บริษัท ซังโกะ ไดคาซติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.13
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3758 out_tok=1838 at=2026-07-26T02:49:54 -->
# SANKO พลิกขาดทุนยับปี 63 สู่กำไร 13.5 ล้านบาทใน Q4/64 รับยอดขายโต-บริหารต้นทุนดีขึ้น
## รายได้ SANKO พุ่ง 44.87% หนุนกำไรฟื้นตัว ฝ่ายบริหารมั่นใจอุตสาหกรรมยานยนต์กลับสู่ภาวะปกติ
บริษัท ซังโกะ ไดคาซติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SANKO รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 35.416 ล้านบาทในปี 2563 มามีกำไรสุทธิ 13.504 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นการเติบโตถึง 138.31% โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นก็ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นตามภาวะตลาดก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ SANKO พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรในปี 2564 คือ **การฟื้นตัวของยอดขายที่เติบโตถึง 44.87%** ประกอบกับการ **บริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ดีขึ้น** จาก 8.75% ในปี 2563 เป็น 13.36% ในปี 2564 ซึ่งช่วยชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของยอดขายเกิดจากการที่อุตสาหกรรมยานยนต์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในปีก่อนหน้า ซึ่งทำให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ ส่งผลให้ยอดขายลดลงอย่างมากในปี 2563 แม้สถานการณ์ COVID-19 จะยังคงอยู่ แต่บริษัทฯ สามารถหาลูกค้าใหม่และรักษาคำสั่งซื้อเดิมไว้ได้ นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ สามารถปรับราคาขายเพื่อเรียกเก็บจากลูกค้าได้ตามสัญญาที่ตกลงกันในงวดต่อไป ช่วยให้ GPM ปรับตัวสูงขึ้นได้ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าอุตสาหกรรมยานยนต์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะส่งผลให้ได้รับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ยังคงปรับกลยุทธ์ด้านการตลาด สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าทั้งด้านคุณภาพและบริการจัดส่งตรงเวลา พร้อมทั้งขยายฐานลูกค้าและเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อสร้างยอดขายให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** จากขาดทุน 35.416 ล้านบาทในปี 2563 เป็นกำไร 13.504 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้จากการขายเติบโตโดดเด่น:** เพิ่มขึ้น 44.87% จาก 442.499 ล้านบาท เป็น 641.068 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น:** เพิ่มขึ้นจาก 8.75% เป็น 13.36%
* **อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว:** เป็นปัจจัยหนุนคำสั่งซื้อที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
* **ความสามารถในการปรับราคาขาย:** ช่วยชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 641.068 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.87% เมื่อเทียบกับ 442.499 ล้านบาทในปี 2563 ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 38.705 ล้านบาท เป็น 85.673 ล้านบาท และทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 8.75% เป็น 13.36% แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ใกล้เคียงเดิม แต่การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นและการมีรายได้ภาษีเงินได้เข้ามา ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับงวด 13.504 ล้านบาท พลิกจากผลขาดทุน 35.416 ล้านบาทในปี 2563
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** เป็นปัจจัยหลักที่จะผลักดันคำสั่งซื้อให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่:** ช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างยอดขายในอนาคต
* **การปรับราคาขายตามสัญญา:** ช่วยรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะสามารถปรับราคาขายได้ แต่หากราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง อาจส่งผลกระทบต่อ GPM ได้
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังคงอยู่:** อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการขนส่ง รวมถึงกำลังซื้อของลูกค้าได้
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นสิ่งสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มคำสั่งซื้อจากอุตสาหกรรมยานยนต์ในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและผลกระทบต่อ GPM
* ความคืบหน้าในการขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่
* สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และผลกระทบต่อภาคการผลิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุจำนวน Order Book ที่ชัดเจน แต่ฝ่ายจัดการระบุว่าอุตสาหกรรมยานยนต์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะทำให้ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงว่าราคาวัตถุดิบยังคงปรับราคาสูงขึ้นตามภาวะการตลาด
* **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 8.75% เป็น 13.36%
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น งบดุล หรือ งบกระแสเงินสด
## สรุปท้าย
SANKO แสดงผลประกอบการที่น่าประทับใจในปี 2564 ด้วยการพลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไร 13.504 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวของยอดขายในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่บริษัทฯ มีความสามารถในการปรับราคาขายเพื่อชดเชยได้ ฝ่ายบริหารมีความมั่นใจในแนวโน้มคำสั่งซื้อที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสถานการณ์ COVID-19 อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SANKO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
190.61
ล้านบาท
↓ 0.9% YoY
กำไรขั้นต้น
44.71
ล้านบาท
↑ 26.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.45
%
กำไรสุทธิ
18.07
ล้านบาท
↑ 73.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.48
%
D/E Ratio
0.81
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
191
↓ -0.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
45
↑ + 26.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
18
↑ + 73.1%
YoY
D/E Ratio
0.81
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SANKO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.81
ROE (%)
18.71
ROA (%)
12.07
Book Value/หุ้น
1.20
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SANKO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-43
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-21
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SANKO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-43.31
-18.83%
|
-53.36
-317.53%
|
24.53
-143.67%
|
-56.17
-93,716.67%
|
0.06
-99.76%
|
24.71
-59.79%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-20.90
+265.38%
|
-5.72
+283.89%
|
-1.49
-94.54%
|
-27.30
-1,774.85%
|
1.63
-108.87%
|
-18.37
-53.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
71.48
-3.37%
|
73.97
-284.19%
|
-40.16
-158.89%
|
68.20
-5,078.10%
|
-1.37
-127.79%
|
4.93
-116.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
7.24
-51.34%
|
14.88
-186.92%
|
-17.12
+12.12%
|
-15.27
-4,871.88%
|
0.32
-97.16%
|
11.27
-236.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
21.90
-40.36%
|
36.72
+176.51%
|
13.28
-22.57%
|
17.15
-22.82%
|
22.22
+102.92%
|
10.95
-42.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
77.67
+254.66%
|
21.90
-40.36%
|
36.72
+176.51%
|
13.28
-22.55%
|
0.00
-100.00%
|
22.22
+102.98%
|