ถอดรหัส Oppday RPH: เจาะลึกผลประกอบการ Q1/2568 และทิศทางอนาคต
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
บริษัทให้ความสำคัญกับ Safety และ Quality ในการรักษาพยาบาล โดยเน้นมาตรฐาน JCI ควบคู่ไปกับ Healing หรือการเยียวยา ซึ่งสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ป่วยผ่านมาตรฐาน Global Healthcare Accreditation
บริษัททำงานร่วมกับ Planetree International ในเรื่อง Humanized Person Center Care เพื่อให้ความสำคัญกับการรักษาและการเยียวยาอย่างสมดุล
ความเป็น Unique ของราชพฤกษ์คือการให้ความสำคัญกับการรักษาและการเยียวยาอย่างเท่าเทียม โดยเชื่อว่าทุกคนมี Self-Healing หรือความสามารถในการเยียวยาตัวเอง
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
บริษัทกำลังขยายไปสู่ธุรกิจโรงพยาบาลความงาม โดยใช้หลักการเดียวกับโรงพยาบาลราชพฤกษ์ คือมาตรฐานทางการแพทย์สากลและการดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์
โรงพยาบาลความงามจะเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้รับบริการในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย โดยใช้ระบบปรับอากาศที่ทำให้อากาศบริสุทธิ์ และออกแบบโครงสร้างที่ป้องกันแผ่นดินไหว
บริษัทตั้งเป้าเติบโต 5-10% ในปี 2568 โดยเพิ่มบริการต่างๆ และให้ความสำคัญกับจริยธรรมและมาตรฐานทางการแพทย์
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
ความกังวลหลักคือความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนที่อาจลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจไม่ค่อยดี
ถึงแม้ขอนแก่นจะไม่อยู่ในเขตความเสี่ยงของแผ่นดินไหว แต่บริษัทก็ได้เพิ่มการออกแบบฐานรากที่ป้องกันแผ่นดินไหว
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
บริษัทพยายามประหยัดค่าใช้จ่ายและหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อให้บริการประชาชน
บริษัทให้ความสำคัญกับจริยธรรมและมาตรฐานทางการแพทย์ ควบคู่ไปกับการสร้างการเติบโต
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
บริษัทคาดว่าจะเปิดโรงพยาบาลความงามได้ประมาณกลางปี 2569
บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโต 5-10% โดยเพิ่มบริการต่างๆ แต่ยังคงเน้นจริยธรรมและมาตรฐานทางการแพทย์
บริษัทมองว่าการดูแลสุขภาพและการฟื้นฟูสุขภาพจะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้รับบริการในอนาคต
6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [เริ่ม Q&A นาทีที่ 33:44]
ต้นทุนด้านบุคลากรและเวชภัณฑ์:
คำถาม: ต้นทุนด้านบุคลากรและเวชภัณฑ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือไม่ และมีแนวทางจัดการอย่างไร
คำตอบ:
สัดส่วนต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ต่อรายได้ยังคงที่ประมาณ 15% ไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นมากนัก แม้จะมีผลกระทบทางอ้อมจากการส่งออกน้อยลง
บริษัทยังคงมีนโยบายจัดสรรบุคลากรให้เหมาะสมกับปริมาณงานและดูแลสัดส่วนบุคลากรให้ดี ถึงแม้จำนวนบุคลากรอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก แต่มีการปรับค่าตอบแทนบุคลากรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% ทุกปี
การบริหารต้นทุนของโรงพยาบาลยังอยู่ในระดับที่มีประสิทธิภาพ
การจัดซื้อจัดจ้างเวชภัณฑ์ร่วมกับบริษัทในเครือ (โรงพยาบาลเสริมความงาม) อาจไม่ได้ใช้ยาและเวชภัณฑ์มากเท่ากับการรักษา
ผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว:
คำถาม: เศรษฐกิจไทยชะลอตัวมีผลกระทบต่อรายได้ของโรงพยาบาลหรือไม่ และมีแนวโน้มผู้สูงอายุ Medical Tourism เพิ่มขึ้นหรือไม่
คำตอบ:
เศรษฐกิจชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
ข้อดีของราชพฤกษ์คือไม่ได้คิดค่าบริการแพงมาก อาจทำให้คนไข้ที่จำเป็นเลือกใช้บริการมากขึ้น
Medical Tourism ยังไม่เข้มแข็งชัดเจนนัก แต่ผู้ป่วยประเทศเพื่อนบ้าน (ลาว) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
คนไข้ต่างชาติส่วนใหญ่ยังคงเป็น Expat ที่อยู่ในประเทศไทย
Average Collection Period:
คำถาม: Average Collection Period ที่ดีขึ้นจาก Year-on-Year คาดว่าเกิดจากอะไร
คำตอบ:
Average Collection Period ที่ดีขึ้นเป็น 30 วัน เนื่องจากหนี้ภาครัฐที่ค้างชำระลดลงอย่างต่อเนื่อง
ค่าเสื่อมราคา Aesthetic Hospital:
คำถาม: ค่าเสื่อมราคาจาก Aesthetic Hospital จะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่
คำตอบ:
ค่าเสื่อมราคาจะเริ่มขึ้นในช่วงที่เปิดดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มในไตรมาส 2 ปี 2569 โดยค่าเสื่อมหลักๆ จะเป็นส่วนของอาคาร ส่วนเครื่องมือแพทย์มีระยะเวลาค่าเสื่อมที่ค่อนข้างยาวจึงไม่น่าจะกระทบมากนัก
Strategic Partner:
คำถาม: มีอัปเดตเกี่ยวกับ Strategic Partner สำหรับ Aesthetic Hospital หรือไม่
คำตอบ:
ยังไม่มี Strategic Partner ที่ชัดเจน แต่เปิดรับผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะแพทย์ศัลยกรรมที่มีความสามารถ และบริษัทอื่นๆ ที่เห็นโอกาสในการเติบโตของโรงพยาบาลความงามในระยะยาว
โดยรวมแล้ว RPH ยังคงมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริการและจริยธรรมทางการแพทย์ ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจไปยังโรงพยาบาลความงาม และบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
หัวข้อคำถามและคำตอบที่ผู้บริหารตอบ
- ต้นทุนด้านบุคลากรและเวชภัณฑ์
- ผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว
- Average Collection Period
- ค่าเสื่อมราคา Aesthetic Hospital
- Strategic Partner