บริษัท ประกิต โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
9.95
0.05 (0.50%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=48251 out_tok=3386 at=2026-07-26T00:47:20 -->
# ไทยออยล์ Q2/66 กำไรสุทธิวูบ 93% เหลือ 1,117 ล้านบาท รับผลกระทบราคาผลิตภัณฑ์ดิ่ง
## รายได้-กำไรทรุดหนัก YoY เหตุราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมดิ่งแรง ขณะที่ขาดทุนสต็อกน้ำมันพุ่ง
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,117 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับลดลงอย่างมาก ประกอบกับผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากการขายลดลง 35,425 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของไทยออยล์ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะในกลุ่มน้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด และน้ำมันดีเซล ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นจากการกลั่น (Gross Integrated Margin) นอกจากนี้ **การขาดทุนจากสต็อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้น** ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันผลประกอบการ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ลดลง:** สาเหตุหลักมาจากอุปทานน้ำมันจากรัสเซียที่ยังคงซื้อขายในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์หลักๆ ปรับตัวลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีความกังวลด้านอุปทานมากกว่า
* **ขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน:** ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงในไตรมาส 2/2566 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่งผลให้เกิดการขาดทุนจากการตีมูลค่าสินค้าคงเหลือ (สต็อกน้ำมัน) เป็นจำนวนมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ต้องติดตามปัจจัยมหภาค**
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์:** แนวโน้มในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2566 คาดว่าค่าการกลั่นจะได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล อย่างไรก็ตาม การเปิดดำเนินการของโรงกลั่นใหม่และการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของจีน อาจกดดันค่าการกลั่นในระดับจำกัด
* **สต็อกน้ำมัน:** การที่กลุ่มโอเปกพลัสมีมติปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติม อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันจากการขาดทุนสต็อกน้ำมันได้ แต่ยังคงต้องจับตาความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลต่อความต้องการใช้น้ำมัน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 ลดลง 93% YoY:** อยู่ที่ 1,117 ล้านบาท จาก 15,943 ล้านบาทใน Q2/65
* **รายได้จากการขาย Q2/66 ลดลง 25% YoY:** อยู่ที่ 108,467 ล้านบาท จาก 143,892 ล้านบาท
* **ขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน 1,929 ล้านบาท:** เทียบกับกำไร 7,557 ล้านบาทใน Q2/65
* **กำไรขั้นต้นจากการกลั่น (ไม่รวมสต็อก) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** อยู่ที่ 4.5 USD/bbl จาก 25.1 USD/bbl ใน Q2/65
* **EBITDA Q2/66 ลดลง 86% YoY:** อยู่ที่ 4,618 ล้านบาท จาก 32,322 ล้านบาท
* **การขายหุ้น GPSC ใน Q2/65 ส่งผลบวกต่อฐานกำไร:** ใน Q2/65 มีกำไรจากการขายหุ้น GPSC จำนวน 17,334 ล้านบาท (ก่อนภาษี) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ฐานเปรียบเทียบสูง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 ไทยออยล์มีรายได้จากการขายรวม 108,467 ล้านบาท ลดลง 7,476 ล้านบาท หรือ 6.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q1/66) และลดลง 35,425 ล้านบาท หรือ 24.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/65) โดยสาเหตุหลักมาจากการปรับลดลงของราคาขายเฉลี่ยตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
EBITDA ในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 4,618 ล้านบาท ลดลง 3,564 ล้านบาท หรือ 43.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 17,704 ล้านบาท หรือ 79.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 1,117 ล้านบาท หรือ 0.50 บาทต่อหุ้น ลดลง 3,437 ล้านบาท หรือ 75.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 24,210 ล้านบาท หรือ 95.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (หากไม่รวมกำไรจากการขายหุ้น GPSC ใน Q2/65 จะเห็นผลประกอบการจากการดำเนินงานที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ)
สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2566 กลุ่มไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 5,671 ล้านบาท ลดลง 26,839 ล้านบาท หรือ 82.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **แนวโน้มค่าการกลั่นที่ดีขึ้นในครึ่งปีหลัง:** ความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลในช่วงเทศกาลขับขี่และฤดูหนาว รวมถึงการฟื้นตัวของการเดินทางทางอากาศ คาดว่าจะช่วยหนุนค่าการกลั่น
* **การลงทุนในโครงการ Clean Fuel Project (CFP):** โครงการนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต เพิ่มคุณค่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มความยืดหยุ่นในการกลั่นน้ำมันดิบหลากหลายชนิด ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
* **การปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+:** อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันจากการขาดทุนสต็อกน้ำมัน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ยังไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และราคาน้ำมัน
* **การเปิดดำเนินการของโรงกลั่นใหม่และการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของจีน:** อาจส่งผลกดดันค่าการกลั่นในระดับจำกัด
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ
* **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น:** โดยเฉพาะในธุรกิจเอทานอลที่ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นมาก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาน้ำมันดิบและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์:** ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
* **ความคืบหน้าของโครงการ Clean Fuel Project (CFP):** การทยอยเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2567 จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมัน
* **ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกและจีน:** ต่อความต้องการใช้น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
* **การบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจเอทานอล:** เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ - โรงกลั่นน้ำมัน)
**ผลการดำเนินงานธุรกิจการกลั่นน้ำมัน:**
* **อัตราการใช้กำลังการกลั่น:** ใน Q2/66 อยู่ที่ 113% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก Q1/66
* **กำไรขั้นต้นจากการกลั่น (ไม่รวมสต็อก):** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 4.5 USD/bbl จาก 10.0 USD/bbl ใน Q1/66 และ 25.1 USD/bbl ใน Q2/65 สาเหตุหลักจากส่วนต่างราคาน้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด และน้ำมันดีเซลกับราคาน้ำมันดิบดูไบที่ปรับลดลง
* **ขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน:** อยู่ที่ 1,929 ล้านบาท เทียบกับกำไร 7,557 ล้านบาทใน Q2/65
* **EBITDA:** ลดลงอย่างมากมาอยู่ที่ 2,272 ล้านบาท จาก 32,330 ล้านบาทใน Q2/65
* **กำไรสุทธิ:** ขาดทุนสุทธิ 179 ล้านบาท เทียบกับกำไร 25,543 ล้านบาทใน Q2/65 (หากรวมกำไรจากการขายหุ้น GPSC ใน Q2/65 จะเห็นผลกระทบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น)
**ผลการดำเนินงานธุรกิจสารอะโรเมติกส์:**
* **ราคาผลิตภัณฑ์:** ราคาสารพาราไซลีนปรับลดลงเล็กน้อย ขณะที่ราคาเบนซีนและโทลูอีนปรับลดลง
* **ส่วนต่างราคา:** ส่วนต่างราคาสารพาราไซลีนกับน้ำมันเบนซิน 95 ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนต่างราคาสารเบนซีนกับน้ำมันเบนซิน 95 ปรับตัวลดลง และส่วนต่างราคาสารโทลูอีนกับน้ำมันเบนซิน 95 ปรับตัวเพิ่มขึ้น
* **Product-to-feed Margin ของ TPX:** ลดลง 16 USD/Ton จาก Q1/66 แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ Q2/65
* **กำไรสุทธิ TPX:** เพิ่มขึ้นเป็น 225 ล้านบาท จากขาดทุน 875 ล้านบาทใน Q2/65
**ผลการดำเนินงานธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด (LAB):**
* **ราคา LAB:** ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบ
* **ส่วนต่างราคา LAB กับวัตถุดิบ:** ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า
* **EBITDA ของ LABIX:** เพิ่มขึ้น 43 ล้านบาทจาก Q1/66
* **กำไรสุทธิ LABIX:** เพิ่มขึ้น 49 ล้านบาทจาก Q1/66
**ผลการดำเนินงานธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน:**
* **ราคาผลิตภัณฑ์:** ราคา 500SN และ Bitumen ปรับตัวลดลง
* **ส่วนต่างราคา:** ส่วนต่างราคาน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานกับน้ำมันเตาปรับตัวลดลง ขณะที่ส่วนต่างราคายางมะตอยกับน้ำมันเตาปรับตัวเพิ่มขึ้น
* **Product-to-feed Margin ของ TLB:** ลดลง 36 USD/Ton จาก Q1/66
* **EBITDA ของ TLB:** ลดลง 369 ล้านบาทจาก Q1/66
* **กำไรสุทธิของ TLB:** ลดลง 310 ล้านบาทจาก Q1/66
**ผลการดำเนินงานธุรกิจผลิตไฟฟ้า:**
* **รายได้จากการขาย TOP SPP:** เพิ่มขึ้น 799 ล้านบาทจาก Q1/66 จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการขยายกำลังการผลิต
* **EBITDA ของ TOP SPP:** เพิ่มขึ้น 257 ล้านบาทจาก Q1/66
* **กำไรสุทธิ TOP SPP:** ลดลง 39 ล้านบาทจาก Q1/66 เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการรีไฟแนนซ์เงินกู้ยืม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 406,956 ล้านบาท ลดลง 8% จากสิ้นปี 65 สาเหตุหลักจากเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นลดลงตามผลประกอบการและเงินปันผลจ่าย รวมถึงลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือที่ลดลงตามราคาน้ำมัน
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 251,111 ล้านบาท ลดลง 12% จากสิ้นปี 65 สาเหตุหลักจากเจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ลดลง
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 155,845 ล้านบาท ลดลง 2% จากสิ้นปี 65 จากผลกำไรสุทธิหักลบกับเงินปันผลจ่าย
* **กระแสเงินสด:** 6 เดือนแรกปี 66 มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 13,818 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 8,274 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 16,870 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 11,326 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของไทยออยล์ในไตรมาส 2 ปี 2566 ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการปรับตัวลดลงของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และการขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน แม้ว่าธุรกิจโรงกลั่นจะมีการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น แต่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญก็กดดันผลกำไรอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในครึ่งปีหลังคาดว่าจะดีขึ้นจากปัจจัยฤดูกาลและความพยายามในการบริหารจัดการสต็อกและต้นทุน รวมถึงการเดินหน้าโครงการ CFP ที่จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว แต่ยังคงต้องจับตาความผันผวนของราคาน้ำมันและภาวะเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRAKIT ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
109.95
ล้านบาท
↓ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
69.42
ล้านบาท
↑ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
63.14
%
กำไรสุทธิ
3.07
ล้านบาท
↓ 119.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.79
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
110
↓ -9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
69
↑ + 0.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
3
↓ -119.6%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRAKIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
-3.26
ROA (%)
-0.15
Book Value/หุ้น
12.25
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRAKIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+48
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+90
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRAKIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
47.89
-28.42%
|
66.90
-43.36%
|
118.12
-143.59%
|
-270.95
+43.23%
|
-189.17
-252.68%
|
123.90
+156.79%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
90.23
-274.46%
|
-51.72
-91.71%
|
-623.97
-743.53%
|
96.96
-852.80%
|
-12.88
-89.31%
|
-120.51
-589.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
42.32
-29.99%
|
60.45
-22.94%
|
78.45
+44.56%
|
54.27
+124.44%
|
24.18
-166.67%
|
-36.27
-33.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
180.44
+138.55%
|
75.64
-118.48%
|
-409.38
+241.95%
|
-119.72
-32.69%
|
-177.86
+440.94%
|
-32.88
-278.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
198.23
+49.31%
|
132.76
+100.70%
|
66.15
-44.70%
|
119.63
-2.22%
|
122.34
-21.18%
|
155.22
+14.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
88.57
-55.32%
|
198.23
+49.31%
|
132.76
+100.70%
|
66.15
-44.70%
|
119.63
-2.22%
|
122.34
-21.18%
|