%
|
1,322.25
+34.23%
|
985.04
-854.07%
|
-130.63
-92.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
681.05
+10.75%
|
614.97
-52.70%
|
1,300.20
-344.29%
|
-532.23
-126.95%
|
1,974.80
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-640.11
-138.93%
|
1,644.06
-161.87%
|
-2,657.41
+21.63%
|
-2,184.82
-33.97%
|
-3,309.07
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,763.47
+125.80%
|
780.98
-140.51%
|
-1,927.87
+2,178.27%
|
-84.62
-176.24%
|
110.99
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|