บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
48.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5807 out_tok=2708 at=2026-07-25T22:55:20 -->
# PB Q3/2566 กำไรสุทธิหดตัว 6.11% รับต้นทุนวัตถุดิบเริ่มลดแต่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม
## รายได้รวมลดลงเล็กน้อย 1.44% ขณะที่ต้นทุนขายเริ่มทรงตัว แต่ค่าใช้จ่ายขาย-บริหารพุ่ง 5.41% กดดันกำไรสุทธิ
บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ PB รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 1,975.51 ล้านบาท ลดลง 1.44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ต้นทุนขายจะลดลงตามราคาวัตถุดิบหลักที่เริ่มปรับตัวลง แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 5.41% ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 451.33 ล้านบาท ลดลง 6.11%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ PB ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มากกว่าการลดลงของต้นทุนขาย** แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลงเพียงเล็กน้อย (1.33%) และต้นทุนขายลดลงในอัตราที่ใกล้เคียงกัน (1.29%) แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารกลับเพิ่มขึ้นถึง 5.41% ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 6.11%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนขายลดลง:** ราคาวัตถุดิบหลักเริ่มลดลงในไตรมาส 3 ปี 2566 ทำให้ต้นทุนขายลดลง 1.29% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 อย่างไรก็ตาม สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 ต้นทุนขายยังคงเพิ่มขึ้น 0.60% เนื่องจากในช่วงต้นปีราคาวัตถุดิบหลักยังคงสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และเริ่มลดลงในช่วงไตรมาส 3 เท่านั้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้น 5.41% ในไตรมาส 3 ปี 2566 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากค่าเสื่อมราคาของยานพาหนะที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการซื้อรถสำหรับใช้ในการจัดส่งสินค้าทดแทนคันเก่าจำนวน 54 คัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้น แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะยาวมากนัก การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารส่วนใหญ่มาจากการลงทุนในสินทรัพย์เพื่อรองรับการดำเนินงานในอนาคต (การซื้อรถขนส่งสินค้า) ซึ่งเป็นการลงทุนที่จำเป็นต่อการเติบโตและการรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ส่วนปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่เริ่มลดลงในไตรมาส 3 เป็นสัญญาณบวกที่อาจช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2566:** 1,975.51 ล้านบาท ลดลง 1.44% YoY
* **กำไรสุทธิ Q3/2566:** 451.33 ล้านบาท ลดลง 6.11% YoY
* **ต้นทุนขาย Q3/2566:** 1,039.83 ล้านบาท ลดลง 1.29% YoY จากราคาวัตถุดิบหลักที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายขาย-บริหาร Q3/2566:** 440.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.41% YoY จากการซื้อรถขนส่งสินค้าใหม่
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566:** 1,221.69 ล้านบาท ลดลง 1.91% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 1,966.24 ล้านบาท ลดลง 1.33% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รายได้รวมอยู่ที่ 1,975.51 ล้านบาท ลดลง 1.44% ต้นทุนขายอยู่ที่ 1,039.83 ล้านบาท ลดลง 1.29% ทำให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 926.41 ล้านบาท ลดลง 1.38% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 5.41% เป็น 440.59 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดลดลง 6.11% มาอยู่ที่ 451.33 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.00 บาท ลดลงจาก 1.07 บาทในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขาย 5,561.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมอยู่ที่ 5,607.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.36% ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 0.60% เป็น 3,010.96 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 0.41% เป็น 2,550.99 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 2.96% เป็น 1,258.66 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกอยู่ที่ 1,221.70 ล้านบาท ลดลง 1.91% หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 2.71 บาท ลดลงจาก 2.77 บาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การลงทุนในยานพาหนะ:** การซื้อรถขนส่งสินค้าจำนวน 54 คัน เพื่อทดแทนรถเก่าและขยายการจัดส่ง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการกระจายสินค้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในธุรกิจอาหาร
* **การซื้อที่ดินสร้างศูนย์กระจายสินค้า:** การลงทุนในที่ดินสำหรับสร้างศูนย์กระจายสินค้า 3 แห่ง สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต และเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารสต็อกและต้นทุนโลจิสติกส์
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** แม้ว่าราคาวัตถุดิบหลักจะเริ่มลดลงในไตรมาส 3 แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้นได้
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** การลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ เช่น ยานพาหนะ อาจส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นในระยะสั้น ซึ่งต้องติดตามว่ารายได้และประสิทธิภาพการดำเนินงานจะสามารถชดเชยส่วนนี้ได้หรือไม่
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งอาจกระทบต่อปริมาณการขายสินค้าของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก:** การปรับตัวลดลงของราคาวัตถุดิบจะต่อเนื่องหรือไม่ และจะส่งผลต่อ GPM ในไตรมาสถัดไปอย่างไร
* **ประสิทธิภาพการใช้ยานพาหนะใหม่:** การลงทุนในรถขนส่งสินค้า 54 คัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่งและลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหารค่าใช้จ่ายขาย-บริหาร:** บริษัทจะมีมาตรการควบคุมหรือบริหารจัดการค่าใช้จ่ายส่วนนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบต่อกำไรสุทธิมากเกินไป
* **การเติบโตของรายได้:** ทิศทางการเติบโตของรายได้จากการขายในไตรมาสถัดไป จะสามารถฟื้นตัวกลับมาเติบโตได้หรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาวัตถุดิบหลักเริ่มลดลงในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น แต่สำหรับงวด 9 เดือนแรก ราคาวัตถุดิบยังคงทรงตัวสูงในช่วงต้นปี
* **Volume:** เอกสารไม่ได้ระบุปริมาณการขายหรือการผลิตโดยตรง แต่การลดลงของรายได้จากการขาย 1.33% ใน Q3/2566 บ่งชี้ถึงปริมาณขายที่อาจทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ใน Q3/2566 อยู่ที่ 47.12% ลดลงเล็กน้อยจาก 47.14% ในปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือน GPM อยู่ที่ 45.87% ลดลงจาก 46.12% ในปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงมีราคาสูงในช่วงต้นปี
* **ช่องทางขาย:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 12,386.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.52% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียน การซื้อที่ดินสำหรับศูนย์กระจายสินค้า และรถขนส่งสินค้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,179.78 ล้านบาท ลดลง 6.88% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบที่ลดลงและการจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล ทำให้อัตราหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 0.11 เท่า ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 11,206.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.50% จากสิ้นปี 2565
ในส่วนของกระแสเงินสด สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,308.89 ล้านบาท ลดลง 25.63% เมื่อเทียบกับปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 615.92 ล้านบาท เนื่องจากการซื้อที่ดินและรถขนส่งสินค้า กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 911 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายเงินปันผล 900 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 218.03 ล้านบาท อยู่ที่ 430.91 ล้านบาท อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 6.18 เท่า
## สรุปท้าย
PB ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในสินทรัพย์เพื่อการเติบโต แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบจะเริ่มปรับลดลงซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้นในอนาคต การลงทุนในยานพาหนะและศูนย์กระจายสินค้าสะท้อนถึงโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับการขยายธุรกิจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PB ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
1,857.83
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
กำไรขั้นต้น
805.77
ล้านบาท
↓ 5.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
43.37
%
กำไรสุทธิ
319.45
ล้านบาท
↓ 17.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
17.19
%
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,858
↓ -2.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
806
↓ -5.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
319
↓ -17.4%
YoY
D/E Ratio
0.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
9.94
ROA (%)
10.40
Book Value/หุ้น
29.24
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,473
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+542
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PB
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,473.08
+19.81%
|
-1,229.53
-9.80%
|
-1,363.07
-17.20%
|
-1,646.18
+32.08%
|
-1,246.39
-156.92%
|
2,189.59
+240.25%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
542.45
+27.69%
|
424.83
-36.85%
|
672.76
-267.64%
|
-401.32
+781.05%
|
-45.55
-96.33%
|
-1,242.81
+106.10%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
462.68
-11.15%
|
520.77
+0.08%
|
520.36
+8.45%
|
479.81
+11.89%
|
428.82
-145.38%
|
-945.05
+891.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-467.96
+64.82%
|
-283.92
+67.05%
|
-169.96
-89.16%
|
-1,567.71
+81.64%
|
-863.10
-49,990.17%
|
1.73
-103.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
871.76
+53.17%
|
569.15
-12.30%
|
648.94
+66.49%
|
389.77
+5.82%
|
368.35
+0.47%
|
366.62
+139.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
368.35
+0.47%
|