บริษัท ทักษิณคอนกรีต จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
9.10
+0.05 (+0.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11517 out_tok=3116 at=2026-07-26T04:08:26 -->
# SCP กำไร Q3/64 หดตัว 61% รับต้นทุนเหล็กพุ่ง-การแข่งขันสูง
## รายได้รวมวูบ 11% ต้นทุนพุ่ง 8% กดดันกำไรขั้นต้น-สุทธิ
บริษัท ทักษิณคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SCP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 376.34 ล้านบาท ลดลง 11.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ต้นทุนขายและบริการรวมปรับเพิ่มขึ้น 8.33% ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 61.36% มาอยู่ที่ 25.64 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.08 บาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ SCP ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาเหล็ก ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตคอนกรีต ได้ปรับสูงขึ้นเฉลี่ยถึง 30% ประกอบกับการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่รุนแรง ทำให้บริษัทไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทันท่วงที** ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงจาก 120.04 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2563 เหลือเพียง 74.62 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2564 คิดเป็นการลดลง 37.82% และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 28.61% เหลือ 20.28%
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 1.72% เป็นผลมาจากการตั้งประมาณการหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 8.11 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากเกณฑ์มาตรฐานบัญชีใหม่ในการประมาณการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ประกอบกับปัญหาการเบิกค่างานจากภาครัฐบาลของลูกหนี้การค้า ทำให้ระยะเวลาการรับชำระเงินนานขึ้น ส่งผลกระทบต่อประมาณการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การปรับตัวสูงขึ้นของราคาเหล็ก ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก เกิดจากปัจจัยด้านอุปทานและอุปสงค์ในตลาดโลก ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ทำให้ต้นทุนการผลิตคอนกรีตของ SCP เพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม ทำให้บริษัทไม่สามารถผลักภาระต้นทุนส่วนเพิ่มนี้ไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง
ส่วนของการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากทั้งเกณฑ์บัญชีใหม่ที่เข้มงวดขึ้น และปัญหาการชำระเงินล่าช้าจากภาครัฐ ซึ่งเป็นลูกค้ารายสำคัญของบริษัท ทำให้บริษัทต้องตั้งสำรองเผื่อการผิดนัดชำระหนี้ที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากเอกสารระบุว่าราคาเหล็กที่เป็นวัตถุดิบหลักได้ปรับสูงขึ้นโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 30 และการแข่งขันที่รุนแรงทำให้ไม่สามารถปรับราคาขายให้สอดคล้องได้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบในปัจจุบัน หากสถานการณ์ราคาเหล็กยังคงทรงตัวในระดับสูง หรือปรับตัวสูงขึ้นอีก ประกอบกับการแข่งขันที่ยังคงมีอยู่ จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาการเบิกค่างานจากภาครัฐบาลอาจเป็นปัจจัยชั่วคราวที่ต้องติดตามว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในไตรมาสถัดไปหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/64 ลดลง 61.36% YoY** อยู่ที่ 25.64 ล้านบาท จาก 66.10 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/64 ลดลง 11.04% YoY** อยู่ที่ 376.34 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและบริการรวม Q3/64 เพิ่มขึ้น 8.33% YoY** อยู่ที่ 293.36 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/64 หดตัว** เหลือ 20.28% จาก 28.61% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร Q3/64 เพิ่มขึ้น 1.72% YoY** เป็น 50.56 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 64 ลดลง 6.62% YoY** อยู่ที่ 91.25 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีรายได้รวม 376.34 ล้านบาท ลดลง 11.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายลดลง 12.27% มาอยู่ที่ 275.20 ล้านบาท รายได้จากการให้บริการลดลง 12.44% มาอยู่ที่ 92.78 ล้านบาท และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 145.34% มาอยู่ที่ 8.37 ล้านบาท
ต้นทุนขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 8.33% เป็น 293.36 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 37.82% มาอยู่ที่ 74.62 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 20.28%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 1.72% เป็น 50.56 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนลดลง 61.36% มาอยู่ที่ 25.64 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 6.81%
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีรายได้รวม 1,215.04 ล้านบาท ลดลง 5.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายลดลง 5.57% มาอยู่ที่ 911.30 ล้านบาท รายได้จากการให้บริการลดลง 5.67% มาอยู่ที่ 289.07 ล้านบาท และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 25.45% มาอยู่ที่ 14.66 ล้านบาท
ต้นทุนขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 7.58% เป็น 938.19 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 29.99% มาอยู่ที่ 262.19 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 21.84%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 1.06% เป็น 156.56 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนลดลง 6.62% มาอยู่ที่ 91.25 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 7.51%
## โอกาส
* **โครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินงานต่อเนื่อง:** บริษัทมีโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินงานต่อเนื่องในไตรมาส 4/2564 เช่น โครงการมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี, โครงการบรรเทาอุทกภัย นครศรีธรรมราช, โครงการป้องกันชายฝั่ง ยะหริ่ง สงขลา, โครงการถนนทางหลวง 404 ยะลา-ปัตตานี, โครงการป้องกันตลิ่ง ท่า-พนม นครพนม, โครงการถนนเชื่อมท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี, สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 และโรงงานแป้งสาลี สมุทรปราการ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ในอนาคต
* **การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียน:** มีการเพิ่มขึ้นในส่วนของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นของเงินลงทุนในกองทุนเปิดที่เพิ่มขึ้น 51.315 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 87.116 ล้านบาท ซึ่งอาจสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการดำเนินงานหรือการลงทุนในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** ราคาเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงทำให้บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้นได้
* **ปัญหาการเบิกค่างานจากภาครัฐ:** ลูกหนี้การค้าประสบปัญหาการเบิกค่างวดงานจากภาครัฐบาล ทำให้ระยะเวลาการรับชำระเงินนานขึ้น และส่งผลต่อการประมาณการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
* **การเปลี่ยนแปลงเกณฑ์มาตรฐานบัญชี:** การนำเกณฑ์มาตรฐานบัญชีใหม่มาใช้ในการประมาณการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ส่งผลให้ต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเหล็ก:** ติดตามทิศทางราคาเหล็กในตลาดโลกและผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของบริษัท
* **การปรับขึ้นราคาขาย:** ความสามารถของบริษัทในการปรับขึ้นราคาขายสินค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **การบริหารจัดการหนี้สงสัยจะสูญ:** ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการเบิกค่างานจากภาครัฐ และผลกระทบต่อการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ
* **การดำเนินงานโครงการใหม่:** ความคืบหน้าและผลประกอบการจากโครงการขนาดใหญ่ที่กำลังดำเนินงานอยู่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** มาตรการของบริษัทในการควบคุมและลดต้นทุนการผลิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ทักษิณคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SCP ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาเหล็กที่เพิ่มขึ้นถึง 30% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักกดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 28.61% ในปีก่อน เหลือเพียง 20.28% ในไตรมาสนี้ การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมทำให้ SCP ไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาขายได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ ปัญหาการเบิกค่างวดงานจากภาครัฐบาลของลูกหนี้การค้า ส่งผลให้ระยะเวลาการรับชำระเงินนานขึ้น และทำให้บริษัทต้องตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กระทบต่อกำไรสุทธิ แม้ว่าบริษัทจะมีโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินงานต่อเนื่องหลายโครงการ ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต แต่ความสามารถในการทำกำไรยังคงถูกกดดันจากปัจจัยด้านต้นทุนและสภาพการแข่งขัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,435.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.43 ล้านบาท โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียน 47.52 ล้านบาท จากเงินลงทุนในกองทุนเปิดและสินค้าคงเหลือ ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 10.09 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 339.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.16 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 24.27 ล้านบาท เป็น 2,096.88 ล้านบาท แม้ว่าจะมีกำไรสะสมลดลงจากการจ่ายเงินปันผลและสำรองหุ้นซื้อคืน แต่ส่วนนี้เพิ่มขึ้นจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาตราสารทุนที่บริษัทลงทุน
กระแสเงินสดสุทธิปลายงวดอยู่ที่ 209.51 ล้านบาท โดยมีเงินสดสุทธิได้มาจากการดำเนินงาน 100.84 ล้านบาท แต่มีการใช้เงินสดสุทธิในกิจกรรมการลงทุน 38.91 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 115.50 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจ่ายเงินปันผล 110.58 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.16 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
SCP ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะเหล็ก และการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีโครงการขนาดใหญ่ที่รอรับรู้รายได้ในอนาคต และฐานะการเงินที่ยังคงแข็งแกร่ง แต่ความสามารถในการทำกำไรในระยะสั้นยังคงต้องจับตาแนวโน้มราคาเหล็กและการปรับขึ้นราคาขาย รวมถึงการบริหารจัดการหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้น.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCP ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
494.21
ล้านบาท
↓ 9.3% YoY
กำไรขั้นต้น
278.08
ล้านบาท
↓ 9.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
56.27
%
กำไรสุทธิ
12.10
ล้านบาท
↓ 81.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.45
%
D/E Ratio
0.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
494
↓ -9.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
278
↓ -9.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
12
↓ -81.7%
YoY
D/E Ratio
0.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.22
ROE (%)
12.89
ROA (%)
13.56
Book Value/หุ้น
7.44
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-283
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-777
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-283.14
+41.41%
|
-200.22
-9.36%
|
-220.90
+33.43%
|
-165.55
-6.99%
|
-178.00
-163.15%
|
281.86
-21.67%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-777.40
+324.04%
|
-183.33
-157.72%
|
317.62
-300.10%
|
-158.73
-138.00%
|
417.75
-269.69%
|
-246.18
+734.23%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
433.24
+318.95%
|
103.41
+142.18%
|
42.70
-61.57%
|
111.10
+6.55%
|
104.27
-158.46%
|
-178.35
+13.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-627.28
+123.92%
|
-280.13
-300.91%
|
139.43
-165.40%
|
-213.18
-161.97%
|
344.01
-341.12%
|
-142.67
-182.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
630.26
+20.20%
|
524.35
-19.66%
|
652.67
+19.79%
|
544.86
+107.12%
|
263.07
-35.16%
|
405.74
+74.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
962.36
+52.69%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|