บริษัท โรงพยาบาลราชพฤกษ์ จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
5.00
0.05 (0.99%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสโควิค-19 จากการ เปิด Hospitel หลายแห่งและรับรักษาแบบแยกกักตัวที่บ้าน หรือ Home Isolation ซึ่งยังคงได้รับผลกระทบของการแพร่ ระบาดอย่างต่อเนื่องของเชื้อไวรัสโควิด-19
โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่กำไเกิดจากโรงพยาบาลได้รับ รักษาผู้รับบริการจากการติดเชื้อไวรัสโควิค-19 จากการเปิด Hospitel หลายแห่งและรับรักษาผู้รับบริการจากการติดเชื้อไวรัส โควิด-19 แบบแยกกักตัวที่บ้าน หรือ Home Isolation
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12529 out_tok=2674 at=2026-07-26T02:04:21 -->
# RPH กำไรสุทธิ Q3/66 โต 18% รับแรงหนุนผู้ป่วยทั่วไป-ฤดูกาล
## รายได้โรงพยาบาลราชพฤกษ์ฟื้นตัวต่อเนื่อง รับอานิสงส์ผู้ป่วยทั่วไปเพิ่ม-ฤดูกาลโรคระบาด
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท โรงพยาบาลราชพฤกษ์ จำกัด (มหาชน) หรือ RPH มีรายได้รวม 323.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยทั่วไป ขณะที่ผู้ป่วยโควิด-19 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 65.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.0% จากปีก่อนหน้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ RPH ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากผู้ป่วยทั่วไป ประกอบกับการเป็นช่วงฤดูกาลที่มีโรคระบาดเพิ่มขึ้น** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้ว่ารายได้จากผู้ป่วยโควิด-19 จะลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้รวมในไตรมาส 3/2566 เติบโต 13.0% YoY เป็นผลมาจากผู้ป่วยทั่วไปที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งชดเชยการลดลงของผู้ป่วยโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ไตรมาส 3 ยังเป็นช่วงฤดูกาลปกติที่มีโรคระบาดเพิ่มขึ้น เช่น โรค RSV และไข้หวัดใหญ่ ทำให้มีอัตราการครองเตียงผู้ป่วยใน (IPD) สูงกว่าไตรมาสอื่น ส่งผลให้รายได้จากกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรายได้จากผู้ป่วยใน
แม้ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลจะเพิ่มขึ้น 3.80% YoY จากค่ายา เวชภัณฑ์ และบุคลากรที่สูงขึ้นตามจำนวนผู้ป่วยทั่วไปที่เพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้กลับลดลงจาก 66.0% ในปีก่อน เป็น 60.6% ในไตรมาสนี้ เนื่องจากรายได้เติบโตได้ดีกว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ YoY โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์มากขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ให้กว้างขวางขึ้น ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทฯ
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพในการทำกำไรโดยรวมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 32.6% YoY และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 18.0% YoY ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของรายได้ สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ทำได้ดีเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าภาพรวมทั้งปี 2566 จะยังคงเติบโตได้ดีในกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปที่กลับมาใช้บริการเป็นปกติ แม้ผู้ป่วยโควิด-19 จะลดลง การที่ไตรมาส 3 เป็นช่วง High Season ตามธรรมชาติของโรคระบาดเป็นปัจจัยบวกที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ การลงทุนในการสร้างแบรนด์และการขยายฐานผู้รับบริการไปยังกลุ่มใหม่ๆ ผ่านบริษัทย่อยที่เตรียมเปิดโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามในปี 2568 จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/66 เติบโต 13.0% YoY แตะ 323.72 ล้านบาท** จากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยทั่วไป
* **กำไรสุทธิ Q3/66 เพิ่มขึ้น 18.0% YoY สู่ 65.89 ล้านบาท** โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 20.35%
* **ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 3.80% YoY** แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลงจาก 66.0% เป็น 60.6%
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น YoY** จากการลงทุนด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์
* **งวด 9 เดือนแรกปี 66 กำไรสุทธิลดลง 49.81%** เหลือ 147.77 ล้านบาท เนื่องจากฐานรายได้ปี 65 สูงจากผู้ป่วยโควิด-19
* **จัดตั้งบริษัทย่อย "แก่นพะงา"** เพื่อดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลศัลยกรรมความงาม คาดเปิดดำเนินการปี 2568
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 RPH มีรายได้รวม 323.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 12.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยทั่วไป และการเป็นช่วงฤดูกาลที่มีโรคระบาดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้จากกิจการโรงพยาบาลเติบโตได้ดี โดยเฉพาะรายได้จากผู้ป่วยใน
ในส่วนของต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 3.80% YoY เนื่องจากต้นทุนค่ายา เวชภัณฑ์ และบุคลากรที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ป่วย แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงจาก 66.0% เป็น 60.6%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 45.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 65.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.0% YoY และเพิ่มขึ้น 46.8% QoQ โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 20.35% ซึ่งดีขึ้นจาก 19.50% ในปีก่อน
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 881.07 ล้านบาท ลดลง 19.6% YoY เนื่องจากฐานรายได้ปี 2565 สูงจากการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เป็นจำนวนมาก แม้รายได้จากผู้ป่วยทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 27.90% แต่ยังไม่สามารถชดเชยรายได้จากโควิด-19 ได้ทั้งหมด ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 49.81% YoY อยู่ที่ 147.77 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของรายได้จากผู้ป่วยทั่วไป:** การกลับมาใช้บริการโรงพยาบาลตามปกติหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **ปัจจัยฤดูกาล:** ไตรมาส 3 เป็นช่วง High Season ของโรคระบาด ทำให้มีผู้ป่วยนอกและในเพิ่มขึ้น
* **การขยายธุรกิจสู่โรงพยาบาลศัลยกรรมความงาม:** การจัดตั้งบริษัทย่อย "แก่นพะงา" เพื่อเปิดโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามในปี 2568 จะช่วยขยายฐานลูกค้าและเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่
* **การลงทุนด้านการตลาด:** การเพิ่มค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ จะช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล:** การแข่งขันที่สูงอาจส่งผลต่อการกำหนดราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและในประเทศ:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงพยาบาล
* **ต้นทุนบุคลากรและเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถส่งผ่านไปยังราคาบริการได้ทั้งหมด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ผู้ป่วยทั่วไป:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
* **ความคืบหน้าโครงการโรงพยาบาลศัลยกรรมความงาม:** การเตรียมการและกำหนดการเปิดดำเนินการ
* **ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนกิจการโรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* **ผลตอบรับจากการลงทุนด้านการตลาด:** การวัดผลการเพิ่มการรับรู้แบรนด์และจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้กิจการโรงพยาบาล:** ในไตรมาส 3/2566 มีรายได้ 321.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% YoY โดยรายได้จากผู้ป่วยทั่วไปเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยโควิด-19 ลดลงอย่างมาก
* **อัตราการครองเตียง:** ไตรมาส 3 เป็นช่วงฤดูกาลโรคระบาด ทำให้มีอัตราการครองเตียงสูงกว่าไตรมาสอื่น โดยเฉพาะรายได้จากคนไข้ใน (IPD) เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนกิจการโรงพยาบาล:** เพิ่มขึ้น 3.80% YoY เป็น 196.16 ล้านบาท จากค่ายา เวชภัณฑ์ และบุคลากรที่เพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น YoY จากการลงทุนด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,924.03 ล้านบาท ลดลง 4.2% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการรับชำระหนี้จากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น และการตัดค่าเสื่อมราคาที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
หนี้สินรวมลดลง 31.7% สู่ 195.24 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวทั้งหมด และการจ่ายชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% สู่ 1,728.79 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 270.29 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากรายได้รวมลดลง แต่การใช้เงินสดในกิจกรรมการลงทุนลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (13.70 ล้านบาท เทียบกับ 71.14 ล้านบาท) โดยมีการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวและจ่ายเงินปันผล ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดลดลงเล็กน้อย
## สรุปท้าย
RPH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2566 เติบโตได้ดีทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยทั่วไปและปัจจัยฤดูกาลโรคระบาด แม้จะเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นและการลงทุนด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารจัดการอัตรากำไรได้ดี โดยมีแผนขยายธุรกิจสู่โรงพยาบาลศัลยกรรมความงามในอนาคต ซึ่งจะเป็นโอกาสในการเติบโตระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเติบโตของผู้ป่วยทั่วไป ความคืบหน้าโครงการใหม่ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RPH ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
300.03
ล้านบาท
↑ 8.5% YoY
กำไรขั้นต้น
93.26
ล้านบาท
↑ 10.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.08
%
กำไรสุทธิ
42.99
ล้านบาท
↑ 26.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.33
%
D/E Ratio
0.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
300
↑ + 8.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
93
↑ + 10.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
43
↑ + 26.4%
YoY
D/E Ratio
0.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RPH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.11
ROE (%)
10.49
ROA (%)
12.07
Book Value/หุ้น
3.29
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RPH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-149
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-172
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RPH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-148.90
-19.25%
|
-184.39
+18.37%
|
-155.78
-49.71%
|
-309.75
-642.94%
|
57.05
-69.34%
|
186.10
-8.47%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-171.90
-164.78%
|
265.38
-748.69%
|
-40.91
-142.19%
|
96.96
+2,811.71%
|
3.33
-106.13%
|
-54.32
-63.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
222.47
+120.81%
|
100.75
-66.37%
|
299.56
+223.32%
|
92.65
-15.60%
|
109.77
-596.25%
|
-22.12
-69.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-98.32
-154.09%
|
181.76
+76.65%
|
102.89
-185.65%
|
-120.13
-170.61%
|
170.13
+55.13%
|
109.67
-651.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
291.49
-10.42%
|
325.40
+2.72%
|
316.79
+33.27%
|
237.71
+49.62%
|
158.88
+222.86%
|
49.21
-28.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
280.18
-3.88%
|
291.49
-10.42%
|
325.40
+2.72%
|
316.79
+33.27%
|
0.00
|
0.00
|