บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.78
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลง จากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้มีรายได้ลดลง อัตรากำไรชั้นต้นจากการค่าเช่าและการให้บริการที่ลดลง โดยเฉพาะอัตรากำไรขั้นต้นจากการให้เช่าเครื่องล้างภาชนะอัตโนมัติตามมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเฉพาะกลุ่มโรงแรมและร้านอาหารที่ถูกสั่งปิดชั่วคราวตามคำสั่งของหน่วยงานภาครัฐ กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยตรง
ในขณะที่ผลิตอื่นมียอดขายลดลง แต่บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อเพิ่มขึ้นจากการที่ผู้บริโภคมีความกังวล การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 จึงทำให้เกิดการกักตุนสินค้าประเภทยาหารและเครื่องดื่ม ส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร และเครื่องดื่มต้องเพิ่มรอบการผลิตมากขึ้น และต้องใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชี้ของกลุ่มบริษัท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5129 out_tok=2665 at=2026-07-26T00:38:44 -->
# PRAPAT พลิกกำไร Q3/2565 รับอานิสงส์ภาคบริการฟื้นตัว-ยอดขายโต
## รายได้-กำไรฟื้นตัวแรงตามเศรษฐกิจ แต่ต้นทุนวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์กดดันมาร์จิ้น
บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PRAPAT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 9.34 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 9.00 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยว ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PRAPAT พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการ** ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและบริการ เช่น ผลิตภัณฑ์ซักรีด ผลิตภัณฑ์ด้านครัว และผลิตภัณฑ์สระว่ายน้ำ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ:
* **การกลับมาของภาคบริการและการท่องเที่ยว:** สถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการต่างๆ กลับมาดำเนินงานได้เต็มที่และมีการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรายได้จากการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักรีดเพิ่มขึ้น 19.13 ล้านบาท, กลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านครัวเพิ่มขึ้น 21.58 ล้านบาท และกลุ่มผลิตภัณฑ์สระว่ายน้ำเพิ่มขึ้น 10.42 ล้านบาท
* **การเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการ:** รายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึง 76.17% หรือ 19.67 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการกลับมาสั่งซื้อสินค้าของลูกค้ากลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร โดยเฉพาะรายได้ค่าเช่าเครื่องล้างภาชนะ
อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเติบโต แต่ **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายกลับลดลง** จาก 35.52% ในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 31.52% ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์ที่ปรับราคาสูงขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการขายโดยตรง ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากค่าเช่าและบริการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 3.41% เป็น 7.41% เนื่องจากมีการขายงานบริการให้แก่ลูกค้ากลุ่มโรงแรมและร้านอาหารเพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน** การฟื้นตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ของบริษัทในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลมาจากเศรษฐกิจไทยภายในประเทศ ซึ่งอาจยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะต่อไป หากไม่มีการปรับราคาขายหรือบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** ไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 9.34 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 9.00 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **รายได้รวมโต 46.8%:** รายได้จากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 248.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.06 ล้านบาท หรือ 46.8% YoY
* **รายได้จากการขายพุ่ง 41.5%:** มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักรีด ครัว และสระว่ายน้ำ ตอบรับการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร
* **รายได้ค่าเช่าและบริการโต 76.2%:** หนุนโดยการกลับมาสั่งซื้อของลูกค้ากลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลง:** จาก 35.52% เหลือ 31.52% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์ปรับสูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้น:** จาก 3.41% เป็น 7.41% จากการขายงานบริการที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 248.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.06 ล้านบาท หรือ 46.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) โดยมีกำไรขั้นต้นรวม 96.55 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 38.93% ซึ่งเท่ากับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาแยกตามประเภทธุรกิจ รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 59.38 ล้านบาท (41.48%) และรายได้ค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้น 19.67 ล้านบาท (76.17%)
ขณะที่ต้นทุนจากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 151.48 ล้านบาท คิดเป็น 61.07% ของรายได้รวม ซึ่งเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ แต่เมื่อพิจารณาอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงจาก 35.52% เป็น 31.52% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์ปรับสูงขึ้น ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นจากค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้นจาก 3.41% เป็น 7.41%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมเพิ่มขึ้นจาก 69.54 ล้านบาท เป็น 84.20 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20.9% โดยค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 44.99% จากการเพิ่มขึ้นของค่าคอมมิชชั่น ค่าขนส่ง และค่าส่งเสริมการขายที่สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 10.26% จากค่าใช้จ่ายเงินเดือน ค่าเดินทาง และค่าเสื่อมราคา
ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) พลิกเป็นบวกที่ 16.41 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 1.08 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 9.34 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 9.00 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยว:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผลิตภัณฑ์ซักรีด ครัว และสระว่ายน้ำ
* **การขยายฐานลูกค้าในกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร:** การที่ลูกค้ากลุ่มนี้กลับมาสั่งซื้อสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง
* **การเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการ:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากบริการเช่าเครื่องล้างภาชนะและบริการอื่นๆ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่มีอัตรากำไรดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น:** เป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรหากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** เศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลต่อกำลังซื้อและการใช้จ่ายของภาคธุรกิจบริการ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจจำกัดความสามารถในการปรับขึ้นราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์:** จะยังคงปรับตัวสูงขึ้นหรือมีแนวโน้มลดลงในอนาคต
* **กลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทจะมีมาตรการอย่างไรในการควบคุมหรือลดผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **การเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** การควบคุมค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
* **การฟื้นตัวของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง:** แนวโน้มการท่องเที่ยวและภาคบริการจะยังคงเติบโตต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (41.48%) บ่งชี้ว่าโรงงานมีการผลิตเพื่อตอบสนองคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจหมายถึง Utilization Rate ที่สูงขึ้น
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่ฝ่ายจัดการระบุว่า "ยอดการขายของบริษัทเริ่มมีทิศทางที่ค่อยๆ ดีขึ้น" และการเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ สะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุชัดเจนว่า "วัตถุดิบบรรจุภัณฑ์ปรับราคาเพิ่มขึ้น" ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงจาก 35.52% เป็น 31.52% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นจากค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้นจาก 3.41% เป็น 7.41%
* **ส่งออก:** มีการกล่าวถึง "การเข้าพบลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ" ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทยังคงมีกิจกรรมการขายไปยังตลาดต่างประเทศ
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ฉบับนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
PRAPAT พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 3 ปี 2565 จากการฟื้นตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยวที่ช่วยหนุนรายได้จากการขายและบริการให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะต่อไป การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การตั้งราคาขายจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในอนาคต ขณะที่การเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการถือเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของรายได้รวม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRAPAT ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
296.64
ล้านบาท
↓ 0.3% YoY
กำไรขั้นต้น
120.85
ล้านบาท
↓ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.74
%
กำไรสุทธิ
9.28
ล้านบาท
↑ 66.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.13
%
D/E Ratio
1.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
297
↓ -0.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
121
↓ -4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
9
↑ + 66.1%
YoY
D/E Ratio
1.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRAPAT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.41
ROE (%)
5.72
ROA (%)
4.93
Book Value/หุ้น
1.35
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRAPAT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-94
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+74
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRAPAT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-93.85
+102.18%
|
-46.42
+1.46%
|
-45.75
-151.77%
|
88.37
+50.85%
|
58.58
-36.33%
|
92.01
-29.68%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
73.85
-44.86%
|
133.92
+80.29%
|
74.28
-161.46%
|
-120.86
+25.14%
|
-96.58
+16.87%
|
-82.64
-19.84%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
11.78
-111.28%
|
-104.40
+412.27%
|
-20.38
+1,504.72%
|
-1.27
-112.83%
|
9.90
-93.89%
|
162.06
-841.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-7.02
-58.29%
|
-16.83
-306.00%
|
8.17
-124.20%
|
-33.76
+20.19%
|
-28.09
-116.39%
|
171.43
+2,815.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
111.94
-3.64%
|
116.17
-14.32%
|
135.59
-19.93%
|
169.34
-14.23%
|
197.44
+659.38%
|
26.00
+29.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
63.60
-43.18%
|
111.94
-3.64%
|
116.17
-14.32%
|
135.59
-19.93%
|
169.34
-14.23%
|
197.44
+659.38%
|