บริษัท บางกอก โพสต์ จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
0.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3744 out_tok=2764 at=2026-07-26T00:37:32 -->
# POST กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง 30.8% แต่รายได้จากการขายและบริการโต 9.8%
## รายได้สื่อสิ่งพิมพ์ฟื้นตัวหนุนยอดขายรวม ขณะที่ต้นทุนการผลิตลดลง ช่วยลดผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ
บริษัท บางกอก โพสต์ จำกัด (มหาชน) หรือ POST รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 46.9 ล้านบาท ลดลง 30.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 67.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้อื่นจากการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานปกติ พบว่ารายได้จากการขายและบริการรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.8% จากการฟื้นตัวของงบโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ ขณะที่ต้นทุนการผลิตและการบริหารจัดการลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรเบ็ดเสร็จรวมของ POST ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับลดลง 30.8% มาอยู่ที่ 46.9 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 67.8 ล้านบาทในปีก่อน มาจากการลดลงของ "รายได้อื่นจากการจำหน่ายสินทรัพย์" ซึ่งในปีก่อนมีรายการนี้จำนวน 55 ล้านบาท ขณะที่ในไตรมาสนี้ไม่มีรายการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) ผลขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 66.9% จาก 24.5 ล้านบาท เป็น 8.1 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจาก "รายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น" และ "ต้นทุนขายและบริการที่ลดลง"
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของกำไรเบ็ดเสร็จรวมเป็นผลโดยตรงจากการไม่มีรายการ "รายได้อื่นจากการจำหน่ายสินทรัพย์" ในไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปีก่อน ทำให้ตัวเลขเปรียบเทียบดูเหมือนกำไรลดลงอย่างมาก
ในส่วนของการดำเนินงานปกติที่ปรับตัวดีขึ้นนั้น เกิดจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง ทำให้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าโฆษณากลับมาใช้งบประมาณในสื่อต่างๆ รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ ทำให้ "รายได้ของสื่อสิ่งพิมพ์และโฆษณารวม" เพิ่มขึ้น 16.9% หรือ 11.1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ "รายได้จากการขายและบริการรวม" เพิ่มขึ้น 9.8% หรือ 10.5 ล้านบาท
ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้มีการ "ปรับลดต้นทุนการผลิตหนังสือพิมพ์และนิตยสารให้เหมาะสมกับยอดขายที่เปลี่ยนแปลง" ส่งผลให้ "ต้นทุนขายและบริการรวม" ลดลง 4.8% หรือ 4.2 ล้านบาท นอกจากนี้ "ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม" ยังลดลงเล็กน้อย 2.2% หรือ 0.9 ล้านบาท แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
แนวโน้มการดำเนินงานปกติที่ปรับตัวดีขึ้น **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์โควิด-19 ที่บรรเทาลงส่งผลให้ลูกค้าโฆษณากลับมาใช้งบประมาณในสื่อต่างๆ รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของงบโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ยังคงต้องจับตาดูความต่อเนื่อง เนื่องจากมีการแข่งขันสูงจากสื่อดิจิทัล
ส่วนการลดลงของ "ต้นทุนขายและบริการ" เป็นผลจากการปรับลดต้นทุนให้เหมาะสมกับยอดขาย ซึ่งหากยอดขายยังคงอยู่ในระดับที่เพิ่มขึ้น การควบคุมต้นทุนนี้ก็มีแนวโน้มที่จะรักษาไว้ได้
สำหรับ "รายได้อื่นจากการจำหน่ายสินทรัพย์" นั้น เป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งคราว จึงไม่สามารถคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรเบ็ดเสร็จรวมลดลง 30.8% YoY:** อยู่ที่ 46.9 ล้านบาท เทียบกับ 67.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการรวมเพิ่ม 9.8% YoY:** อยู่ที่ 117.0 ล้านบาท จาก 106.5 ล้านบาท
* **รายได้สื่อสิ่งพิมพ์และโฆษณารวมโต 16.9% YoY:** อยู่ที่ 76.5 ล้านบาท จาก 65.4 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและบริการรวมลดลง 4.8% YoY:** อยู่ที่ 83.5 ล้านบาท จาก 87.7 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 22.2% YoY:** อยู่ที่ 4.2 ล้านบาท จาก 5.4 ล้านบาท หลังมีการจ่ายชำระหนี้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท บางกอก โพสต์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 46.9 ล้านบาท ลดลง 20.9 ล้านบาท หรือ 30.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 67.8 ล้านบาท การลดลงนี้ส่วนใหญ่มาจากการที่ปีก่อนมีรายการพิเศษคือ "รายได้อื่นจากการจำหน่ายไปซึ่งเครื่องหมายบริการ โพสต์ทูเดย์ และ นิวส์เคลียร์ และลิขสิทธิ์ในสื่อออนไลน์" จำนวน 55 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาสนี้ไม่มีรายการดังกล่าว
หากพิจารณาผลการดำเนินงานโดยไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว ผลขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 8.1 ล้านบาท เทียบกับผลขาดทุน 24.5 ล้านบาทในปีก่อน (ซึ่งปีก่อนไม่รวมกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ 92.3 ล้านบาท) ถือว่าขาดทุนลดลง 16.4 ล้านบาท หรือ 66.9%
รายได้จากการขายและบริการรวมสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 9.8% เป็น 117.0 ล้านบาท จาก 106.5 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของงบโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งส่งผลให้รายได้ของสื่อสิ่งพิมพ์และโฆษณารวมเพิ่มขึ้น 16.9% เป็น 76.5 ล้านบาท
ในด้านต้นทุน ต้นทุนขายและบริการรวมลดลง 4.8% เป็น 83.5 ล้านบาท จาก 87.7 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากการปรับลดต้นทุนการผลิตให้เหมาะสมกับยอดขายที่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมลดลง 2.2% เป็น 39.4 ล้านบาท จาก 40.3 ล้านบาท
ต้นทุนทางการเงินรวมลดลง 22.2% เป็น 4.2 ล้านบาท จาก 5.4 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากการจ่ายชำระหนี้สถาบันการเงิน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของงบโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์:** สถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลงส่งผลให้ลูกค้าโฆษณากลับมาใช้งบประมาณในสื่อต่างๆ รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้
* **การขยายการเผยแพร่เนื้อหาบนช่องทางออนไลน์:** บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายการเผยแพร่เนื้อหาผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้นและสร้างรายได้จากช่องทางใหม่ๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นต่อการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อ:** อุตสาหกรรมสื่อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีการแข่งขันสูง ทั้งจากสื่อดั้งเดิมและสื่อดิจิทัล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและรายได้
* **ความผันผวนของงบโฆษณา:** งบโฆษณาอาจมีความผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกอื่นๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทฯ
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** พฤติกรรมของผู้บริโภคในการรับสื่อมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการสื่อสิ่งพิมพ์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขายและบริการ:** ติดตามการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการ โดยเฉพาะรายได้จากสื่อสิ่งพิมพ์และโฆษณา ว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** จับตาการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ว่าจะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่องหรือไม่ เมื่อเทียบกับระดับรายได้
* **การขยายช่องทางออนไลน์:** ติดตามความคืบหน้าและผลตอบรับจากการขยายการเผยแพร่เนื้อหาบนช่องทางออนไลน์ ว่าจะสามารถสร้างรายได้และฐานผู้ใช้งานใหม่ๆ ได้มากน้อยเพียงใด
* **การแข่งขันจากสื่อดิจิทัล:** ประเมินผลกระทบจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากแพลตฟอร์มสื่อดิจิทัลต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งตลาดของสื่อสิ่งพิมพ์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในฐานะผู้ประกอบการในกลุ่มบริการสื่อ บริษัท บางกอก โพสต์ จำกัด (มหาชน) ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค การฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการ 9.8% ในไตรมาส 3 ปี 2565 เป็นสัญญาณที่ดี บ่งชี้ว่าการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์หลังโควิด-19 เริ่มเห็นผล โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของรายได้จากสื่อสิ่งพิมพ์และโฆษณา 16.9% สะท้อนว่าสื่อสิ่งพิมพ์ยังคงมีบทบาทในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม การลดลงของต้นทุนขายและบริการ 4.8% เป็นผลมาจากการปรับลดต้นทุนการผลิตให้สอดคล้องกับยอดขายที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจหมายถึงการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือการปรับลดขนาดการผลิตลงตามความต้องการที่แท้จริง การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 2.2% แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แสดงถึงความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
การลดลงของต้นทุนทางการเงิน 22.2% เป็นผลดีต่อผลประกอบการโดยรวม และแสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง นอกเหนือจากการกล่าวถึงการจ่ายชำระหนี้สถาบันการเงิน ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลง
## สรุปท้าย
POST ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับกำไรเบ็ดเสร็จรวมที่ลดลง 30.8% เป็นผลหลักจากการไม่มีรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์ที่เคยมีในปีก่อน อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานปกติกลับมีสัญญาณที่ดีขึ้น โดยรายได้จากการขายและบริการรวมเติบโต 9.8% จากการฟื้นตัวของงบโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายที่ลดลง ทำให้ผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อที่รุนแรงและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งบริษัทฯ จำเป็นต้องเร่งปรับตัวและขยายช่องทางออนไลน์เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ POST ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
128.16
ล้านบาท
↑ 12.5% YoY
กำไรขั้นต้น
40.48
ล้านบาท
↑ 96.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.58
%
กำไรสุทธิ
14.64
ล้านบาท
↓ 180.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.42
%
D/E Ratio
-1.66
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
128
↑ + 12.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
40
↑ + 96.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↓ -180.6%
YoY
D/E Ratio
-1.66
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — POST
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
-1.66
ROE (%)
0.00
ROA (%)
-7.87
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — POST
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — POST
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2.74
-8.05%
|
2.98
-96.82%
|
93.67
-509.76%
|
-22.86
-84.40%
|
-146.57
+57.74%
|
-92.92
-16.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.72
-85.60%
|
-5.00
-99.65%
|
-1,420.43
-200,160.56%
|
0.71
-15.48%
|
0.84
-91.47%
|
9.85
-352.56%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
26.60
-233.60%
|
-19.91
-101.78%
|
1,121.34
+5,650.46%
|
19.50
-86.33%
|
142.61
+78.80%
|
79.76
+38.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
28.63
-230.55%
|
-21.93
-89.33%
|
-205.44
+7,681.82%
|
-2.64
-15.38%
|
-3.12
-5.74%
|
-3.31
-94.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
39.42
+1,004.20%
|
3.57
+17.82%
|
3.03
-46.47%
|
5.66
-35.54%
|
8.78
-27.38%
|
12.09
-82.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7.47
-81.05%
|
39.42
+1,004.20%
|
3.57
+17.82%
|
3.03
-46.47%
|
5.66
-35.54%
|
8.78
-27.38%
|