บริษัท ปุ๋ยเอ็นเอฟซี จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
0.00
+0.00 (+100.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7041 out_tok=2882 at=2026-07-25T22:35:09 -->
# NFC กำไรสุทธิ Q3/64 หดตัว 21.4% รับต้นทุนพุ่ง แต่รายได้ขายเคมีภัณฑ์โตแรง
## รายได้ขายผลิตภัณฑ์เคมีพุ่ง 157% หนุนรายได้รวมโต 129% สวนทางกำไรสุทธิที่ลดลงจากต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้น
บริษัท ปุ๋ยเอ็นเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ NFC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 4.15 ล้านบาท ลดลง 21.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 129.10% โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ผลิตภัณฑ์เคมีที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นกลับลดลง 22.86% และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมกำไรสุทธิปรับตัวลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ NFC ในไตรมาส 3/2564 ปรับตัวลดลง 21.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 129.10% มาอยู่ที่ 367.75 ล้านบาทนั้น มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนขายกรดกำมะถันที่สูงขึ้นถึง 349.01%** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจเคมีภัณฑ์ลดลง 39.14% และอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงจาก 28.64% ในปีก่อน เหลือ 9.64% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 121.97% ก็เป็นอีกปัจจัยกดดัน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายกรดกำมะถันเกิดจาก **ราคาผลิตภัณฑ์เคมีนำเข้าที่ปรับตัวสูงขึ้นตามแนวโน้มราคาตลาดโลก** ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่บริษัทควบคุมได้ยาก แม้ว่าราคาขายกรดกำมะถันจะปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทันที ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์เคมีลดลง นอกจากนี้ รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เคมีโดยรวมเพิ่มขึ้น 157.33% มาจากทั้งราคาขายและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกรดกำมะถันที่มีปริมาณขายเพิ่มขึ้น 19.84% และแอมโมเนียที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 2.97% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ แต่ไม่สามารถพลิกสถานการณ์กำไรขั้นต้นได้
ส่วนต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 121.97% มาจากการนำมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 16 เรื่องสัญญาเช่ามาปรับใช้ ทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 3.94 ล้านบาท และดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 0.89 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสเป็นลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ที่สูงขึ้นตามราคาตลาดโลกนั้น เป็นปัจจัยที่อาจเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลก หากราคาวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทในระยะยาวได้ อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาขายกรดกำมะถันเพิ่มขึ้นตามราคาตลาดโลก และปริมาณการขายโดยรวมยังคงเติบโต แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภค ส่วนต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับมาตรฐานบัญชีนั้น จะเป็นภาระต่อเนื่อง แต่มีสัดส่วนไม่มากนักเมื่อเทียบกับภาพรวม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 21.4% YoY:** อยู่ที่ 4.15 ล้านบาท จาก 5.28 ล้านบาทในไตรมาส 3/2563
* **รายได้จากการขายและบริการโต 129.10% YoY:** อยู่ที่ 367.75 ล้านบาท เป็นผลหลักจากรายได้ผลิตภัณฑ์เคมีที่เพิ่มขึ้น 157.33%
* **กำไรขั้นต้นลดลง 22.86% YoY:** อยู่ที่ 34.46 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 9.64% จาก 28.64% ในปีก่อน
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 190.08% YoY:** อยู่ที่ 332.29 ล้านบาท โดยเฉพาะต้นทุนขายกรดกำมะถันที่เพิ่มขึ้น 349.01% ตามราคาตลาดโลก
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 2,270.45% YoY:** อยู่ที่ 10.43 ล้านบาท จากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สิน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 121.97% YoY:** อยู่ที่ 8.79 ล้านบาท จากการปรับมาตรฐานบัญชีสัญญาเช่าและดอกเบี้ยเงินกู้ยืม
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 4.15 ล้านบาท ลดลง 1.13 ล้านบาท หรือ 21.40% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 5.28 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 367.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 207.23 ล้านบาท หรือ 129.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เคมี โดยเฉพาะกรดกำมะถันและแอมโมเนีย อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 190.08% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 10.51 ล้านบาท หรือ 22.86% และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 9.64% จาก 28.64% ในปีก่อน ขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 9.99 ล้านบาท หรือ 2,270.45% จากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สิน ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.99 ล้านบาท หรือ 2.57% แต่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 121.97%
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้ผลิตภัณฑ์เคมี:** รายได้จากการขายกรดกำมะถัน แอมโมเนีย และแอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ยังคงมีอยู่ และความสามารถในการขยายตลาด
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่น:** รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สิน เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมผลประกอบการ แม้จะไม่ใช่รายได้หลัก
* **การลงทุนในโครงการคลังน้ำมันเชื้อเพลิง:** การลงทุนในโครงการคลังน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัทย่อย NFCT และ NFCW แสดงถึงการขยายธุรกิจไปยังส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจสร้างรายได้และผลกำไรในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนขายกรดกำมะถันที่เพิ่มขึ้นตามราคาตลาดโลก เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการปรับมาตรฐานบัญชีและดอกเบี้ยเงินกู้ยืม อาจกดดันผลกำไรในระยะยาว
* **การลดลงของรายได้จากการให้บริการ:** รายได้จากการให้บริการคลังสินค้าที่ลดลง เนื่องจากมีการใช้พื้นที่ลดลงและจำนวนลูกค้าลดลง เป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **การเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงิน:** หนี้สินรวมที่เพิ่มขึ้น 33.94% โดยเฉพาะเงินกู้ยืมระยะยาวที่เพิ่มขึ้น 115.61% เพื่อรองรับโครงการคลังน้ำมันเชื้อเพลิง อาจเพิ่มภาระทางการเงินในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ในตลาดโลก:** จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท
* **ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย:** บริษัทจะสามารถปรับราคาขายผลิตภัณฑ์เคมีให้สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นได้มากน้อยเพียงใด
* **ความคืบหน้าและการสร้างรายได้จากโครงการคลังน้ำมันเชื้อเพลิง:** โครงการลงทุนใหม่จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทจะมีแนวทางในการบริหารจัดการภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นอย่างไร
* **แนวโน้มรายได้จากการให้บริการ:** การฟื้นตัวของรายได้จากการให้บริการคลังสินค้าและโลจิสติกส์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization และ Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Utilization Rate หรือ Order Book โดยตรง แต่จากข้อมูลปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นของกรดกำมะถัน (19.84%) และแอมโมเนีย (2.97%) บ่งชี้ว่ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทในตลาด
**ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบเคมีภัณฑ์นำเข้าที่เพิ่มขึ้นตามราคาตลาดโลก เป็นปัจจัยหลักที่กดดันต้นทุนขาย โดยเฉพาะกรดกำมะถัน
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 28.64% ในไตรมาส 3/2563 เหลือ 9.64% ในไตรมาส 3/2564 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นไม่สามารถชดเชยได้ด้วยราคาขายที่ปรับเพิ่มขึ้น
**การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกโดยตรง แต่การที่ราคาขายปรับขึ้นตามราคาตลาดโลก อาจบ่งชี้ว่าบริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องกับตลาดโลก
**ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 5.94 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้อื่น
**สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 133.49 ล้านบาท หรือ 319.58% ส่วนใหญ่เป็นสินค้าระหว่างทางกรดกำมะถันและแอมโมเนีย ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,506.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.48% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 201.68% มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 319.58% ส่วนหนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 33.94% โดยหลักมาจากการกู้ยืมระยะยาวที่เพิ่มขึ้น 115.61% เพื่อรองรับโครงการคลังน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัทย่อย ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.86% เป็น 942.54 ล้านบาท งบกระแสเงินสดแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 219.37 ล้านบาทในไตรมาสนี้ โดยมีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนสูงถึง 430.62 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในโครงการคลังน้ำมันเชื้อเพลิง
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ NFC ในไตรมาส 3/2564 คือ การเติบโตของรายได้ผลิตภัณฑ์เคมีที่แข็งแกร่ง แต่ถูกบั่นทอนด้วยต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีรายได้อื่นเข้ามาช่วยเสริม แต่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยกดดัน อย่างไรก็ตาม การลงทุนในโครงการคลังน้ำมันเชื้อเพลิงแสดงถึงโอกาสในการเติบโตในอนาคต แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงด้านภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้น นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนของบริษัทอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NFC ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
573.65
ล้านบาท
↑ 12.7% YoY
กำไรขั้นต้น
153.63
ล้านบาท
↑ 14.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.78
%
กำไรสุทธิ
38.88
ล้านบาท
↓ 10900.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.78
%
D/E Ratio
3.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
574
↑ + 12.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
154
↑ + 14.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
39
↓ -10900.6%
YoY
D/E Ratio
3.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NFC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.44
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
1.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NFC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-306
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-44
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NFC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-305.93
+60.57%
|
-190.53
-269.45%
|
112.44
+1,328.72%
|
7.87
-101.15%
|
-685.46
-277.53%
|
386.11
-260.60%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-44.14
-69.78%
|
-146.05
-346.08%
|
59.35
-155.90%
|
-106.17
-118.56%
|
572.07
-171.03%
|
-805.38
-466.08%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
37.73
-76.72%
|
162.10
-195.83%
|
-169.16
-55.28%
|
-378.23
+546.22%
|
-58.53
-113.29%
|
440.54
-344.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-312.35
+79.02%
|
-174.48
-6,709.09%
|
2.64
-100.55%
|
-476.54
+177.19%
|
-171.92
-908.27%
|
21.27
-110.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
277.96
-23.19%
|
361.89
-41.59%
|
619.57
+175.78%
|
224.66
+106.55%
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
213.72
-23.11%
|
277.96
-23.19%
|
361.89
-41.59%
|
619.57
+175.78%
|
224.66
+106.55%
|
108.77
+24.31%
|