SCL
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SCL
บริษัท เอส.ซี.แอล.มอเตอร์ พาร์ท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.65
0.01 (0.60%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6879 out_tok=2740 at=2026-07-26T03:25:55 --> # SCL กำไร Q3/66 ทรงตัว เหตุต้นทุนการเงินพุ่ง หักล้างรายได้โต ## รายได้จากการขาย Genuine Parts หนุน Q3 โต 5.57% แต่กำไรสุทธิทรงตัว เหตุค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มสูง บริษัท เอส.ซี.แอล.มอเตอร์พาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SCL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 8.06 ล้านบาท ทรงตัวใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 8.09 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 5.57% เป็น 376.99 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากธุรกิจอะไหล่แท้ (Genuine Parts) ที่กลับมาฟื้นตัวตามภาวะปกติ และการทำการตลาดอะไหล่ทดแทน (Replacement Parts) อย่างต่อเนื่อง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SCL ในไตรมาส 3 ปี 2566 ทรงตัว แม้รายได้จากการขายจะเติบโต คือ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งหักล้างผลบวกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและกำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น **1) หัวใจคืออะไร** หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ SCL ในไตรมาส 3 ปี 2566 ไม่เติบโตตามรายได้ คือ **ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 82.88%** หรือ 2.13 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 13.46% หรือ 5.13 ล้านบาท และการเติบโตของรายได้จากการขายที่ 5.57% หรือ 19.88 ล้านบาท **2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น** เอกสารระบุว่า ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนี้ เกิดจากการ **กู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการกลับรายการค่าเผื่อหนี้สูญจากการจำหน่ายสินค้าค้างสต็อกบางส่วน ทำให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit) ปรับตัวดีขึ้นจาก 10.67% เป็น 11.47% และรายได้จากการขาย Genuine Parts ที่ฟื้นตัวตามภาวะปกติ รวมถึงการทำการตลาด Replacement Parts อย่างต่อเนื่อง ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด **3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าหนี้สินรวม ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 เพิ่มขึ้น 10.39% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการ **เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น** ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินสูงขึ้น หากบริษัทฯ ยังคงต้องพึ่งพาการกู้ยืมระยะสั้นในระดับสูง หรืออัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป ก็มีแนวโน้มที่ต้นทุนทางการเงินจะยังคงเป็นแรงกดดันต่อกำไรสุทธิในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาถึงแผนการบริหารจัดการสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ในอนาคตประกอบด้วย ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/66 ทรงตัว:** อยู่ที่ 8.06 ล้านบาท ลดลง 0.37% YoY แม้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 5.57% * **รายได้จากการขายโต:** เพิ่มขึ้น 5.57% เป็น 376.99 ล้านบาท จาก Genuine Parts ที่ฟื้นตัว และ Replacement Parts ที่ทำการตลาดต่อเนื่อง * **กำไรขั้นต้นดีขึ้น:** เพิ่มขึ้น 13.46% เป็น 43.25 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11.47% ของรายได้ จากการกลับรายการค่าเผื่อสินค้าคงคลัง * **ค่าใช้จ่ายทางการเงินพุ่ง:** เพิ่มขึ้น 82.88% เป็น 4.70 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น * **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม:** เพิ่มขึ้น 11.69% เป็น 20.63 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายพนักงานและเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ * **กำไรสุทธิ 9 เดือน ลดลง 36.32%:** อยู่ที่ 19.84 ล้านบาท สาเหตุหลักจากรายได้อื่นลดลง และค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ **ไตรมาส 3 ปี 2566:** บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 8.06 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 376.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.57% จากการฟื้นตัวของธุรกิจอะไหล่แท้และการตลาดอะไหล่ทดแทน ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 13.46% จากการกลับรายการค่าเผื่อสินค้าคงคลัง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 82.88% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 11.69% **งวด 9 เดือน ปี 2566:** บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 19.84 ล้านบาท ลดลง 36.32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายรวม 1,115.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.04% จากการฟื้นตัวของธุรกิจอะไหล่แท้และอะไหล่ทดแทน แต่กำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจากอัตราเงินรางวัลและส่วนลดที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ รายได้อื่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 76.61% รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 14.29% ## โอกาส * **การฟื้นตัวของธุรกิจ:** การที่ธุรกิจต่างๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย เป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของรายได้ * **การตลาดอะไหล่ทดแทน:** การทำการตลาดในประเทศอย่างต่อเนื่องสำหรับผลิตภัณฑ์อะไหล่ทดแทน (Replacement Parts) ช่วยเพิ่มช่องทางการขายและรายได้ * **การเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ:** แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน แต่การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจนำมาซึ่งโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่หลากหลายขึ้นในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนทางการเงินสูง:** การพึ่งพาเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อกำไรสุทธิ * **การรับรู้เงินรางวัลและส่วนลด:** อัตราเงินรางวัลและส่วนลดที่ได้รับจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่ม:** ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการปรับเงินเดือนพนักงาน และค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นภาระต่อผลประกอบการ * **การแข่งขันในตลาดอะไหล่:** ตลาดอะไหล่รถยนต์มีการแข่งขันสูง ทั้งจาก Genuine Parts และ Replacement Parts ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** ติดตามการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ และทิศทางอัตราดอกเบี้ย * **กลยุทธ์การตลาด Replacement Parts:** ประเมินผลการทำการตลาดอะไหล่ทดแทน และการขยายส่วนแบ่งการตลาด * **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การกลับรายการค่าเผื่อสินค้าคงคลังส่งผลดีต่อกำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ ต้องดูว่าจะมีปัจจัยเช่นนี้อีกหรือไม่ * **ค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ:** ประเมินผลกระทบของค่าใช้จ่ายส่วนนี้ต่อกำไรในระยะสั้น * **การเปลี่ยนแปลงของอัตราเงินรางวัลและส่วนลด:** จับตาว่าอัตราเงินรางวัลและส่วนลดจากเจ้าของผลิตภัณฑ์จะปรับตัวดีขึ้นหรือไม่ในอนาคต ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **Utilization, Order Book, ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลโดยตรงเกี่ยวกับ Utilization Rate หรือ Order Book ของ SCL แต่การที่รายได้จากการขาย Genuine Parts กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และการทำการตลาด Replacement Parts อย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ถึงการดำเนินงานที่กลับมาคึกคักขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่มีการกล่าวถึงราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตหรือจัดจำหน่ายโดยตรง **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 11.47% เพิ่มขึ้นจาก 10.67% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการกลับรายการค่าเผื่ออายุสินค้าคงเหลือจากการจำหน่ายสินค้าค้างสต็อกบางส่วนออกไป สำหรับงวด 9 เดือน GPM อยู่ที่ 11.05% ลดลงจาก 11.51% ในปีก่อน เนื่องจากอัตราเงินรางวัลและส่วนลดที่ได้รับจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ในปี 2565 สูงกว่าปี 2566 **ส่งออก, ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกโดยตรง แต่มีการกล่าวถึง "กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง" ในรายได้อื่นสำหรับไตรมาส 3 ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทฯ อาจมีการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินต่างประเทศ **สินค้าคงคลัง:** มีการกล่าวถึง "การจำหน่ายสินค้าค้างสต็อกบางส่วน" ซึ่งส่งผลดีต่อการกลับรายการค่าเผื่ออายุสินค้าคงเหลือและเพิ่มกำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 1,091.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.06% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น รวมถึงสินทรัพย์หมุนเวียนอื่นที่เพิ่มขึ้น **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 879.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.39% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน และเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 211.88 ล้านบาท ลดลง 12.46% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการจ่ายเงินปันผล **กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของหนี้สินหมุนเวียนจากการกู้ยืมระยะสั้น อาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องที่ต้องพึ่งพาแหล่งเงินทุนภายนอก ## สรุปท้าย SCL ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับสถานการณ์ที่รายได้จากการขาย Genuine Parts ฟื้นตัว และการตลาด Replacement Parts ยังคงดำเนินไปได้ดี ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิทรงตัว คือ ต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลประกอบการ การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน รวมถึงการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีอย่างต่อเนื่อง จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัทฯ ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCL ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
457.38 ล้านบาท
↑ 11.8% YoY
กำไรขั้นต้น
49.15 ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.75 %
กำไรสุทธิ
9.33 ล้านบาท
↑ 15.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.04 %
D/E Ratio
2.00
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
457
↑ + 11.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
49
↑ + 9.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
9
↑ + 15.6% YoY
D/E Ratio
2.00

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCL

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.00
ROE (%)
13.91
ROA (%)
7.14
Book Value/หุ้น
1.81

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
859.12
+15.01%
746.99
-16.00%
889.22
+3.72%
857.35
+14.16%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
287.42
+22.71%
234.22
+15.45%
202.87
+11.69%
181.63
+29.32%
รวมสินทรัพย์
1,146.54
+16.85%
981.21
-10.15%
1,092.09
+5.11%
1,038.98
+16.55%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
748.61
+21.61%
615.57
-19.37%
763.50
-2.77%
785.27
+18.86%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
15.30
+8.66%
14.08
+33.22%
10.57
-9.48%
11.68
+34.82%
รวมหนี้สิน
763.91
+21.32%
629.65
-18.66%
774.07
-2.87%
796.94
+19.07%
รวมส่วนของเจ้าของ
382.63
+8.84%
351.56
+10.54%
318.03
+31.40%
242.04
+8.97%
D/E
2.00
1.79
2.43
3.29
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
13.91
13.31
8.34
16.49
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
7.14
7.01
4.27
5.88
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.15
1.21
1.16
1.09
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.73
0.80
0.64
0.56
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
94.48
91.79
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
61.02
74.94
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
57.49
60.01
0.00
0.00
วงจรเงินสด
98.00
106.71
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-52
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-34
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCL

รายการ 2569 2568 2567 2566
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-51.62
-24.79%
-68.63
+3,867.05%
-1.73
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-34.28
+765.66%
-3.96
-2,429.41%
0.17
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-2.89
-81.06%
-15.26
-156.10%
27.20
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-88.78
+1.07%
-87.84
-442.59%
25.64
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
33.67
-50.74%
68.35
+3.92%
65.77
+29.54%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
36.32
+7.87%
33.67
-50.74%
68.35
+3.92%