บริษัท พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
8.25
0.15 (1.79%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7316 out_tok=3245 at=2026-07-26T00:55:16 -->
# PSP กำไร Q3 พลิกโต 23.5% รับต้นทุนวัตถุดิบดิ่ง-FX หนุน
## รายได้รวมหด 7.2% แต่ GPM พุ่ง 1.1% ชี้ต้นทุนใหม่เริ่มลด ขณะที่ 9 เดือนแรกกำไรวูบ 32.9% เหตุต้นทุน Base Oil-Additive พุ่ง
บริษัท พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 139.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 7.2% เป็น 3,146.2 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นจากการที่ต้นทุนวัตถุดิบใหม่เริ่มมีราคาลดลง และผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรก กำไรสุทธิลดลง 32.9% เป็น 324.7 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบบางรายการปรับสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PSP ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมาเติบโต 23.5% YoY มาอยู่ที่ 139.5 ล้านบาท มาจาก **การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้น (Gross Profit) และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน รวมถึงผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน** แม้ว่ารายได้รวมจะปรับลดลง 7.2% เป็น 3,146.2 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 10.9% เป็น 12.0% เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น:** แม้รายได้จากการขายจะลดลง 6.8% เป็น 3,033.5 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยทั้งในและต่างประเทศ แต่ปริมาณการขายกลับเพิ่มขึ้นประมาณ 2% ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต้นทุนขายสินค้าลดลง 7.3% ซึ่งมากกว่าอัตราการลดลงของรายได้ ทำให้ GPM ปรับตัวสูงขึ้น โดยฝ่ายจัดการระบุว่า **ต้นทุนวัตถุดิบที่ซื้อเข้ามาใหม่เริ่มมีราคาลดลง** และมีการลดลงของค่าใช้จ่ายในการผลิต
* **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนและค่าใช้จ่าย:** กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นยังได้รับแรงหนุนจาก **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน** และ **การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ซึ่งสอดคล้องกับการลดลงของปริมาณการขายและอัตราค่าขนส่งต่อหน่วย
* **ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง:** แม้จะมีการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อพิจารณาภาพรวม 9 เดือนแรก การลดลงของหนี้สินรวม โดยเฉพาะเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน หลังจากการระดมทุนผ่าน IPO ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรก กำไรสุทธิลดลง 32.9% เป็น 324.7 ล้านบาท เนื่องจาก **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบคือน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน (Base Oil) และสารเติมแต่ง (Additive)** ที่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับการลดลงของปริมาณการขายในธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นและจาระบี รวมถึงธุรกิจซื้อมาขายไปวัตถุดิบ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (บางส่วน) และต้องติดตาม**
* **ด้านต้นทุนวัตถุดิบ:** การที่ต้นทุนวัตถุดิบใหม่เริ่มมีราคาลดลงในไตรมาส 3 เป็นสัญญาณที่ดี และอาจส่งผลดีต่อเนื่องหากแนวโน้มราคายังคงทรงตัวหรือลดลง อย่างไรก็ตาม การลดลงของต้นทุนวัตถุดิบ Base Oil และ Additive ใน 9 เดือนแรกนั้นเป็นปัจจัยกดดันหลัก ซึ่งต้องติดตามทิศทางราคาวัตถุดิบเหล่านี้อย่างใกล้ชิด
* **ด้านปริมาณการขาย:** การที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในไตรมาส 3 เป็นสัญญาณบวก แต่การลดลงของปริมาณการขายใน 9 เดือนแรก โดยเฉพาะจากธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นและจาระบี รวมถึงผลกระทบจากการขาดแคลนลิเธียม ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
* **ด้านการเงิน:** การลดลงของหนี้สินและอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอย่างมีนัยสำคัญหลัง IPO จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงิน ซึ่งมีแนวโน้มต่อเนื่องในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 เติบโต 23.5% YoY** แตะ 139.5 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/2566 ลดลง 7.2% YoY** อยู่ที่ 3,146.2 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q3/2566 เพิ่มขึ้น** จาก 10.9% เป็น 12.0%
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรก/2566 ลดลง 32.9% YoY** อยู่ที่ 324.7 ล้านบาท
* **หนี้สินรวมลดลง 41.6%** จาก 6,883.5 ล้านบาท (สิ้นปี 65) เป็น 4,022.1 ล้านบาท (ก.ย. 66) หลัง IPO
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 15.6 เท่า เป็น 1.3 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,146.2 ล้านบาท ลดลง 7.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายคิดเป็นสัดส่วน 96% ของรายได้รวม การลดลงนี้เป็นผลมาจากการลดลงของราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วย แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยทั้งในประเทศและต่างประเทศ กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 2.1% เป็น 377.0 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 1.1% มาอยู่ที่ 12.0% ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของต้นทุนวัตถุดิบที่ซื้อเข้ามาใหม่และค่าใช้จ่ายในการผลิต ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 23.5% เป็น 139.5 ล้านบาท
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 รายได้รวมลดลง 9.8% เป็น 9,192.8 ล้านบาท โดยหลักมาจากการลดลงของปริมาณการขายในธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น จาระบี และธุรกิจซื้อมาขายไปวัตถุดิบ แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยจะเพิ่มขึ้นบางส่วน กำไรขั้นต้นรวมลดลง 18.7% เป็น 1,010.9 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 11.0% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบคือน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานและสารเติมแต่งที่สูงขึ้น ประกอบกับการลดลงของปริมาณการขาย ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 32.9% เป็น 324.7 ล้านบาท
## โอกาส
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง:** การที่ต้นทุนวัตถุดิบบางรายการเริ่มมีราคาลดลงในไตรมาส 3 เป็นโอกาสในการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงค่าใช้จ่ายในการผลิต ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
* **การเพิ่มทุนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน:** การระดมทุนผ่าน IPO และ Rights Offering ช่วยลดภาระหนี้สินและเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน ทำให้บริษัทฯ มีศักยภาพในการลงทุนและขยายธุรกิจในอนาคต
* **การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย:** แม้จะเล็กน้อยในไตรมาส 3 แต่การที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ เป็นสัญญาณที่ดีต่อการเติบโตของธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบคือน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานและสารเติมแต่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การลดลงของปริมาณการขาย:** การลดลงของปริมาณการขายในธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น จาระบี และธุรกิจซื้อมาขายไปวัตถุดิบใน 9 เดือนแรก เป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง
* **สภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ:** การขาดแคลนลิเธียมซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตจาระบีส่งผลกระทบต่อปริมาณการขาย
* **การชะลอตัวของเศรษฐกิจ:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อของลูกค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาส 3 จะมีผลบวก แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ทิศทางราคาวัตถุดิบคือน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน (Base Oil) และสารเติมแต่ง (Additive)
* แนวโน้มปริมาณการขายในธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น จาระบี และธุรกิจซื้อมาขายไปวัตถุดิบ
* ผลกระทบจากการขาดแคลนลิเธียมต่อการผลิตจาระบี
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินหลังการลดลงของหนี้สิน
* การใช้เงินทุนที่ได้จากการเพิ่มทุนเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยใน Q3/2566 อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book โดยตรง แต่การลดลงของปริมาณการขายใน 9 เดือนแรก อาจสะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่ลดลงในช่วงก่อนหน้า
* **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบคือน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน (Base Oil) และสารเติมแต่ง (Additive) เป็นปัจจัยสำคัญ โดยใน Q3/2566 มีแนวโน้มราคาลดลงเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี แต่ในภาพรวม 9 เดือนแรก ต้นทุนยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ใน Q3/2566 ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 10.9% เป็น 12.0% แต่ในภาพรวม 9 เดือนแรก GPM ลดลงจาก 12.2% เป็น 11.0%
* **ส่งออก:** รายได้จากการขายในต่างประเทศมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยใน Q3/2566 แต่ภาพรวม 9 เดือนแรก ปริมาณการขายในต่างประเทศลดลง
* **ค่าเงิน:** มีผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนใน Q3/2566 ซึ่งช่วยหนุนกำไรสุทธิ
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลงในงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 เนื่องจากการลดลงของปริมาณวัตถุดิบคือน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานรวมทั้งราคาวัตถุดิบที่ซื้อเข้ามาเริ่มมีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 7,217.0 ล้านบาท ลดลง 1.5% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของสินค้าคงเหลือ หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 41.6% มาอยู่ที่ 4,022.1 ล้านบาท จาก 6,883.5 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินหลังจากการใช้เงิน IPO ชำระคืน ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 621.7% มาอยู่ที่ 3,194.9 ล้านบาท จาก 442.7 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงจาก 15.6 เท่า เหลือเพียง 1.3 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนด
## สรุปท้าย
PSP ในไตรมาส 3 ปี 2566 สามารถพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโตได้ 23.5% จากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่เริ่มมีราคาลดลง และผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้รายได้รวมจะยังคงลดลง แต่การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบบางรายการที่สูงขึ้น และปริมาณการขายที่ลดลง การระดมทุนผ่าน IPO ได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินอย่างมาก ลดภาระหนี้สินและเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือกับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะตลาดในอนาคต นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและปริมาณการขายอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PSP ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
2,971.18
ล้านบาท
↓ 3.3% YoY
กำไรขั้นต้น
386.13
ล้านบาท
↓ 11.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.00
%
กำไรสุทธิ
115.82
ล้านบาท
↓ 33.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.90
%
D/E Ratio
0.82
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,971
↓ -3.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
386
↓ -11.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
116
↓ -33.2%
YoY
D/E Ratio
0.82
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
2,971.18
-3.34%
|
3,073.86
-66.26%
|
9,111.02
|
| กำไรขั้นต้น | — |
386.13
-11.30%
|
435.33
-55.91%
|
987.45
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
210.05
+197.24%
|
70.67
-86.50%
|
523.37
|
| กำไรสุทธิ | — |
115.82
-33.21%
|
173.41
-39.79%
|
288.03
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.08
-33.06%
|
0.12
-39.81%
|
0.21
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
13.00
-8.19%
|
14.16
+30.63%
|
10.84
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
7.07
+207.39%
|
2.30
-59.93%
|
5.74
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
3.90
-30.85%
|
5.64
+78.48%
|
3.16
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ROE(%) | — |
21.65
+11.94%
|
19.34
-15.69%
|
22.94
|
| ROA(%) | — |
14.98
+14.35%
|
13.10
+33.81%
|
9.79
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
0.82
-13.68%
|
0.95
-17.39%
|
1.15
|
| P/E | — |
7.02
-28.59%
|
9.83
-39.36%
|
16.21
|
| P/BV | — |
1.56
-7.69%
|
1.69
-13.78%
|
1.96
|
| BV | — |
2.93
+17.20%
|
2.50
+9.65%
|
2.28
|
| YIELD(%) | — |
4.39
+23.66%
|
3.55
+4.72%
|
3.39
|
| ราคาหุ้น | — |
4.56
+8.06%
|
4.22
-5.80%
|
4.48
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.82
ROE (%)
21.65
ROA (%)
14.98
Book Value/หุ้น
3.18
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
3,953.18
-3.06%
|
4,077.79
-6.66%
|
4,368.57
-6.47%
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
3,694.16
+20.79%
|
3,058.28
+13.56%
|
2,692.99
+1.42%
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
7,647.35
+7.16%
|
7,136.06
+1.05%
|
7,061.57
-3.61%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
2,612.86
+5.17%
|
2,484.50
+0.39%
|
2,474.93
-51.05%
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
837.36
-15.42%
|
990.08
-23.92%
|
1,301.30
-28.79%
|
| รวมหนี้สิน | — |
3,450.22
-0.70%
|
3,474.58
-7.99%
|
3,776.24
-45.14%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
4,197.13
+14.63%
|
3,661.48
+11.45%
|
3,285.33
+642.12%
|
| D/E | — |
0.82
|
0.95
|
1.15
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
21.65
|
19.34
|
22.94
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
14.98
|
13.10
|
9.79
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
1.51
|
1.64
|
1.77
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.60
|
0.68
|
0.81
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
36.26
|
36.36
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
59.71
|
59.42
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
42.32
|
41.14
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
53.65
|
54.64
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-427
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+339
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-427.24
+1,354.19%
|
-29.38
-114.06%
|
208.90
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
338.87
-62.99%
|
915.54
-438.88%
|
-270.17
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-234.49
-150.98%
|
459.93
-207.17%
|
-429.17
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
57.71
-92.06%
|
727.11
-391.24%
|
-249.66
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
378.82
-40.84%
|
640.38
+167.77%
|
239.15
+71.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|