บริษัท บางกอก โพสต์ จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
0.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5553 out_tok=2546 at=2026-07-27T11:38:34 -->
# CPALL กำไรสุทธิ Q2/64 หด 24.2% แม้รายได้รวมโต 7.5% จากผลกระทบโควิด-19
## รายได้รวมโตแต่กำไรสุทธิลดแรง เหตุต้นทุนการเงินพุ่ง-สัดส่วนสินค้ากำไรสูงลดลง
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 137,675 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับกลยุทธ์สินค้าและบริการ รวมถึงกลยุทธ์ O2O เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 และฐานรายได้ที่ต่ำในปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 24.2% มาอยู่ที่ 2,190 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมและการออกหุ้นกู้ทดแทนเงินกู้เดิม รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนสินค้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ CPALL ในไตรมาส 2 ปี 2564 ลดลง 24.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต 7.5% มาอยู่ที่ 137,675 ล้านบาท มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมและออกหุ้นกู้ทดแทนเงินกู้เดิม และ 2) อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง โดยเฉพาะในธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ซึ่งมีสัดส่วนของสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงลดลง อันเป็นผลกระทบสืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** บริษัทฯ มีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น และการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินก่อนครบกำหนดด้วยการออกหุ้นกู้สกุลบาทและอัตราดอกเบี้ยคงที่ทดแทนในระหว่างไตรมาส ซึ่งส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น
**อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** แม้กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 6.1% เป็น 28,063 ล้านบาท แต่เมื่อคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นในงบการเงินรวมกลับลดลงจาก 21.5% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 21.2% สาเหตุหลักมาจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก มีสัดส่วนของสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงลดลง เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค นอกจากนี้ กำไรขั้นต้นจากธุรกิจค้าส่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าธุรกิจร้านสะดวกซื้อ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (บางส่วน):** ปัจจัยด้านต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับโครงสร้างหนี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อเนื่องไปในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากสัดส่วนสินค้าอาจมีลักษณะเป็นครั้งคราว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดและกำลังซื้อของผู้บริโภค ฝ่ายจัดการได้พยายามนำเสนอสินค้าที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น กลุ่มสินค้าอิ่มคุ้ม หรือสินค้าแพ็คใหญ่ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 7.5%:** อยู่ที่ 137,675 ล้านบาท จากการปรับกลยุทธ์สินค้าและบริการ รวมถึงกลยุทธ์ O2O เพื่อรับมือโควิด-19 และฐานรายได้ปีก่อนที่ต่ำ
* **กำไรสุทธิลดลง 24.2%:** อยู่ที่ 2,190 ล้านบาท จากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง
* **ธุรกิจร้านสะดวกซื้อรายได้โต 6.6%:** ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันอยู่ที่ 67,767 บาท และยอดขายร้านสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 2.1%
* **จำนวนสาขาร้านสะดวกซื้อเพิ่มขึ้น:** สิ้นไตรมาส 2 มี 12,743 สาขา เปิดใหม่สุทธิ 156 สาขา
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลง:** อยู่ที่ 21.2% จาก 21.5% ในปีก่อน โดยเฉพาะในธุรกิจร้านสะดวกซื้อ
* **ต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 CPALL มีรายได้รวม 137,675 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรขั้นต้นจากการขายและบริการ 28,063 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.1% แต่อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 21.2% จาก 21.5% ในปีก่อน ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 12.6% เป็น 6,025 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ด้วยต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 24.2% มาอยู่ที่ 2,190 ล้านบาท
สำหรับธุรกิจร้านสะดวกซื้อ มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ 74,971 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% โดยมียอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวัน 67,767 บาท และยอดขายเฉลี่ยของร้านสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 2.1% อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ 27.7% ใกล้เคียงปีก่อน แม้จะมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น แต่กำไรสุทธิของกลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อลดลง 12.1% มาอยู่ที่ 4,822 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับกลยุทธ์สินค้าและบริการ:** การปรับกลยุทธ์ด้านสินค้าและบริการ รวมถึงกลยุทธ์ O2O เช่น 7-Eleven Delivery, All Online และ 24Shopping ช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าและเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินค้า ทำให้รายได้จากการขายสามารถชดเชยผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
* **การนำเสนอสินค้าที่เหมาะสมกับสถานการณ์:** การนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เช่น กลุ่มสินค้าอิ่มคุ้ม หรือสินค้าแพ็คใหญ่ ช่วยรักษาการเติบโตของกำไรขั้นต้น
* **การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง:** แผนการลงทุนเปิดร้านสะดวกซื้อสาขาใหม่อีกประมาณ 700 สาขาในปี 2564 จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตของรายได้ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การแพร่ระบาดที่รุนแรงขึ้นและการออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดต่างๆ ของภาครัฐ ส่งผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจค้าปลีก เพิ่มความไม่แน่นอนต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการดำเนินธุรกิจ
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นและการออกหุ้นกู้ทดแทนเงินกู้เดิม ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนสินค้า:** สัดส่วนของสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงลดลง ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการภาครัฐ:** จะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทางของผู้บริโภคอย่างไร
* **ประสิทธิภาพของกลยุทธ์ O2O:** จะสามารถสร้างรายได้และชดเชยผลกระทบจากการปิดสาขาหรือการจำกัดกิจกรรมได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการภาระดอกเบี้ยจ่ายได้อย่างไรในระยะต่อไป
* **การปรับตัวของสัดส่วนสินค้า:** ฝ่ายจัดการจะสามารถปรับสัดส่วนสินค้าให้กลับมามีสินค้ากำไรสูงมากขึ้นได้หรือไม่
* **แผนการขยายสาขา:** การเปิดสาขาใหม่ 700 สาขาในปี 2564 จะเป็นไปตามเป้าหมายและสร้างรายได้ตามที่คาดหวังหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ:** เป็นหัวใจหลักของรายได้และกำไร โดยมีจำนวนสาขาทั่วประเทศรวม 12,743 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 รายได้จากการขายสินค้าและบริการเติบโต 6.6% โดยได้แรงหนุนจากยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันและยอดขายร้านสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้น กลยุทธ์ O2O มีส่วนช่วยในการเพิ่มรายได้และตอบสนองความต้องการลูกค้า สัดส่วนรายได้จากสินค้ากลุ่มอาหารเพิ่มขึ้น เนื่องจากกลุ่มอาหารพร้อมทานและเครื่องดื่มมีการเติบโตดี อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ 27.7% ใกล้เคียงปีก่อน
**ธุรกิจค้าส่ง:** มีสัดส่วนรายได้ 37% ของรายได้รวมก่อนหักรายการระหว่างกัน และมีสัดส่วนกำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 35% ฝ่ายจัดการระบุว่ากำไรขั้นต้นจากธุรกิจค้าส่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นรวมที่ลดลง
**การลงทุน:** วางแผนงบลงทุนประมาณ 11,500 – 12,000 ล้านบาทในปี 2564 สำหรับการเปิดร้านสาขาใหม่ การปรับปรุงร้านเดิม โครงการใหม่ ศูนย์กระจายสินค้า และสินทรัพย์ถาวร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง นอกเหนือจากการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมและออกหุ้นกู้
## สรุปท้าย
CPALL ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภค แม้รายได้รวมจะเติบโตได้จากการปรับกลยุทธ์และการขยายสาขา แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนสินค้าที่มีผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งมั่นบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์สถานการณ์ ควบคู่ไปกับการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว ซึ่งต้องจับตาดูว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและพลิกฟื้นอัตรากำไรให้กลับมาดีขึ้นได้อย่างไรในสภาวะที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ POST ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
128.16
ล้านบาท
↑ 12.5% YoY
กำไรขั้นต้น
40.48
ล้านบาท
↑ 96.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.58
%
กำไรสุทธิ
14.64
ล้านบาท
↓ 180.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.42
%
D/E Ratio
-1.66
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
128
↑ + 12.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
40
↑ + 96.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↓ -180.6%
YoY
D/E Ratio
-1.66
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — POST
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
-1.66
ROE (%)
0.00
ROA (%)
-7.87
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — POST
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — POST
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2.74
-8.05%
|
2.98
-96.82%
|
93.67
-509.76%
|
-22.86
-84.40%
|
-146.57
+57.74%
|
-92.92
-16.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.72
-85.60%
|
-5.00
-99.65%
|
-1,420.43
-200,160.56%
|
0.71
-15.48%
|
0.84
-91.47%
|
9.85
-352.56%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
26.60
-233.60%
|
-19.91
-101.78%
|
1,121.34
+5,650.46%
|
19.50
-86.33%
|
142.61
+78.80%
|
79.76
+38.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
28.63
-230.55%
|
-21.93
-89.33%
|
-205.44
+7,681.82%
|
-2.64
-15.38%
|
-3.12
-5.74%
|
-3.31
-94.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
39.42
+1,004.20%
|
3.57
+17.82%
|
3.03
-46.47%
|
5.66
-35.54%
|
8.78
-27.38%
|
12.09
-82.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7.47
-81.05%
|
39.42
+1,004.20%
|
3.57
+17.82%
|
3.03
-46.47%
|
5.66
-35.54%
|
8.78
-27.38%
|