บริษัท เอส 11 กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.42
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงเกิดจาก รายได้ลดลง 10.10% และ มีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิด เพิ่มขึ้น 8.58% เพื่อรองรับสถานการณ์ โควิท-19
ปัจจัยบวก บริษัทมีผลขาดทุนจากการด้อยค่าและจำหน่ายสินทรัพย์รอการขายปี 2564 ลดลง 39.68% เป็นผลมาจากการควบคุมคุณภาพสินเชื่ออย่างเข้มงวด และ มีต้นทุนทางการเงินลดลง 21.22% เนื่องจากมีวงเงินกู้ลดลง
ลูกหนี้เช่าซื้อสุทธิลดลง 12.59% เนื่องจากผลกระทบจาก โควิท-19
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3948 out_tok=2731 at=2026-07-26T02:05:31 -->
# S11 กรุ๊ป กำไร Q3/2566 ดิ่ง 73.87% ต้นทุนพุ่ง-รายได้เช่าซื้อมอเตอร์ไซค์วูบ
## รายได้รวมหด 6.21% ต้นทุนการเงิน-สำรองหนี้พุ่ง กดดันกำไรสุทธิ S11 กรุ๊ป Q3/2566
บริษัท เอส 11 กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ S11 รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 73.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 32.40 ล้านบาท จากเดิม 123.97 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายรวมที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ S11 กรุ๊ป ในไตรมาส 3 ปี 2566 ลดลงอย่างมาก คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) และต้นทุนทางการเงิน** ควบคู่ไปกับการลดลงของรายได้ค่าเช่าซื้อรถจักรยานยนต์
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้น 29.95%** จาก 124.54 ล้านบาท เป็น 161.85 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น หรือการตั้งสำรองที่มากขึ้นตามนโยบายของบริษัท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 98.01%** จาก 23.78 ล้านบาท เป็น 47.08 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เพื่อรองรับแรงกดดันเงินเฟ้อ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทสูงขึ้น
* **รายได้ค่าเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ลดลง 6.55%** จาก 368.58 ล้านบาท เป็น 344.43 ล้านบาท เนื่องจากประกาศของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่ควบคุมสัญญาธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2566 ทำให้บริษัทต้องมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมี **ขาดทุนจากการด้อยค่าและจำหน่ายสินทรัพย์รอการขายเพิ่มขึ้น 106.70%** จาก 22.46 ล้านบาท เป็น 46.43 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันกำไรเพิ่มเติม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
* **การเพิ่มขึ้นของ ECL** อาจเป็นผลจากการตั้งสำรองที่มากขึ้นเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจจะต่อเนื่องหากสภาวะเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน หรืออาจจะลดลงหากคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** มีแนวโน้มจะต่อเนื่องตราบเท่าที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายยังอยู่ในระดับสูง หรือมีแนวโน้มปรับขึ้นอีก
* **รายได้ค่าเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ที่ลดลง** จากผลกระทบของประกาศ สคบ. อาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะสั้นถึงปานกลาง จนกว่าบริษัทจะสามารถปรับกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อ หรือหาแหล่งรายได้อื่นมาทดแทนได้อย่างมีนัยสำคัญ
โดยรวมแล้ว ปัจจัยด้านต้นทุนทางการเงินและผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้นถึงปานกลาง แต่ความต่อเนื่องจะขึ้นอยู่กับทิศทางอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการบริหารความเสี่ยงของบริษัท
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 73.87% YoY** เหลือ 32.40 ล้านบาท จาก 123.97 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 6.21% YoY** เหลือ 377.79 ล้านบาท โดยรายได้ค่าเช่าซื้อลดลง 6.55%
* **ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 29.54% YoY** เป็น 290.30 ล้านบาท
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้น 29.95% YoY** เป็น 161.85 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 98.01% YoY** เป็น 47.08 ล้านบาท จากการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย
* **ลูกหนี้เช่าซื้อสุทธิเพิ่มขึ้น 21.71% YoY** เป็น 6,906.60 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 22.17% YoY** เป็น 7,466.93 ล้านบาท
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 46.25% YoY** เป็น 4,151.74 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการของบริษัท เอส 11 กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น โดยกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 73.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวลดลงของรายได้รวม 6.21% ซึ่งได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ลดลงตามประกาศ สคบ. ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายรวมถึง 29.54% โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่เพิ่มขึ้นเกือบ 30% และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นเกือบเท่าตัวจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย นอกจากนี้ ยังมีขาดทุนจากการด้อยค่าและจำหน่ายสินทรัพย์รอการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
## โอกาส
* **การเติบโตของลูกหนี้เช่าซื้อ:** แม้รายได้ค่าเช่าซื้อจะลดลงในไตรมาสนี้ แต่ลูกหนี้เช่าซื้อสุทธิยังคงเติบโตได้ 21.71% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการขยายฐานลูกค้าในภาพรวม หรือการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นที่อาจชดเชยได้
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีขึ้นในอนาคต อาจช่วยลดแรงกดดันต่อกำไรได้
## ความเสี่ยง
* **ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์:** การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้นในพอร์ตสินเชื่อ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
* **ผลกระทบจากกฎระเบียบ:** ประกาศของ สคบ. ที่ควบคุมสัญญาธุรกิจเช่าซื้อส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ค่าเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวและหากลยุทธ์ใหม่
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน:** หนี้สินรวมที่เพิ่มขึ้น 46.25% อาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาเรื่องโครงสร้างเงินทุนและความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย:** การปรับขึ้นหรือลดลงของอัตราดอกเบี้ยจะมีผลโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* **คุณภาพสินทรัพย์และ NPL:** การเปลี่ยนแปลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) และอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในอนาคต
* **กลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อ:** การปรับตัวของบริษัทต่อกฎระเบียบใหม่ของ สคบ. และการขยายฐานสินเชื่อในกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ S11 กรุ๊ป เผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยมหภาคและกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII):** รายได้ค่าเช่าซื้อซึ่งเป็นรายได้หลักลดลง 6.55% สะท้อนถึงผลกระทบจากประกาศ สคบ. ที่ควบคุมอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อ ทำให้รายได้ดอกเบี้ยโดยรวมลดลง
* **ผลขาดทุนด้านเครดิต (Credit Cost):** การเพิ่มขึ้นของ ECL ถึง 29.95% เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา แสดงถึงการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการประเมินความเสี่ยงที่สูงขึ้นของพอร์ตสินเชื่อ หรือการปรับปรุงนโยบายการตั้งสำรอง
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน 98.01% เป็นผลโดยตรงจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ซึ่งกดดัน NIM (Net Interest Margin) ของบริษัท
* **การบริหารจัดการสินทรัพย์:** แม้รายได้ค่าเช่าซื้อจะลดลง แต่ลูกหนี้เช่าซื้อสุทธิยังคงเติบโต 21.71% บ่งชี้ว่าบริษัทอาจยังคงขยายฐานสินเชื่อได้ แต่ต้องบริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
* **Non-Interest Income:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดของรายได้ค่าธรรมเนียมหรือรายได้อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,466.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.17% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยมีลูกหนี้เช่าซื้อสุทธิ 6,906.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.71% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 46.25% เป็น 4,151.74 ล้านบาท ซึ่งอาจสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน หรือการระดมทุนเพื่อรองรับการเติบโตของสินทรัพย์
## สรุปท้าย
S11 กรุ๊ป เผชิญกับแรงกดดันด้านผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2566 จากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ควบคู่ไปกับรายได้ค่าเช่าซื้อที่ลดลงจากผลกระทบของกฎระเบียบใหม่ แม้ว่าลูกหนี้เช่าซื้อจะยังคงเติบโต แต่การเพิ่มขึ้นของหนี้สินรวมและการตั้งสำรองที่สูงขึ้นเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ทิศทางผลประกอบการในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน ควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ และปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ S11 ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
307.27
ล้านบาท
↑ 5.3% YoY
กำไรขั้นต้น
274.19
ล้านบาท
↑ 10.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
89.24
%
กำไรสุทธิ
106.14
ล้านบาท
↑ 2.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
34.54
%
D/E Ratio
0.78
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
307
↑ + 5.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
274
↑ + 10.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
106
↑ + 2.1%
YoY
D/E Ratio
0.78
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — S11
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.78
ROE (%)
10.67
ROA (%)
9.18
Book Value/หุ้น
6.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — S11
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-251
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — S11
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-250.98
+22.24%
|
-205.32
-115.67%
|
1,309.89
-354.34%
|
-515.01
+1.42%
|
-507.78
-175.45%
|
673.02
-378.79%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
5.50
+1,796.55%
|
0.29
-142.03%
|
-0.69
-134.85%
|
1.98
-88.94%
|
17.90
-285.88%
|
-9.63
+39.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
244.66
-2.55%
|
251.05
-119.41%
|
-1,293.47
-372.33%
|
474.97
+0.64%
|
471.96
-169.82%
|
-675.95
-354.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-0.82
-101.78%
|
46.02
+192.75%
|
15.72
-141.30%
|
-38.06
+112.63%
|
-17.90
+42.52%
|
-12.56
-170.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
57.30
-50.42%
|
115.58
+166.99%
|
43.29
+4.57%
|
41.40
+43.35%
|
28.88
-30.31%
|
41.44
+75.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
37.67
-34.26%
|
57.30
-50.42%
|
115.58
+166.99%
|
43.29
+4.57%
|
41.40
+43.35%
|
28.88
-30.31%
|