บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
48.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5285 out_tok=2973 at=2026-07-25T23:16:46 -->
# PB กำไรสุทธิปี 64 โต 0.54% รับรายได้ทรงตัว ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกระทบ GPM
## รายได้รวม PB ปี 64 ทรงตัว 7,207 ล้านบาท กำไรสุทธิเพิ่มเล็กน้อย 1,687 ล้านบาท รับผลบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ PB รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 7,207.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.30% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 1,687.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.54% แม้รายได้จากการขายจะทรงตัว แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PB ในปี 2564 คือ **การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง** ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้เล็กน้อย 0.54% แม้รายได้จากการขายจะทรงตัวที่ 7,159.94 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 47.60% เป็น 47.30%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายที่ทรงตัวเกิดจากการบริหารการขายและการตลาดที่สามารถรักษายอดขายภายใต้สถานการณ์ COVID-19 และการปรับราคาขายสินค้าบางรายการตามต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/2564 ส่วนต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 0.82% และส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง เป็นผลโดยตรงมาจาก **ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น**
ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงถึง 28.11% คิดเป็น 21.93% ของรายได้รวม ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าเสื่อมราคารถขนส่งสินค้าที่ตัดหมด และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่ลดลงเนื่องจากจำนวนพนักงานที่ลดลง การควบคุมค่าใช้จ่ายนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีในปี 2564 แต่ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การปรับราคาขายสินค้าบางรายการอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระยะสั้น แต่หากต้นทุนวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาวได้ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงในปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากรายการพิเศษ (ค่าเสื่อมราคารถที่ตัดหมด) ซึ่งอาจไม่สามารถเกิดขึ้นซ้ำในระดับเดียวกันได้อีก
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 ทรงตัว:** อยู่ที่ 7,207.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.30% จากปีก่อน โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 7,159.94 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโตเล็กน้อย:** อยู่ที่ 1,687.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.54% จากปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อยู่ที่ 47.30% ลดลงจาก 47.60% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** ลดลง 28.11% จากปีก่อน เป็นผลจากการตัดค่าเสื่อมราคารถที่หมดอายุและจำนวนพนักงานที่ลดลง
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 11,234.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.08% จากปีก่อน โดยมีรายการลงทุนเพิ่มในกองทุนส่วนบุคคลและการจ่ายชำระค่าหุ้นบริษัทอื่น
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** อยู่ที่ 1,093.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.26% จากปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบ
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 10,140.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.63% จากปีก่อน เป็นผลมาจากกำไรจากการดำเนินงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 7,207.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.67 ล้านบาท หรือ 0.30% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 7,159.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.46 ล้านบาท หรือ 0.23% การเติบโตของรายได้ที่จำกัดนี้เป็นผลมาจากการบริหารการขายและการตลาดเพื่อรักษายอดขายภายใต้สถานการณ์ COVID-19 และการปรับราคาขายสินค้าบางรายการตามต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/2564
ต้นทุนขายในปี 2564 อยู่ที่ 3,773.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.82% และมีสัดส่วนต่อรายได้จากการขายที่ 52.70% สูงกว่าปีก่อนที่ 52.40% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 47.60% เป็น 47.30%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงอย่างมากถึง 28.11% มาอยู่ที่ 1,580.98 ล้านบาท คิดเป็น 21.93% ของรายได้รวม ซึ่งเป็นผลมาจากการตัดค่าเสื่อมราคารถขนส่งสินค้าที่หมดอายุและจำนวนพนักงานที่ลดลง
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 1,687.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.00 ล้านบาท หรือ 0.54% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 23.42% ของรายได้รวม
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยรักษาอัตรากำไรสุทธิ
* **การปรับราคาขายสินค้า:** การปรับราคาขายสินค้าบางรายการตามต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ช่วยบรรเทาผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การลงทุนในสินทรัพย์:** การลงทุนเพิ่มในกองทุนส่วนบุคคลและการซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า 3 แห่ง สะท้อนถึงการมองหาโอกาสในการเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** เป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น และอาจกดดันผลประกอบการหากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด
* **สถานการณ์ COVID-19:** แม้จะมีการบริหารจัดการที่ดี แต่สถานการณ์ COVID-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมเบเกอรี่มีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอำนาจในการกำหนดราคา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** ทิศทางราคาวัตถุดิบหลัก เช่น แป้งสาลี น้ำตาล และไขมัน ว่าจะปรับตัวสูงขึ้นหรือลดลงในอนาคต
* **การส่งผ่านต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นไปยังราคาขายสินค้า โดยไม่กระทบต่อปริมาณการขาย
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การรักษาประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง
* **การลงทุนในศูนย์กระจายสินค้า:** ความคืบหน้าและผลตอบแทนจากการลงทุนก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าใหม่ 3 แห่ง
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับตัวของผู้บริโภคต่อสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นและกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **Volume:** แม้รายได้จากการขายจะทรงตัว แต่การบริหารการขายและการตลาดทำให้รักษายอดขายได้ภายใต้สถานการณ์ COVID-19 ซึ่งบ่งชี้ว่า Volume การขายอาจไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 47.60% เป็น 47.30% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ช่องทางขาย:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดช่องทางขายที่เปลี่ยนแปลงไป แต่การรักษายอดขายภายใต้สถานการณ์ COVID-19 บ่งชี้ถึงความยืดหยุ่นของช่องทางขาย
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสต็อกสินค้าคงเหลือโดยตรง แต่ระบุว่าสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งอาจสัมพันธ์กับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือการส่งออกในเอกสาร
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 11,234.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.08% จากปีก่อน โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 50.54% ของสินทรัพย์รวม ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลงทุนเพิ่มในกองทุนส่วนบุคคล และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 49.46% ของสินทรัพย์รวม จากการจ่ายชำระค่าหุ้นสามัญของบริษัท สห แคปปิตอลทาวเวอร์ จำกัด
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,093.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.26% จากปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบ อัตราหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.11 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ
ส่วนของผู้ถือหุ้นมีจำนวน 10,140.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.63% จากปีก่อน เป็นผลมาจากกำไรจากการดำเนินงาน ทำให้มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 20.56 บาท เป็น 22.53 บาท
สำหรับกระแสเงินสด ในปี 2564 บริษัทมีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,959.54 ล้านบาท ลดลง 10.51% จากปีก่อน เนื่องจากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,126.61 ล้านบาท ลดลง 116.19 ล้านบาท โดยมีการซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า 3 แห่ง กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปจากกิจกรรมจัดหาเงิน 811.51 ล้านบาท ลดลง 14.13% เนื่องจากมีการจ่ายชำระหนี้สินสัญญาเช่าและจ่ายเงินปันผล 801 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 21.42 ล้านบาท โดย ณ สิ้นปี 2564 มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 389.77 ล้านบาท อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 5.80 เท่า
## สรุปท้าย
PB สามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิได้เล็กน้อยในปี 2564 แม้รายได้จะทรงตัว โดยมีปัจจัยหลักมาจากความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นยังคงเป็นความเสี่ยงที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและกลยุทธ์การส่งผ่านต้นทุนของบริษัทในระยะต่อไป รวมถึงความคืบหน้าของการลงทุนในศูนย์กระจายสินค้าใหม่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PB ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,857.83
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
กำไรขั้นต้น
805.77
ล้านบาท
↓ 5.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
43.37
%
กำไรสุทธิ
319.45
ล้านบาท
↓ 17.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
17.19
%
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,858
↓ -2.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
806
↓ -5.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
319
↓ -17.4%
YoY
D/E Ratio
0.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
9.94
ROA (%)
10.40
Book Value/หุ้น
29.24
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,473
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+542
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PB
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,473.08
+19.81%
|
-1,229.53
-9.80%
|
-1,363.07
-17.20%
|
-1,646.18
+32.08%
|
-1,246.39
-156.92%
|
2,189.59
+240.25%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
542.45
+27.69%
|
424.83
-36.85%
|
672.76
-267.64%
|
-401.32
+781.05%
|
-45.55
-96.33%
|
-1,242.81
+106.10%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
462.68
-11.15%
|
520.77
+0.08%
|
520.36
+8.45%
|
479.81
+11.89%
|
428.82
-145.38%
|
-945.05
+891.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-467.96
+64.82%
|
-283.92
+67.05%
|
-169.96
-89.16%
|
-1,567.71
+81.64%
|
-863.10
-49,990.17%
|
1.73
-103.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
871.76
+53.17%
|
569.15
-12.30%
|
648.94
+66.49%
|
389.77
+5.82%
|
368.35
+0.47%
|
366.62
+139.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
368.35
+0.47%
|